วันเสาร์ ที่ 22 สิงหาคม 2569

Login
Login

'สิริพงศ์' ขีดเส้นเคลียร์ปมพื้นที่ทับซ้อน 'ไฮสปีดเทรน' จบปีนี้

“สิริพงศ์” เปิดคืบหน้าสร้าง “ไฮสปีดไทยจีน” ช่วงกรุงเทพฯ - โคราช ผลงานสะสม 55.97% เร่งเคลียร์ปมสัญญาพื้นที่ทับซ้อน “ไฮสปีดสามสนามบิน” ช่วงบางซื่อ - ดอนเมือง คาดได้ข้อสรุปภายในปีนี้ เคาะแนวทางเดินหน้าก่อสร้าง

นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วยนายบัญชา เชาวรินทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี และนายพิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าโครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง (ไฮสปีด) ไทย–จีน ระยะที่ 1 ช่วงกรุงเทพมหานคร–นครราชสีมา สัญญาที่ 4-7 ช่วงสระบุรี-แก่งคอย สถานีสระบุรี โดยมีนายกำพล บุญชม วิศวกรใหญ่ฝ่ายโครงการพิเศษและก่อสร้าง พร้อมด้วยคณะผู้บริหารการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้การต้อนรับ

นายสิริพงศ์ กล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้ เพื่อติดตามความคืบหน้าและเร่งรัดการดำเนินงานโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย–จีน ระยะที่ 1 ให้เป็นไปตามแผนงานที่กำหนด โดยได้กำชับให้การรถไฟฯ บริหารจัดการโครงการอย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่กับการให้ความสำคัญสูงสุดต่อมาตรฐานความปลอดภัย โดยเฉพาะเขตพื้นที่ก่อสร้างที่อยู่ใกล้แนวเส้นทางรถไฟและพื้นที่ที่มีประชาชนใช้สัญจรผ่าน จะต้องมีมาตรการป้องกันอุบัติเหตุและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นอย่างรัดกุม

'สิริพงศ์' ขีดเส้นเคลียร์ปมพื้นที่ทับซ้อน 'ไฮสปีดเทรน' จบปีนี้

ทั้งนี้ ในส่วนของพื้นที่ก่อสร้างงานอุโมงค์ ได้กำชับให้ รฟท. ติดตามสถานการณ์และตรวจสอบความปลอดภัยอย่างใกล้ชิด พร้อมเตรียมมาตรการป้องกันและแผนรองรับเหตุฉุกเฉิน เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ประชาชน โดยกระทรวงฯ มีเป้าหมายเร่งรัดงานก่อสร้างโครงการรถไฟความเร็วสูงนี้ให้แล้วเสร็จพร้อมเปิดบริการในปี 2574 ซึ่งจะอำนวยความสะดวกประชาชนในการเดินทางและการขนส่งสินค้า

นายสิริพงศ์ กล่าวด้วยว่า ภาพรวมงานก่อสร้างโครงการนี้แม้ว่าจะล่าช้ากว่าแผนแต่ยังมั่นใจว่าจะสามารถเร่งรัดเพื่อให้แล้วเสร็จและเปิดบริการตามเป้าหมาย ปัจจุบันยังคงมีสัญญางานก่อสร้างที่ยังไม่สามารถเริ่มงานได้ โดยเฉพาะสัญญา 4-1 ช่วงบางซื่อ – ดอนเมือง ซึ่งมีงานโครงสร้างร่วมกับโครงการไฮสปีดเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง สุวรรณภูมิ อู่ตะเภา) คาดว่าจะได้ข้อสรุปภายในปีนี้

'สิริพงศ์' ขีดเส้นเคลียร์ปมพื้นที่ทับซ้อน 'ไฮสปีดเทรน' จบปีนี้

“ตอนนี้ต้องรอดูว่าคณะกรรมการอีอีซีจะมีความเห็นอย่างไรกับการแก้ไขสัญญาร่วมทุนไฮสปีดเชื่อม 3 สนามบินจะไปต่ออย่างไร ซึ่งการรถไฟฯ ก็มีออปชั่นที่จะนำโครงสร้างร่วมงานสัญญา 4-1 กลับมาเปิดประมูลและเริ่มก่อสร้าง เพื่อไม่ให้โครงการไฮสปีดไทยจีนได้รับผลกระทบ หากสร้างส่วนนี้ก่อนก็จะรองรับการเดินรถไฮสปีดไทยจีน และยังรองรับไฮสปีดเชื่อม 2 สนามบิน คือ ดอนเมืองและสุวรรณภูมิ”

นายกำพล บุญชม วิศวกรใหญ่ฝ่ายโครงการพิเศษและก่อสร้าง รฟท. กล่าวว่า โครงการรถไฟความเร็วสูงไทย–จีน ระยะที่ 1 ช่วงกรุงเทพมหานคร–นครราชสีมา มีระยะทางรวมประมาณ 250.77 กิโลเมตร แบ่งการดำเนินงานด้านโยธาออกเป็น 14 สัญญา ปัจจุบันมีแผนงานสะสม 90.487% ขณะที่ผลงานสะสมอยู่ที่ 55.978% คิดเป็นความล่าช้ากว่าแผน 34.509% โดย รฟท. อยู่ระหว่างติดตามและเร่งรัดการดำเนินงานของแต่ละสัญญาอย่างใกล้ชิด พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อแก้ไขปัญหาและอุปสรรคที่เกิดขึ้น เพื่อให้การก่อสร้างสามารถเดินหน้าต่อเนื่องและบรรลุเป้าหมายของโครงการ

'สิริพงศ์' ขีดเส้นเคลียร์ปมพื้นที่ทับซ้อน 'ไฮสปีดเทรน' จบปีนี้

สำหรับงานก่อสร้างสัญญาที่ 4–7 ช่วงสระบุรี–แก่งคอย ระยะทาง 12.99 กิโลเมตร ปัจจุบันมีแผนงานสะสม 81.50% ผลงานสะสม 73.25% คิดเป็นความล่าช้ากว่าแผน 8.25% โดยอยู่ระหว่างดำเนินงานก่อสร้างโครงสร้างทางยกระดับและองค์ประกอบต่าง ๆ ของระบบรถไฟความเร็วสูงในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง โดยงานติดตั้ง Segment มีความก้าวหน้า 86% งานก่อสร้าง Balance Beam 33% และงานก่อสร้าง Switch Beam 68%

สำหรับสถานีรถไฟความเร็วสูงสระบุรี ตั้งอยู่ที่ตำบลตะกุด อำเภอเมืองสระบุรี จังหวัดสระบุรี เป็นสถานีรูปแบบยกระดับ แบ่งพื้นที่ใช้งานออกเป็น 4 ชั้น ได้แก่ ชั้นที่ 1 เป็นชั้นทางเข้าอาคารและชั้นชานชาลารถไฟทางไกล ชั้นที่ 2 เป็นพื้นที่จำหน่ายตั๋วรถไฟความเร็วสูงและรถไฟทางไกล ชั้นที่ 3 เป็นพื้นที่พักคอยผู้โดยสาร และชั้นที่ 4 เป็นชานชาลารถไฟความเร็วสูง โดยมีชานชาลาความยาว 450 เมตร จำนวน 2 ชานชาลา และมีทางรถไฟจำนวน 4 ทาง

'สิริพงศ์' ขีดเส้นเคลียร์ปมพื้นที่ทับซ้อน 'ไฮสปีดเทรน' จบปีนี้

ปัจจุบัน งานก่อสร้างสถานีสระบุรีมีแผนงานสะสม 47.22% ผลงานสะสม 29.30% คิดเป็นความล่าช้ากว่าแผน 17.92% ทั้งนี้ รฟท. จะติดตามและเร่งรัดการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง พร้อมกำกับดูแลมาตรฐานงานก่อสร้างให้เป็นไปตามข้อกำหนด เพื่อให้สถานีสามารถรองรับการให้บริการรถไฟความเร็วสูงในอนาคต