วันจันทร์ ที่ 21 กันยายน 2569

Login
Login

เตือนมรสุมจ่อไทย 22-26 ก.ย.นี้ กางพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม-ดินถล่ม

สทนช. เตือน มรสุมจ่อเข้าไทย 22-26 ก.ย. นี้ เสี่ยงฝนตกหนัก กางพิกัดเฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน ดินโคลนถล่ม และน้ำล้นตลิ่ง ท้ายเขื่อนเจ้าพระยาเตรียมรับมือระดับน้ำสูงขึ้น

สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ได้ติดตามการคาดการณ์สภาพอากาศ พบหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรง บริเวณชายฝั่งประเทศเวียดนามตอนกลางจะเคลื่อนเข้าปกคลุมประเทศไทยตามแนวร่องมรสุมที่พาดผ่านประเทศไทยตอนบน ในขณะที่มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น ทำให้ประเทศไทยจะมีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง โดยเฉพาะบริเวณภาคเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนบน 

ทั้งนี้ สทนช. ได้ประเมินวิเคราะห์สถานการณ์น้ำตามฝนคาดการณ์จาก กรมอุตุนิยมวิทยา และสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) และการคาดการณ์พื้นที่เสี่ยงน้ำหลากและพื้นที่เสี่ยง ดินโคลนถล่มบริเวณพื้นที่ต้นน้ำ จากกรมทรัพยากรน้ำและกรมทรัพยากรธรณี พบว่ามีพื้นที่เสี่ยงต้องเฝ้าระวัง ในช่วงวันที่ 22 - 26 กันยายน 2569 ดังนี้

เตือนมรสุมจ่อไทย 22-26 ก.ย.นี้ กางพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม-ดินถล่ม
 

พื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมขัง น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม

 

1. ภาคเหนือ

  • จังหวัดแม่ฮ่องสอน (อำเภอสบเมย แม่สะเรียง และขุนยวม) 
  • จังหวัดตาก (อำเภออุ้มผาง ท่าสองยาง แม่ระมาด และแม่สอด) 
  • จังหวัดพิษณุโลก (อำเภอเนินมะปราง ชาติตระการ และวังทอง) 
  • จังหวัดอุทัยธานี (อำเภอลานสัก และบ้านไร่)

 

2. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

  • จังหวัดศรีสะเกษ (อำเภอภูสิงห์) 

 

3. ภาคกลาง

  • จังหวัดลพบุรี (อำเภอเมืองลพบุรี และหนองม่วง) 
  • จังหวัดสระบุรี (อำเภอหนองแคและพระพุทธบาท) 
  • จังหวัดปทุมธานี (อำเภอเมืองปทุมธานี) 
  • จังหวัดนนทบุรี (อำเภอเมืองนนทบุรี และปากเกร็ด) 
  • กรุงเทพมหานคร 
  • จังหวัดสมุทรปราการ (อำเภอบางบ่อ) 

 

4. ภาคตะวันตก

  • จังหวัดกาญจนบุรี (อำเภอสังขละบุรี ศรีสวัสดิ์ พนมทวน และทองผาภูมิ) 
  • จังหวัดราชบุรี (อำเภอจอมบึง และสวนผึ้ง)

 

5. ภาคตะวันออก

  • จังหวัดนครนายก (อำเภอปากพลี และเมืองนครนายก) 
  • จังหวัดปราจีนบุรี (อำเภอเมืองปราจีนบุรี ศรีมหาโพธิ์ และประจันตคาม) 
  • จังหวัดสระแก้ว (อำเภออรัญประเทศ วัฒนานคร และเขาฉกรรจ์) 
  • จังหวัดชลบุรี (อำเภอเมืองชลบุรี บ่อทอง ศรีราชา และบ้านบึง) 
  • จังหวัดจันทบุรี (อำเภอมะขาม แก่งหางแมว โป่งน้ำร้อน ขลุง และเขาคิชฌกูฏ) 
  • จังหวัดตราด (อำเภอเมืองตราด และบ่อไร่)

 

6. ภาคใต้

  • จังหวัดระนอง (อำเภอกะเปอร์) 
  • จังหวัดสงขลา (อำเภอหาดใหญ่ คลองหอยโข่ง และสะเดา) 
  • จังหวัดนราธิวาส (อำเภอระแงะ สุคิริน และสุไหงโก-ลก)

พื้นที่น้ำท่วมฉับพลันและน้ำล้นตลิ่ง

เฝ้าระวังระดับน้ำเพิ่มขึ้นอย่างฉับพลันและระดับน้ำล้นตลิ่งและท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำ บริเวณแม่น้ำสายหลักและลำน้ำสาขา ได้แก่

  • แม่น้ำเมย น้ำยวม และลำน้ำแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน
  • แม่น้ำวังทอง จังหวัดพิษณุโลก
  • แม่น้ำภาชี จังหวัดราชบุรี
  • แม่น้ำนครนายก จังหวัดนครนายก
  • แม่น้ำปราจีนบุรี จังหวัดปราจีนบุรี
  • คลองพระสทึงและคลองพระปรง จังหวัดสระแก้ว
  • แม่น้ำจันทบุรี จังหวัดจันทบุรี 
  • คลองกะเปอร์ จังหวัดระนอง
  • แม่น้ำสายบุรีและแม่น้ำโก-ลก จังหวัดนราธิวาส 

เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมบริเวณท้ายเขื่อนเจ้าพระยา

คาดการณ์จะมีน้ำหลากจากตอนบนของลุ่มน้ำไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยาในเกณฑ์ 1,500ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จะทำให้ระดับน้ำเพิ่มขึ้นจากปัจจุบันอีกประมาณ 0.75 – 1.25 เมตร ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อพื้นที่เสี่ยง บริเวณพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำบริเวณ จังหวัดชัยนาท (อำเภอสรรพยา) จังหวัดสิงห์บุรี (อำเภออินทร์บุรี) จังหวัดอ่างทอง (อำเภอเมืองอ่างทอง และวิเศษชัยชาญ) จังหวัดพระนครศรีอยุธยา (อำเภอเสนา ผักไห่ บางบาลพระนครศรีอยุธยา บางปะอิน และบางไทร) และจังหวัดปทุมธานี (อำเภอเมืองปทุมธานี และสามโคก)

ในการนี้ เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมรับมือ ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องโปรดดำเนินการ ดังนี้

1. ติดตามสภาพอากาศและสถานการณ์น้ำอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีฝนตกสะสมมากกว่า 90 มิลลิเมตร ในช่วงเวลา 24 ชั่วโมง และพื้นที่จุดเสี่ยงที่เคยเกิดน้ำท่วมอยู่เป็นประจำ

2. ติดตาม ตรวจสอบ ซ่อมแซม แนวคันบริเวณริมแม่น้ำ และเร่งกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ พร้อมวางแผนการบริหารจัดการน้ำให้เหมาะสม ปรับการบริหารจัดการน้ำในแหล่งเก็บกักน้ำขนาดใหญ่ ขนาดกลาง ขนาดเล็ก น้ำในลำน้ำ รวมถึงเขื่อนระบายน้ำและประตูระบายน้ำ ให้สอดคล้องกันตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำและอิทธิพลของการขึ้น – ลง ของน้ำทะเล โดยการเร่งระบายและพร่องน้ำรองรับสถานการณ์ฝนที่คาดว่าจะตกหนัก

3. เตรียมแผนรับสถานการณ์น้ำหลาก เตรียมความพร้อมบุคลากร เครื่องจักรเครื่องมือ กำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ ลอกท่อระบายน้ำ และบูรณาการความพร้อมให้ความช่วยเหลือได้ทันที

4. ประชาสัมพันธ์สถานการณ์น้ำ และแจ้งเตือนล่วงหน้า ให้ประชาชนที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบ เตรียมพร้อมในการอพยพได้ทันท่วงทีหากเกิดสถานการณ์

เตือนมรสุมจ่อไทย 22-26 ก.ย.นี้ กางพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม-ดินถล่ม

ข้อมูล : สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ