วันอาทิตย์ ที่ 4 ตุลาคม 2569

Login
Login

รับมือน้ำท่วมภาคตะวันออก อ่างเก็บน้ำทะลุ 100% เฝ้าระวัง ชลบุรี

กรมชลฯ ถกด่วนรับมือน้ำท่วมภาคตะวันออก หลังอ่างเก็บน้ำ 62 แห่ง ปริมาณน้ำทะลุ 100.23% เร่งระบายน้ำคลองหลวงฯ เตือนพานทอง-พนัสนิคม เฝ้าระวัง

กรมชลประทาน ประชุมติดตามสถานการณ์น้ำและอุทกภัย ในพื้นที่ภาคตะวันออกอย่างใกล้ชิด หลังพบปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลาง 62 แห่ง พุ่งสูงเกินความจุเก็บกักปกติที่ 100.23% พร้อมสั่งการเร่งบริหารจัดการน้ำคลองหลวง รัชชโลทร จังหวัดชลบุรี แบบเป็นขั้นตอน แจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงท้ายน้ำ อำเภอพานทอง และอำเภอพนัสนิคม เตรียมพร้อมรับมือฝนตกสะสมในระยะต่อไป

กรมชลประทาน เฝ้าระวังอุทกภัยภาคตะวันออก อ่างเก็บน้ำรวมทะลุ 100%

วันนี้ (4 ต.ค. 69) นายวิทยา แก้วมี อธิบดีกรมชลประทาน ได้มอบหมายให้ นายฐนันดร์ สุทธิพิศาล รองอธิบดีกรมชลประทาน เป็นประธานการประชุมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัยภาคตะวันออก ณ ห้องประชุม ESWOC สำนักงานชลประทานที่ 9 จังหวัดชลบุรี และผ่านระบบประชุมออนไลน์ (Zoom Meeting) โดยมี นายเกรียงศักดิ์ พุ่มนาค รองผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 9 พร้อมด้วยผู้อำนวยการส่วน ผู้อำนวยการโครงการ หัวหน้าฝ่าย และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมเพื่อประเมินสถานการณ์น้ำอย่างเคร่งครัด

จากการติดตามภาพรวมสถานการณ์น้ำล่าสุดในเขตพื้นที่สำนักงานชลประทานที่ 9 พบว่า อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลาง รวมทั้งสิ้น 62 แห่ง มีปริมาณน้ำรวมกันประมาณ 2,605 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งคิดเป็น ร้อยละ 100.23 ของความจุเก็บกักปกติ ซึ่งถือเป็นระดับน้ำที่สูงเกินเกณฑ์ความจุเก็บกัก

จากสถานการณ์ดังกล่าว ที่ประชุมจึงได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงานในพื้นที่ ติดตามปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างฯ (Inflow) ระดับน้ำ และอัตราการระบายน้ำอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมทั้งให้ตรวจสอบความมั่นคงปลอดภัยของตัวเขื่อน อาคารชลประทาน และระบบส่งน้ำต่างๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มั่นใจในความแข็งแรงและประสิทธิภาพการทำงาน

เร่งระบายน้ำอ่างเก็บน้ำคลองหลวง รัชชโลทร เตือนพื้นที่ท้ายน้ำชลบุรี

สำหรับสถานการณ์น้ำในพื้นที่จังหวัดชลบุรี โดยเฉพาะ อ่างเก็บน้ำคลองหลวง รัชชโลทร ซึ่งขณะนี้มีปริมาณน้ำสะสมอยู่ในระดับสูง ที่ประชุมได้ร่วมกันพิจารณาและกำหนดแนวทางการระบายน้ำอย่างเป็นขั้นตอน เพื่อบริหารจัดการพื้นที่รองรับน้ำ (Retention Capacity) สำหรับรองรับปริมาณน้ำฝนที่อาจตกเพิ่มขึ้นในระยะต่อไป

ทั้งนี้ กรมชลประทานให้ความสำคัญสูงสุดกับการแจ้งเตือนภัยล่วงหน้า โดยได้ประสานข้อมูลร่วมกับจังหวัดชลบุรี และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่ท้ายน้ำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน อำเภอพานทอง และ อำเภอพนัสนิคม ให้เฝ้าระวังระดับน้ำในลำน้ำธรรมชาติที่อาจปรับตัวสูงขึ้น และเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ได้อย่างเหมาะสมและทันท่วงที

สั่งการ 7 จังหวัดภาคตะวันออก เร่งระบายน้ำท่วมขัง ลดกระทบพื้นที่เกษตร

นอกเหนือจากพื้นที่จังหวัดชลบุรี แล้ว ที่ประชุมยังได้ติดตามสถานการณ์น้ำและพื้นที่ประสบอุทกภัยในอีก 7 จังหวัดภาคตะวันออก ได้แก่

  • จังหวัดฉะเชิงเทรา
  • จังหวัดปราจีนบุรี
  • จังหวัดสระแก้ว
  • จังหวัดนครนายก
  • จังหวัดจันทบุรี
  • จังหวัดระยอง
  • จังหวัดตราด

กรมชลประทาน ได้สั่งการให้ทุกโครงการชลประทานในพื้นที่ เร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ที่ยังคงมีน้ำท่วมขัง โดยการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของ สถานีสูบน้ำ เครื่องสูบน้ำ และเครื่องผลักดันน้ำ เต็มกำลัง พร้อมทั้งให้ปรับแผนการบริหารจัดการน้ำให้เหมาะสมกับสภาพทางกายภาพของแต่ละพื้นที่และสภาพลำน้ำในแต่ละลุ่มน้ำ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและลดผลกระทบต่อชีวิต ทรัพย์สิน รวมทั้งพื้นที่ทางการเกษตรของประชาชนให้ได้มากที่สุด

ชูหลักความปลอดภัยเขื่อนสูงสุด พร้อมตั้งรับวิกฤตน้ำท่วม

ที่ประชุมเน้นย้ำถึงหลักการบริหารจัดการน้ำในช่วงวิกฤต โดยยึด ความมั่นคงปลอดภัยของโครงสร้างเขื่อนเป็นลำดับสำคัญสูงสุด ควบคู่ไปกับการประเมินและคาดการณ์ปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างฯ ในกรณีสูงสุด (Peak Flow) เพื่อวางแผนเตรียมพื้นที่รองรับน้ำล่วงหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ กรมชลประทาน ได้เตรียมความพร้อมด้านเครื่องจักรเครื่องมือ โดยมีการจัดสรรเครื่องสูบน้ำ เครื่องผลักดันน้ำ และเครื่องจักรกลหนัก เข้าประจำเป็นจุดเสี่ยงต่างๆ รวมถึงการเสริมคันดินกั้นน้ำและจัดเตรียมกระสอบทรายในพื้นที่จุดเสี่ยงน้ำท่วม เพื่อให้สามารถเข้าช่วยเหลือและแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินได้ทันทีตลอด 24 ชั่วโมง