กรมอุตุฯ ประชุมด่วนเตือนรับมือฝนตกหนักถึงหนักมาก 21-26 ก.ย. 69 กทม. ภาคกลาง อีสานตอนล่าง เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก
กรมอุตุนิยมวิทยาจัดประชุมด่วนติดตามและประเมินสถานการณ์ฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่ของประเทศไทย พร้อมเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยระวังอันตรายจากฝนตกสะสม น้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลาก ในช่วงวันที่ 21 - 26 กันยายน 2569 โดยเฉพาะพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลาง กทม. ปริมณฑล และภาคตะวันออก
กรมอุตุนิยมวิทยาประชุมด่วน ติดตามสถานการณ์สภาพอากาศและคลื่นลมแรง
ล่าสุด วันนี้ (21 ก.ย. 69) กรมอุตุนิยมวิทยาได้จัดการประชุมติดตามและประเมินสถานการณ์ฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทย และคลื่นลมแรงบริเวณทะเลอันดามัน โดยการประชุมครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก นายนัฐวุฒิ แดนดี รองอธิบดีฝ่ายวิชาการ เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วย นายสุรพงษ์ สารปะ ผู้อำนวยการกองพยากรณ์อากาศ คณะผู้เชี่ยวชาญ และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง ณ ศูนย์ปฏิบัติการพยากรณ์อากาศ ชั้น 11 อาคาร 50 ปีอุตุนิยมวิทยา รวมถึงการประชุมผ่านระบบออนไลน์ เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลอุตุนิยมวิทยาล่าสุดและเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ภัยพิบัติทางธรรมชาติที่อาจเกิดขึ้น
ผลจากการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกในที่ประชุมชี้ให้เห็นว่า สภาพอากาศของประเทศไทยในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ถึงกันยายนยังคงมีความแปรปรวนสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงวันที่ 21 - 26 กันยายน 2569 ที่หลายภาคส่วนต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากมีปัจจัยทางอุตุนิยมวิทยาหลายประการที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อปริมาณฝนและการกระจายตัวของฝนในประเทศไทย
เปิดสาเหตุสภาพอากาศแปรปรวน ทำไทยเจอฝนตกหนัก 21 - 26 ก.ย. 69
ที่ประชุมกรมอุตุนิยมวิทยาได้ประเมินปัจจัยทางอุตุนิยมวิทยาที่ส่งผลให้เกิดฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งทั่วประเทศไทย โดยมีสาเหตุหลักดังนี้
-
หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณอ่าวเบงกอล หย่อมความกดอากาศต่ำที่ปกคลุมบริเวณอ่าวเบงกอลตอนกลางมีแนวโน้มที่จะทวีกำลังแรงขึ้นเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรง และเคลื่อนตัวเข้าปกคลุมบริเวณอ่าวเบงกอลตอนบน
-
การเลื่อนของร่องมรสุม ผลจากการเคลื่อนตัวของหย่อมความกดอากาศต่ำดังกล่าว ส่งผลให้ ร่องมรสุม (Monsoon Trough) เลื่อนสูงขึ้นไปพาดผ่านบริเวณภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง เข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลาง ซึ่งการพาดผ่านของร่องมรสุมลักษณะนี้เป็นปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดฝนตกชุกหนาแน่นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่
-
มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ มรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังค่อนข้างแรงที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย เริ่มมีกำลังอ่อนลงเล็กน้อย แต่ยังคงส่งความชื้นเข้ามาปกคลุมประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง
เจาะลึกพื้นที่เสี่ยงภัยฝนตกหนัก กทม. และปริมณฑล ไม่รอด
จากการประเมินของกองพยากรณ์อากาศ กรมอุตุนิยมวิทยา พื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษสำหรับปริมาณฝนที่เพิ่มขึ้นและฝนตกหนักถึงหนักมาก ในช่วงวันที่ 21 - 26 กันยายน 2569 ได้แก่
- ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง พื้นที่รับอิทธิพลจากร่องมรสุม เสี่ยงต่อฝนตกหนักสะสม ส่งผลกระทบต่อพื้นที่เกษตรกรรมและชุมชน
- ภาคกลาง รวมทั้ง กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ซึ่งเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำ ทำให้มีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดปัญหาน้ำท่วมขังในระยะสั้น และปัญหาน้ำรอการระบายในเขตเมือง
- ภาคตะวันออก พื้นที่ติดชายฝั่งและแนวเขา เสี่ยงต่อการเกิดน้ำป่าไหลหลากและน้ำท่วมฉับพลัน
สำหรับสถานการณ์คลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามัน ในช่วงเวลาดังกล่าว ทะเลอันดามันตอนบนจะมีกำลังอ่อนลงเป็นกำลังปานกลาง โดยมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ส่วนบริเวณทะเลอันดามันตอนล่างและอ่าวไทยตอนบน มีคลื่นสูงประมาณ 1 - 2 เมตร ทั้งนี้ ในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง คลื่นลมจะมีความแรงขึ้น โดยมีคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ชาวเรือและผู้ประกอบการท่องเที่ยวทางทะเลควรรอบคอบและระมัดระวังในการเดินเรือ
ข้อควรปฏิบัติและเตือนภัยประชาชนในพื้นที่เสี่ยง
กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกข้อแนะนำและคำเตือนแก่ประชาชนทั่วประเทศ เพื่อเตรียมความพร้อมและลดความสูญเสียจากสถานการณ์ภัยพิบัติทางธรรมชาติ ดังนี้
-
ระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนสะสม ปริมาณฝนที่ตกสะสมอย่างต่อเนื่องอาจส่งผลให้ดินอุ้มน้ำไม่ไหว ทำให้เกิด น้ำท่วมฉับพลัน (Flash Flood) และ น้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม
-
เลี่ยงเส้นทางน้ำท่วมซ้ำซาก สำหรับประชาชนในเขตเมืองและพื้นที่ลุ่มต่ำ ควรหลีกเลี่ยงการเดินทางผ่านเส้นทางที่มีปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก เนื่องจากอาจเกิดน้ำท่วมขังในระยะสั้นที่ทำให้การจราจรติดขัดหรือเกิดอันตรายต่อยานพาหนะได้
-
สอดส่องและเตรียมพร้อม ขอให้ประชาชนเตรียมความพร้อมรับมือ อพยพสิ่งของขึ้นที่สูงในกรณีที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยสูง และตรวจสอบระบบระบายน้ำรอบบ้านให้เรียบร้อย
กรมอุตุฯ ยืนยันติดตามสถานการณ์ 24 ชั่วโมง
นายนัฐวุฒิ แดนดี รองอธิบดีฝ่ายวิชาการ กรมอุตุนิยมวิทยา เปิดเผยว่า กรมอุตุนิยมวิทยาจะทำการติดตาม ประเมิน และวิเคราะห์สถานการณ์สภาพอากาศอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้ข้อมูลพยากรณ์อากาศมีความแม่นยำและทันต่อเหตุการณ์ที่สุด โดยจะมีการออกประกาศเตือนภัยให้ประชาชนได้รับทราบเป็นระยะ
ดังนั้น จึงขอให้ประชาชนติดตามข่าวสาร พยากรณ์อากาศ และประกาศเตือนภัยจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด ผ่านทางเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของกรมอุตุนิยมวิทยา (www.tmd.go.th) หรือแฟนเพจ Facebook กรมอุตุนิยมวิทยา และสายด่วนแจ้งเตือนภัย เพื่อให้สามารถวางแผนการเดินทางและการดำเนินชีวิตได้อย่างปลอดภัย





