คมนาคม ลุยจัดระเบียบแท็กซี่แยกรังสิต - หน้าฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต บังคับใช้กฎหมายเข้ม แก้ปัญหาอิทธิพล-จอดแช่กีดขวางจราจร เตรียมติดกล้อง CCTV AI 8 จุด ยกระดับความปลอดภัยระยะยาว
วันนี้ (3 กันยายน 2569) นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ชี้แจงต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาและการจัดระเบียบรถแท็กซี่ที่บริเวณเกาะกลางถนน ใต้ทางยกระดับอุตราภิมุข ระหว่างบริเวณหน้าศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต และเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ รังสิต จังหวัดปทุมธานี และจุดจอดของสถานีขนส่ง (บขส.) อย่างจริงจังและต่อเนื่อง หลังได้รับการร้องเรียนเกี่ยวกับพฤติกรรมปฏิเสธการกดมาตรค่าโดยสาร (มิเตอร์) เรียกเก็บค่าโดยสารแบบเหมาจ่ายเกินอัตรา รวมทั้งการจอดแช่กีดขวางการจราจร ตลอดจนกลุ่มอิทธิพลในพื้นที่ที่เรียกรับผลประโยชน์
นายสิริพงศ์ กล่าวว่า กระทรวงคมนาคม โดยกรมการขนส่งทางบก สำนักงานขนส่งจังหวัดปทุมธานี และบริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) ได้บูรณาการร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่ อาทิ สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ ฝ่ายปกครอง อำเภอธัญบุรี เทศบาลนครรังสิต และ กอ.รนม.จังหวัดปทุมธานี ลงพื้นที่ป้องปรามและบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด โดยมีมาตรการในการแก้ไขปัญหาและจัดระเบียบรถสาธารณะบริเวณแยกรังสิตและพื้นที่ต่อเนื่อง ทั้งนี้ ตั้งแต่เดือนมิถุนายน - สิงหาคม 2569 สามารถดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดได้รวมทั้งสิ้น 304 ราย แบ่งเป็น
- ความผิดตามตามพระราชบัญญัติการจราจรทางบก พ.ศ. 2522 จำนวน 270 ราย (ข้อหาจอดรถกีดขวางการจราจร)
- ความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยรถยนต์ พ.ศ. 2522 จำนวน 26 ราย (อาทิ ใช้รถครบกำหนดอายุ, ใบอนุญาตขับรถไม่ตรงประเภท, ไม่ใช้เครื่องหมายสำหรับรถยนต์สาธารณะ และนำรถส่วนบุคคลมารับจ้าง ฯลฯ)
- ความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 จำนวน 8 ราย (เก็บค่าโดยสารเกินอัตรา, ไม่แสดงข้อมูลผู้ประจำรถและหมายเลขทะเบียนรถ, บรรทุกผู้โดยสารเกินจำนวนที่นั่ง และไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขเกี่ยวกับเส้นทางเดินรถ)
ทั้งนี้ บขส. ได้จัดเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานในพื้นที่บริเวณจุดจอดรถโดยสารรังสิตเพื่ออำนวยความสะดวกและดูแลความเรียบร้อย
สำหรับการแก้ไขปัญหาจอดรถโดยมิชอบของรถแท็กซี่ที่จอดแช่กีดขวางบริเวณจุดจอดของสถานีขนส่ง (บขส.) เส้นทึบสีขาว-เหลือง และช่องทางหยุดรถโดยสารประจำทาง กระทรวงคมนาคมได้ยกระดับเพิ่มความเข้มข้น มาตรการในการแก้ไขปัญหาและจัดระเบียบรถสาธารณะทั้งในและนอกเวลาราชการจากเดิมสัปดาห์ละ 1 ครั้ง เป็นอย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 ครั้ง หากพบรถแท็กซี่หรือรถประเภทอื่นจอดแช่กีดขวางจุดจอดรถโดยสาร หรือส่งผลกระทบต่อการเดินรถและความปลอดภัยของผู้โดยสาร เจ้าหน้าที่จะเข้าแจ้งให้เคลื่อนย้ายทันที สำหรับกรณีรถแท็กซี่ที่หมดอายุการใช้งานจะส่งต่อข้อมูลให้กรมการขนส่งทางบกและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบและดำเนินการ และรวมทั้งพฤติการณ์กลุ่มอิทธิพลให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีทันที
นายสิริพงศ์ กล่าวต่อว่า กระทรวงคมนาคมมีมาตรการเชิงโครงสร้างในระยะยาวเพื่อแก้ปัญหาเรื้อรังของกลุ่มอิทธิพลและการเรียกรับผลประโยชน์ในพื้นที่อย่างเด็ดขาด โดยมีแนวทาง ดังนี้
- ติดตั้งเทคโนโลยี CCTV AI 8 จุด โดยจัดทำโครงการขอรับจัดสรรเงินกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน (กปถ.) เพื่อติดตั้งกล้อง CCTV AI จำนวน 8 จุด บริเวณแยกรังสิต สำหรับติดตามตรวจสอบและบันทึกข้อมูลการจราจรและการให้บริการรถสาธารณะอัตโนมัติ
- เชื่อมโยงข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ ตามที่กรมการขนส่งทางบกและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ(MOU) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบังคับใช้กฎหมายว่าด้วยการจราจรทางบก โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป ส่งผลให้อัตราการบาดเจ็บ/เสียชีวิตจากอุบัติเหตุเปรียบเทียบกับปี 2568 และ 2569 ลดลงถึง 33.3%
- สนับสนุนและส่งเสริมรถยนต์รับจ้างผ่านแอปพลิเคชัน โดยให้สำนักงานขนส่งทุกแห่งเพิ่มช่วงเวลาและไม่จำกัดจำนวนการให้บริการผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถยนต์สาธารณะทั้งใหม่และต่ออายุ ซึ่งในพื้นที่สำนักงานขนส่งปทุมธานีมีการออกใบอนุญาตฯ แล้วกว่า 1,137 ราย (เดือนกุมภาพันธ์ - กรกฎาคม 2569) เพื่อเพิ่มทางเลือกที่ปลอดภัยและเป็นธรรมแก่ประชาชน
- การจัดระเบียบพื้นที่จุดจอด ซึ่งเจ้าหน้าที่ บขส. บูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดระเบียบจุดจอดรับ-ส่งผู้โดยสาร ไม่ให้มีการจอดรถแช่กีดขวาง พร้อมส่งต่อข้อมูลแท็กซี่หมดอายุและพฤติการณ์กลุ่มอิทธิพลให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีทันที
"ขอความร่วมมือประชาชนเลือกใช้บริการรถสาธารณะที่ถูกต้องตามกฎหมาย (ป้ายทะเบียนสีเหลือง) หากพบเห็นการปฏิเสธผู้โดยสาร ไม่ใช้มิเตอร์ หรือการคุกคาม สามารถแจ้งเหตุได้ที่ สายด่วนกรมการขนส่งทางบก โทร. 1584 ตลอด 24 ชั่วโมง" นายสิริพงศ์ กล่าว





