วันอาทิตย์ ที่ 4 ตุลาคม 2569

Login
Login

อัปเดตล่าสุด! น้ำท่วมทางหลวง กระทบ 11 จังหวัด ผ่านไม่ได้ 39 จุด

กรมทางหลวง อัปเดตภัยพิบัติ! น้ำท่วมทางหลวงสัญจรไม่ได้ 39 จุด ใน 11 จังหวัด ปราจีนฯ หนักสุด 16 แห่ง เช็กเส้นทางและวางแผนล่วงหน้าที่นี่

ศูนย์บริหารงานอุบัติภัย กรมทางหลวง รายงานสถานการณ์ภัยพิบัติล่าสุดที่ส่งผลกระทบต่อโครงข่ายทางหลวงทั่วประเทศ พบว่ามีพื้นที่ได้รับผลกระทบครอบคลุม 19 จังหวัด รวมทั้งสิ้น 156 แห่ง โดยเจ้าหน้าที่เร่งกู้คืนเส้นทางจนสามารถเปิดการจราจรให้ผ่านได้แล้ว 117 แห่ง ขณะที่ยังคงมีจุดที่ "ผ่านไม่ได้" อีก 39 แห่ง ในพื้นที่ 11 จังหวัด เตือนประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนวางแผนการเดินทางล่วงหน้า และตรวจสอบสภาพเส้นทางก่อนออกเดินทางอย่างเคร่งครัด

เปิดพิกัด 11 จังหวัด เส้นทางหลวงผ่านไม่ได้ 39 แห่ง

จากการสำรวจและติดตามสภาพทางหลวงของหน่วยงานในพื้นที่ พบว่า จุดที่ไม่สามารถสัญจรผ่านได้กระจายอยู่ในพื้นที่ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคตะวันตก โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำและบริเวณที่มีระดับน้ำท่วมสูง โดยแบ่งตามรายจังหวัด ดังนี้

 

  • จังหวัดปราจีนบุรี เป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด มีจุดทางหลวงถูกตัดขาดและน้ำท่วมสูงรวม 16 จุด
  • กรุงเทพมหานคร มีเส้นทางหลวงในเขตรับผิดชอบที่ยังมีน้ำท่วมขังรอการระบาย สัญจรผ่านไม่ได้ 4 จุด
  • จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาและป่าสัก มีเส้นทางคมนาคมสัญจรไม่ได้ 4 จุด
  • จังหวัดฉะเชิงเทรา สภาพทางหลวงได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมขัง 4 จุด
  • จังหวัดระยอง มีจุดสัญจรผ่านไม่ได้รวม 3 จุด
  • จังหวัดนครสวรรค์ ทางหลวงได้รับผลกระทบจากปริมาณน้ำสะสม 2 จุด
  • จังหวัดสระบุรี สภาพการจราจรตัดขาด 2 จุด
  • จังหวัดสระแก้ว สัญจรผ่านไม่ได้ 1 จุด
  • จังหวัดนนทบุรี สัญจรผ่านไม่ได้ 1 จุด
  • จังหวัดจันทบุรี สัญจรผ่านไม่ได้ 1 จุด
  • จังหวัดกาญจนบุรี สัญจรผ่านไม่ได้ 1 จุด

อัปเดตล่าสุด! น้ำท่วมทางหลวง กระทบ 11 จังหวัด ผ่านไม่ได้ 39 จุด

8 จังหวัดคลี่คลายแล้ว สัญจรผ่านได้ตามปกติ

สำหรับสถานการณ์ภัยพิบัติ ในอีก 8 จังหวัด ได้แก่ กำแพงเพชร, ชัยนาท, นครนายก, ปทุมธานี, สมุทรปราการ, สุพรรณบุรี, อ่างทอง และชลบุรี กรมทางหลวงรายงานว่า จุดที่เคยได้รับผลกระทบในพื้นที่ดังกล่าว ขณะนี้ระดับน้ำลดลงและเจ้าหน้าที่ได้ปรับปรุงสภาพทาง จนสามารถเปิดให้ประชาชนขับขี่ สัญจรผ่านได้ทั้งหมดแล้วทุกจุด

อย่างไรก็ตาม ขอให้ผู้ขับขี่ใช้ความระมัดระวังในการเดินทางเนื่องจากพื้นผิวจราจรบางแห่งอาจได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม

กรมทางหลวง ตรึงกำลังเจ้าหน้าที่-เครื่องจักร เร่งช่วยเหลือ 24 ชั่วโมง

เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนและเร่งคืนพื้นที่การจราจร กรมทางหลวง ได้สั่งการให้หน่วยงานในสังกัดทั่วประเทศ จัดเตรียมความพร้อมด้านกำลังคน เจ้าหน้าที่ เครื่องจักรหนัก และอุปกรณ์บรรเทาสาธารณภัย ประจำจุดเสี่ยงภัยตลอด 24 ชั่วโมง

พร้อมกันนี้ ได้กำชับให้เฝ้าระวังและติดตามระดับน้ำ ตรวจสอบสภาพเส้นทางอย่างต่อเนื่อง เพื่อเข้าดำเนินการเร่งแก้ไข ซ่อมแซมทางหลวงที่ชำรุดเสียหาย ตลอดจนติดตั้งป้ายเตือน ป้ายแนะนำทางเลี่ยง และไฟสัญญาณจราจร เพื่ออำนวยความสะดวกและปลอดภัยสูงสุดแก่ผู้ใช้ทาง

อัปเดตล่าสุด! น้ำท่วมทางหลวง กระทบ 11 จังหวัด ผ่านไม่ได้ 39 จุด

ข้อแนะนำสำหรับผู้ใช้รถใช้ถนน และช่องทางเช็กเส้นทาง

กรมทางหลวง ขอความร่วมมือจากประชาชนและผู้ใช้ทางทุกท่าน ดังนี้

  1. วางแผนการเดินทาง ควรศึกษาและวางแผนเส้นทางล่วงหน้า โดยเฉพาะการเดินทางผ่านพื้นที่ 11 จังหวัดที่มีจุดสัญจรไม่ได้
  2. ตรวจสอบสภาพทาง ตรวจสอบข้อมูลอัปเดตสภาพจราจรและน้ำท่วมขังก่อนออกเดินทาง
  3. ปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด สังเกตป้ายเตือน ป้ายแนะนำทางเลี่ยง และปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าหน้าที่ควบคุมการจราจรในพื้นที่อย่างใกล้ชิด
  4. ระมัดระวังสถานการณ์เปลี่ยนแปลง ปริมาณน้ำและสภาพพื้นที่อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตามสภาวะอากาศ ขอให้ขับขี่ด้วยความระมัดระวัง ไม่ฝืนขับรถลุยน้ำลึก

 

ช่องทางตรวจสอบข้อมูลข่าวสารและขอความช่วยเหลือ

  • เว็บไซต์ติดตามสถานการณ์ภัยพิบัติ กรมทางหลวง
  • สายด่วนกรมทางหลวง 1586 (โทรฟรีทุกเครือข่าย ตลอด 24 ชั่วโมง)

 

อัปเดตล่าสุด! น้ำท่วมทางหลวง กระทบ 11 จังหวัด ผ่านไม่ได้ 39 จุด