วันพุธ ที่ 26 สิงหาคม 2569

Login
Login

'อนุทิน' เสียใจน้ำท่วมน่าน สั่งเร่งลดผลกระทบ-ปรับระบบเตือนภัย

"อนุทิน" แสดงความเสียใจ น้ำท่วม จ.น่าน สั่งทุกหน่วยงานเร่งแก้ปัญหา ยึด6แนวทาง ลดผลกระทบ จี้ปรับปรุงระบบเตือนภัย-เชื่อมโยงข้อมูล ย้ำอะไรทำได้ ให้ทำทันที

ที่จ.น่าน นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ลงพื้นที่ติดตามและตรวจสถานการณ์"น้ำท่วมน่าน" โดยมีรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกฯ และ รมว.อว. นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.เกษตรและสหกรณ์ นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รมช.คมนาคม พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม  รวมถึง เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง กองทัพบก ร่วมลงพื้นที่และประชุมร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่

โดยนายอนุทิน กล่าวตอนหนึ่งระหว่างการเป็นประธานประชุมติดตามสถานการณ์ ว่า ตนขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวและญาติผู้เสียชีวิต ในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งทุกความสูญเสียไม่มีใครอยากให้เกิด ดังนั้นขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งช่วยเหลือครอบครัวผู้เสียชีวิต รวมถึงผู้ประสบภัยทุกรายเต็มที่

นายอนุทิน กล่าวต่อว่า ก่อนมีเหตการณ์เกิดขึ้น ตนมอบหมายให้รองนายกฯ กำกับดูแลแต่ละภาค โดยภาคเหนือ นายยศชนัน กำกับดูแล เมื่อเกิดสถานการณ์ทราบว่านายยศชนันเดินทางเข้าพื้นที่ทันที ส่วนตนนั้นปฏิบัติราชการต่างประเทศ แต่ได้ประสานงาน หารือตลอดเวลา รับทราบสถานการณ์จากรายงานของนายยศชนัน และทราบด้วยความมั่นใจว่าสามารถกำกับดูแลสถานการณ์ได้

“สถานการณ์ภาพรวมคลี่คลาย แต่วางใจไม่ได้ เพราะอยู่ในช่วงฤดูฝน ซึ่งยังมีพื้นที่เสี่ยงจากฝนตกหนัก น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม แม้บางพื้นที่จะเข้าสู่การฟื้นฟู แต่ยังต้องดูแลใกล้ชิด ทั้งนี้ผมมีข้อสั่งการให้ ปภ. ฝ่ายปกครองและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งสำรวจความเสียหาย ช่วยเหลือเยียวยา ลดผลกระทบ เร่งฟื้นฟูบ้านเรือน ถนน ประปา พื้นที่การเกษตร สถานพยาบาล โดยเร็ว พร้อมกับเร่งเยียวยาตามแนวทาง” นายอนุทิน กล่าว

นายอนุทิน กล่าวต่อว่า นอกจากนั้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ต้องบูรณาการการทำงานร่วมกัน ทั้งกรมอุตุนิยมวิทยา ต้องประเมินปริมาณฝน พื้นที่จังหวัดเสี่ยง วิเคราะห์ชี้เป้าแนวโน้มฝนตกหนัก ทำแผนที่น้ำท่วม เพื่อแจ้งข้อมูลให้หน่วงานที่เกี่ยวข้อง ให้เตรียมรับมือสถานการณ์ และต้องปรับข้อมูลให้เป็นปัจจุบันเพื่อใช้เป็นข้อมูลแจ้งเตือนประชาชนล่วงหน้าก่อนที่มวลน้ำจะไปถึงพื้นที่ อย่าให้น้ำมาถึงแล้วถึงแจ้ง ทั้งนี้เพื่อให้ประชาชนเตรียมตัว ขนย้ายสิ่งของ อพยพกลุ่มเปราะบางออกจากพื้นที่เสี่ยง ขณะที่พื้นที่หรือเส้นทางที่ถูกตัดขาดต้องเร่งซ่อมแซมเพื่อให้กลับมาใช้งานได้โดยเร็ว

นายกฯ กล่าวต่อว่า การแก้ปัญหาระยะยาว ต้องทำแผนงานแก้ไขปัญหาอุทกภัยเป็นเรื่องประจำทุกปี ต้องระดมสมองและปรับนโยบายเพื่อสร้างแนวทางป้องกัน เพื่อไม่ให้กระทบต่อเศรษฐกิจ รายได้ของประชาชน การท่องเที่ยว หรือให้เกิดผลกระทบน้อยที่สุด นอกจากนั้นให้พัฒนาระบบแจ้งเตือนภัย อัพเกรดข้อมูลให้ทันสมัย เชื่อมและกระจายข้อมูลไปในพื้นที่ พร้อมกับสร้างเครือข่ายตำบล หมู่บ้าน ให้นายอำเภอเตรียมพร้อมเฝ้าระวัง

“ผมขอให้ทุกหน่วยงานทำงานให้เป็นเอกภาพ ถือเอาความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สินของประชาชนเป็นเป้าเหมายสำคัญ พรร้อมกับเร่งฟื้นฟูพื้นที่ให้คลี่คลาย พื้นที่เสี่ยงให้คงการเฝ้าระวังและแจ้งเตือน ช่วงท้ายน้ำดำเนินการรับมือตั้งแต่ตอนนี้  สิ่งใดที่ทำได้ขอให้ทำให้ทันที” นายกฯ กล่าวย้ำ

หลังจากนั้น นายอนุทิน ให้สัมภาษณ์ถึงการลงพื้นที่เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ ว่า รัฐบาลและทุกภาคส่วนหารือแนวทางร่วมกัน กับส่วนราชการของพื้นที่เพื่อสร้างความพร้อมเผชิญภัย และเร่งเยียวยา ฟื้นฟู ซ่อมแซมและบรรเทาทุกข์ร้อนของประชาชนอย่างเต็มที่ ทั้งนี้มีข้อสั่งงการและกำหนดนโยบายแผนงานเพื่อรับมือปัญหาระยะสั้น และระยะยาวเพื่อให้ประชาชนคลายกังวลกับเหตุที่เกิดขึ้น

“วันนี้ไม่ได้มาในเรื่องของ จ.น่าน อย่างเดียว แต่ได้วางแผนรับมือกับอุทกภัยในภาพรวมในเขตภาคเหนือและพื้นที่ภาคอีสาน” นายอนุทิน กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับข้อสั่งการของ นายกฯ ต่อที่ประชุม  

1. ช่วยเหลือเยียวยาและฟื้นฟูพื้นที่ ให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย บูรณาการกับกรมการปกครอง และทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งสำรวจความเสียหาย ให้การช่วยเหลือเยียวยา และฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ เร่งระดมเครื่องสูบน้ำเข้าไปในพื้นที่ โดยเฉพาะจุดเกิดเหตุและพื้นที่ลุ่มต่ำอื่น ๆ ที่มีน้ำท่วมขัง ให้พื้นที่กลับสู่ภาวะปกติโดยเร็ว สำหรับพื้นที่ที่ระดับน้ำลดแล้ว ขอให้เร่งฟื้นฟูทันที ทั้งบ้านเรือน สะพาน ไฟฟ้า ประปา สถานพยาบาล พื้นที่การเกษตร รวมถึงเร่งสำรวจความเสียหาย และช่วยเหลือเยียวยาให้เร็วที่สุด ตามมาตรการและแนวทางการช่วยเหลือเยียวยา

2. ติดตามและคาดการณ์สภาพอากาศ โดยให้กรมอุตุนิยมวิทยา สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ และสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ ติดตามและคาดการณ์สภาพอากาศและปริมาณฝนในพื้นที่จังหวัดที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะอย่างยิ่งพื้นที่ภาคเหนือ พื้นที่ต้นน้ำ อย่างต่อเนื่อง โดยให้มีการวิเคราะห์และชี้เป้าพื้นที่ที่มีแนวโน้มเกิดฝนตกหนักหรือหนักมาก มีแผนที่น้ำท่วมและการคาดการณ์ รวมทั้งแจ้งข้อมูลให้จังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบล่วงหน้า เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ได้อย่างทันท่วงที

3. ติดตามและคาดการณ์สถานการณ์น้ำ โดยให้สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ กรมชลประทาน สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ ร่วมกันติดตามประเมินและคาดการณ์สถานการณ์น้ำอย่างต่อเนื่อง โดยนำข้อมูลประเมินผลปริมาณน้ำท่า ระดับน้ำ และข้อมูลการคาดการณ์ โดยวิเคราะห์ร่วมกันทั้งปริมาณ และช่วงเวลาที่ปริมาณน้ำเข้า เคลื่อนเข้าสู่พื้นที่สำคัญ โดยเฉพาะเขตเศรษฐกิจ เขตตัวเมือง เขตเศรษฐกิจขนาดใหญ่ ตลอดจนพื้นที่ท้ายน้ำ พร้อมกับปรับปรุงข้อมูลให้เป็นปัจจุบัน  

4. ด้านการเฝ้าระวังน้ำป่าไหลหลากและดินโคลนถล่ม ให้กรมทรัพยากรธรณี กรมทรัพยากรน้ำ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ติดตามและคาดการณ์พื้นที่เสี่ยงน้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม อย่างต่อเนื่อง รวมทั้งประสานเครือข่ายจิตอาสา และเครือข่ายกู้ภัยต่าง ๆ เฝ้าระวังในพื้นที่ เพื่อติดตามสถานการณ์แจ้งเตือนพี่น้องประชาชนให้เตรียมความพร้อมและอพยพได้ทันท่วงที

5. ฟื้นฟูเส้นทางคมนาคมและโครงสร้างพื้นฐาน ให้กระทรวงคมนาคมเร่งสำรวจและประเมินเส้นทางคมนาคมในพื้นที่ประสบภัย พร้อมตรวจสอบสะพานและโครงสร้างพื้นฐานที่อาจได้รับผลกระทบจากกระแสน้ำ

6. ด้านการเฝ้าระวัง ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดได้เร่งประสานงานกับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ปรับระบบเตือนภัย โดยปรับปรุงข้อมูลอยู่ตลอดเวลา และมีการอัปเกรดแอปพลิเคชั่นที่ทันสมัย เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ทันสมัยที่สุด โดยทันที และเชื่อมต่อเชื่อมโยงข้อมูลและกระจายข้อมูลต่าง ๆ ไปยังผู้ว่าราชการจังหวัด โดยให้ผู้ว่าราชการจังหวัด "สร้างเครือข่ายการประชาสัมพันธ์" กระจายข่าวไปยังพื้นที่ในระดับตำบล หมู่บ้านให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ รวมทั้งให้นายอำเภอเตรียมพร้อมเฝ้าระวังและประสานกับผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตลอดเวลา