"สิริพงศ์" แจงเหตุผลโครงการเปลี่ยนรถสาธารณะเป็น EV ย้ำ 7 กลุ่มต้องทำ หวังลดต้นทุนน้ำมัน-เพิ่มความปลอดภัย ตั้งเป้าลดใช้น้ำมัน 212 ล้านลิตรต่อปี
ที่รัฐสภา นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รมช.คมนาคม ชี้แจงต่อที่ประชุมสภาฯ วาระพิจารณา พ.ร.ก.เงินกู้ 4 แสนล้านบาท ว่า โครงการที่กระทรวงจะดำเนินการภายใต้พ.ร.ก.ฉบับดังกล่าว ซึ่งที่ผ่านมา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้กระทรวงการคมนาคมทำ คือปรับเปลี่ยนไปใช้พลังงานสะอาด และลดความผันผวนต่อสภาวะราคาน้ำมัน โดยในปัจจุบันมีเทคโนโลยีและเครื่องยนต์ใหม่ๆ มาทดแทนเครื่องยนต์สันดาป เนื่องจากเครื่องยนต์เก่าจะมีการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์มากขึ้น จึงเป็นที่มาในการเชิญรถสาธารณะ และรถที่ประชาชนใช้บริการขนส่งมาเปลี่ยนถ่ายเป็นรถอีวี
นายสิริพงศ์ กล่าวต่อว่า โดยมุ่ง 7 กลุ่ม ได้แก่ 1.กลุ่มแท็กซี่ จำนวน 29,646 คัน กลุ่มรถยนต์รับจ้างที่จดทะเบียน รถยนต์รับจ้างผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ 259 คัน 2. รถจักรยานยนต์สาธารณะ 68,491 คัน 3.รถยนต์สามล้อรับจ้าง 15,834 คัน 4.รถโดยสารประจำทาง 12,976 คัน 5.รถโดยสารไม่ประจำทาง 11,105 คัน 6.รถที่ได้ใช้ในการรับจ้างรับส่งนักเรียน 4,829 คัน และ 7.รถบรรทุกขนส่ง 497,134 คัน
นายสิริพงศ์ กล่าวอีกว่า ส่วนที่ไม่มีรถขสมก. เนื่องจากขณะนี้กระทรวงคมนาคมมีแผนเปลี่ยนผ่านรถขสมก. เป็นรถอีวี โดยได้รับการจัดสรรงบประมาณปี 2570 เพื่อเปลี่ยนรถขสมก. ล็อตแรก 1,520 คัน ไม่ได้มีความจำเป็นเร่งด่วน และจะขอต่อในงบประมาณปี 71 แต่รถ 7 กลุ่มดังกล่าว เป็นกลุ่มที่มีความจำเป็น เนื่องจากเป็นรถที่มีผลกระทบต่อค่าใช้จ่ายของประชาชนโดยตรง ทั้งนี้ หากมีประชาชนเข้าร่วมเพียง 50% หรือรถประมาณ 81,567 คัน จำนวนคาร์บอนไดออกไซด์ที่ลดลงคือปีละ 244,015 ตันต่อปี แต่หากมีประชาชนเข้าร่วมจำนวน 153,140 คัน จะช่วยลดคาร์บอนไดออกไซด์จำนวน 419,800 ตันต่อปี ซึ่งไม่ใช่แค่เป็นการลดพลังงานและค่าใช้จ่ายให้กับประชาชนได้ ทั้งนี้ หากเป็นไปตามแผนที่กระทรวงคมนาคมเสนอไป ในแต่ละปีเราจะสามารถลดการใช้น้ำมันได้ 212 ล้านลิตรต่อปี
“ท่านอาจจะสงสัยว่าเร่งด่วนแล้วทำไมไม่รีบทำ กว่าที่จะได้มาถึงการดำเนินการในวันนี้ เราต้องรอกระบวนการที่ท่านส่งศาลวินิจฉัย ฉะนั้น หลังจากวันนี้ หากท่านเห็นว่า โครงการเหล่านี้เป็นประโยชน์ และโครงการเหล่านี้ไม่ได้ไปในกระเป๋าคนใดคนหนึ่ง โครงการเหล่านี้ประชาชนสามารถเลือกที่จะใช้สิทธิ์ได้โดยอิสระ ไม่ได้บอกว่าไปตกกับผู้รับเหมา ก. ข. เราไม่ได้ไปทำถนน ไม่ได้ทำสะพาน เราไม่ได้ไปซื้อเครื่องกรองน้ำ แต่เอาไปช่วยประชาชนให้เขามีกำลังสามารถ เปลี่ยนถ่ายพลังงานได้ ดังนั้น หากวันนี้ท่านเห็นว่าเราต้องลดการพึ่งพาการนำเข้าน้ำมัน ขอความกรุณาสนับสนุนพ.ร.ก.ฉบับนี้” นายสิริพงศ์ กล่าว



