นายกฯ ถกด่วน 37 จังหวัด สั่ง 6 มาตรการรับมือน้ำท่วม-ดินถล่ม เร่งฟื้นฟูหลังน้ำลด พร้อมนำระบบดิจิทัลช่วยขึ้นทะเบียนเยียวยาประชาชน
วันนี้ (23 ส.ค. 69) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่จังหวัดน่าน นั่งประธานการประชุมติดตามสถานการณ์อุทกภัยภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 37 จังหวัด(น้ำท่วมน่าน) ผ่านระบบวีดิทัศน์ทางไกล (VCS) ร่วมกับคณะรัฐมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อวางแนวทาง ช่วยเหลือเยียวยา และฟื้นฟูพื้นที่ประสบภัยอย่างเร่งด่วน
แม้สถานการณ์น้ำท่วม ในหลายพื้นที่เริ่มคลี่คลาย แต่รัฐบาลยังคงเน้นย้ำให้ทุกภาคส่วนเตรียมพร้อมรับมือตลอด 24 ชั่วโมง เนื่องจากยังอยู่ในช่วงฤดูฝนที่มีความเสี่ยงฝนตกหนัก น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม โดยนายกรัฐมนตรีได้มอบข้อสั่งการสำคัญ 6 ด้าน ได้แก่
- การช่วยเหลือ เยียวยา และฟื้นฟู เร่งสำรวจความเสียหาย ระดมเครื่องสูบน้ำ และฟื้นฟูระบบสาธารณูปโภคพื้นฐาน (ไฟฟ้า ประปา สถานพยาบาล) ให้กลับคืนสู่ภาวะปกติโดยเร็ว
- ติดตามและคาดการณ์สภาพอากาศ เฝ้าระวังพื้นที่ต้นน้ำและจุดเสี่ยงฝนตกหนัก เพื่อแจ้งเตือนล่วงหน้า
- วิเคราะห์สถานการณ์น้ำ ประเมินการเคลื่อนตัวของมวลน้ำเข้าสู่เขตเศรษฐกิจและพื้นที่ท้ายน้ำ เพื่อให้อพยพกลุ่มเปราะบางได้ทันเวลา
- เฝ้าระวังน้ำป่าและดินโคลนถล่ม ประสานเครือข่ายจิตอาสาและกู้ภัยเตรียมพร้อมแผนอพยพทันที
- ฟื้นฟูเส้นทางคมนาคม เร่งซ่อมแซมถนน สะพาน และเตรียมสะพานเบลีย์เปิดเส้นทางที่ถูกตัดขาด
- ยกระดับระบบแจ้งเตือนภัย พัฒนาการแจ้งเตือนผ่าน Cell Broadcast และกระจายข่าวสารตรงถึงระดับหมู่บ้าน
ชูนวัตกรรมลดขั้นตอนเอกสาร – มุ่งดูแลคุณภาพชีวิตประชาชน
นายอนุทิน เน้นย้ำให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) พัฒนาระบบอิเล็กทรอนิกส์ในการลงทะเบียนผู้ประสบภัย เพื่อลดภาระด้านเอกสารและป้องกันไม่ให้ประชาชนเสียสิทธิ์ พร้อมกำชับเรื่องการดูแลคุณภาพและปริมาณอาหารของผู้ประสบภัยให้เพียงพอ รวมถึงการวางแนวทางจัดทำทางระบายน้ำ (Flood Way) เพื่อปกป้องพื้นที่เศรษฐกิจในระยะยาว
ด้านนายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้กำชับให้นายอำเภอศึกษาสภาพภูมิประเทศและความชื้นในดินอย่างละเอียดเพื่อประเมินความเสี่ยง ขณะที่นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดี ปภ. ยืนยันความพร้อมในการขับเคลื่อนการช่วยเหลือตามหลัก "รวดเร็ว ทั่วถึง เป็นธรรม และโปร่งใส"





