วันจันทร์ ที่ 21 กันยายน 2569

Login
Login

ฝนระลอกใหม่! น้ำเหนือจ่อพุ่ง เตือน อยุธยา-อ่างทองเฝ้าระวัง

กรมชลประทานเตือน 23-27 ก.ย. ฝนตกหนัก! น้ำเหนือจ่อพุ่ง 2,250 ลบ.ม./วินาที เตรียมปรับระบายเขื่อนเจ้าพระยา เฝ้าระวังระดับน้ำสูงขึ้น 0.75-1.25 ม.

วันนี้ (21 ก.ย. 69) นายวิทยา แก้วมี อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า กรมชลประทานติดตามสถานการณ์น้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยาอย่างใกล้ชิด โดยนำข้อมูลคาดการณ์สภาพอากาศและปริมาณฝน ประกอบกับสถานการณ์น้ำฝน - น้ำท่าในพื้นที่มาวิเคราะห์แนวโน้มอย่างต่อเนื่อง หลังมีการคาดการณ์ว่าในช่วงวันที่ 23 - 27 กันยายน 2569 จะมีฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่ ซึ่งอาจส่งผลให้ปริมาณน้ำท่าเพิ่มสูงขึ้นและไหลลงสู่พื้นที่ตอนล่างเพิ่มเติม

จากข้อมูล ณ วันที่ 21 กันยายน 2569 เวลา 06.00 น. ปริมาณน้ำไหลผ่านสถานี C.2 จังหวัดนครสวรรค์ อยู่ที่ประมาณ 1,377 ลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.)/วินาที ขณะที่การคาดการณ์ในช่วง 1 - 9 วันข้างหน้า พบว่าในวันที่ 27 กันยายน 2569 ปริมาณน้ำไหลผ่านสถานี C.2 อาจเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 1,600 - 1,950 ลบ.ม./วินาที ประกอบกับคาดว่าจะมีน้ำจากลำน้ำสาขาไหลลงมาเพิ่มเติมอีกประมาณ 300 ลบ.ม./วินาที ส่งผลให้ปริมาณน้ำบริเวณเหนือเขื่อนเจ้าพระยาอาจเพิ่มขึ้นอยู่ในช่วงประมาณ 1,900 - 2,250 ลบ.ม./วินาที

กรมชลประทานจึงจำเป็นต้องบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องกับปริมาณน้ำที่จะเพิ่มขึ้น โดยจะรับน้ำเข้าสู่ระบบชลประทานทั้งสองฝั่งตามศักยภาพ ประมาณ 400 - 450 ลบ.ม./วินาที และทยอยระบายน้ำส่วนที่เหลือผ่านเขื่อนเจ้าพระยาในอัตราประมาณ 1,300 - 1,500 ลบ.ม./วินาที เพื่อควบคุมและบริหารจัดการระดับน้ำบริเวณเหนือเขื่อนให้เหมาะสม พร้อมลดผลกระทบต่อพื้นที่ด้านท้ายเขื่อน

ทั้งนี้ การปรับเพิ่มการระบายน้ำจะดำเนินการ แบบขั้นบันไดและสอดคล้องกับปริมาณน้ำที่ไหลเข้า โดยกรมชลประทานจะติดตามทั้งปริมาณน้ำจากพื้นที่ตอนบน ปริมาณน้ำจากลำน้ำสาขา ปริมาณฝน และระดับน้ำตามสถานีตรวจวัดต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง หากมีปริมาณน้ำเหนือเพิ่มขึ้นและส่งผลให้จำเป็นต้องปรับแผนการระบายน้ำ กรมชลประทานจะดำเนินการตามความเหมาะสม พร้อมแจ้งเตือนพื้นที่ที่เกี่ยวข้องล่วงหน้า

เตือนพื้นที่ท้ายเขื่อน เฝ้าระวังระดับน้ำเพิ่มขึ้น

การระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยาในอัตราประมาณ 1,300 - 1,500 ลบ.ม./วินาที จะส่งผลให้ระดับน้ำด้านท้ายเขื่อนเพิ่มสูงขึ้นจากปัจจุบันประมาณ 0.75 - 1.25 เมตร โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำและพื้นที่นอกคันกั้นน้ำริมแม่น้ำ บริเวณ อำเภอเสนา อำเภอผักไห่ อำเภอบางบาล อำเภอพระนครศรีอยุธยา อำเภอบางปะอิน อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา อำเภอวิเศษชัยชาญ และอำเภอป่าโมก จังหวัดอ่างทอง

อย่างไรก็ตาม ระดับน้ำดังกล่าว ยังไม่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ชุมชนที่อยู่ภายในคันกั้นน้ำ ทั้งนี้ กรมชลประทานดำเนินการปรับการระบายน้ำแบบขั้นบันได และติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อควบคุมการระบายน้ำให้เหมาะสมกับปริมาณน้ำที่เพิ่มขึ้น

กรมชลประทานจึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประชาชน และผู้ประกอบการในพื้นที่ลุ่มต่ำ พื้นที่นอกคันกั้นน้ำ และพื้นที่ริมแม่น้ำ เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด เตรียมความพร้อมรับมือกับระดับน้ำที่อาจเพิ่มสูงขึ้น รวมถึงติดตามประกาศแจ้งเตือนจากกรมชลประทานและหน่วยงานในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง

นายวิทยา กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมชลประทานบริหารจัดการน้ำโดยพิจารณาจากข้อมูลรอบด้าน ทั้งการคาดการณ์สภาพอากาศและปริมาณฝนจากแบบจำลอง การติดตามปริมาณฝน - น้ำท่า สถานการณ์น้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยา รวมถึงภาพรวมสถานการณ์น้ำทั่วประเทศ เพื่อนำมาวิเคราะห์และประเมินแนวโน้มสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง ก่อนกำหนดและปรับแผนการบริหารจัดการน้ำให้เหมาะสมกับสถานการณ์ โดยคำนึงถึง ความปลอดภัยของประชาชนและอาคารชลประทาน การลดผลกระทบจากอุทกภัย ตลอดจนการรักษาน้ำต้นทุนให้เพียงพอสำหรับการใช้น้ำในระยะต่อไป ทั้งนี้ หากสถานการณ์น้ำมีการเปลี่ยนแปลง กรมชลประทานจะเร่งแจ้งข้อมูลและแนวทางการบริหารจัดการน้ำให้ประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบ เพื่อให้สามารถเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์ได้อย่างทันท่วงที
 

ข้อมูล : กรมชลประทาน