วันจันทร์ ที่ 31 สิงหาคม 2569

Login
Login

จับคาห้างดังกรุงเทพ รวบยกแก๊ง 9 บัญชีม้าถอนเงินเหยื่อสแกมเมอร์

ตำรวจไซเบอร์บุกจับกลางห้างดังกรุงเทพ ปฏิบัติการรวบยกแก๊ง 9 ราย ขบวนการบัญชีม้า แห่รอถอนเงินเหยื่อสแกมเมอร์

KEY POINTS

  • ตำรวจไซเบอร์บุกจับกุมแก๊งบัญชีม้า 9 ราย กลางห้างสรรพสินค้าในกรุงเทพฯ ขณะกำลังรอถอนเงินจากเหยื่อ
  • ขบวนการดังกล่าวมีการแบ่งหน้าที่กันทำงานระหว่างผู้ให้เช่าบัญชีและผู้ควบคุมและรวบรวมเงิน
  • ยึดของกลางเป็นเงินสดกว่า 3 แสนบาท ซึ่งเป็นเงินของผู้เสียหายที่ถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกให้ลงทุน

กรณีตำรวจไซเบอร์บุกจับกลางห้างดังกรุงเทพ ปฏิบัติการรวบยกแก๊ง 9 ราย ขบวนการบัญชีม้า แห่รอถอนเงินเหยื่อสแกมเมอร์

สืบเนื่องจาก พ.ต.อ.ปกรณ์กิตติ์ ธนวรินทร์กุล ผกก.3 บก.สอท.2 ได้นำทีมชุดสืบสวนในสังกัดเฝ้าติดตามพฤติกรรมกลุ่มรับเช่าบัญชีธนาคารมารับโอนเงินที่ได้จากการหลอกลวงออนไลน์ แล้วถอนเงินสดออกจากบัญชีทันที ก่อนนำไปส่งให้ผู้สั่งการ โดยเจ้าของบัญชีจะได้ค่าตอบแทน “ให้เช่าบัญชี”

จากการสืบสวนทราบว่า กลุ่มดังกล่าวมีการนัดหมายกันที่หน้าห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ในพื้นที่แขวงหนองบอน เขตประเวศ กทม. จึงได้ร่วมกันวางกำลังเฝ้าสังเกตตามจุดต่างๆ โดยเฉพาะบริเวณชั้น 3 ของห้างที่เป็นที่ตั้งของธนาคารหลายแบรนด์รวมกัน

เมื่อถึงเวลานัดหมายเริ่มมีคนมารวมตัวกันที่บริเวณที่นั่งด้านหน้าห้างเกือบสิบคน จากนั้นได้มีบุคคลปริศนาเดินมาหากลุ่มบุคคลดังกล่าวและพาเข้าไปนั่งรอใกล้ๆ ธนาคาร ซึ่งเชื่อว่าเป็นการเฝ้ารอให้เงินโอนเข้าบัญชีธนาคาร

เมื่อมียอดเงินเข้าบัญชี กลุ่มคนดังกล่าวจึงรีบเข้าไปถอนเงินออกมาทันที โดยมีการแยกกันทำหน้าที่อยู่ที่หน้าธนาคารแบรนด์ต่างๆ กลุ่มละ 2 - 3 คน

ต่อมาพบว่าผู้ร่วมขบวนการ หรือ ผู้ให้เช่า ในวงการเรียกว่า “ลูกค้า” ได้เข้าไปเบิกถอนเงินที่ธนาคารแล้วนำเงินออกมาให้แก่คนที่พาไปถอนเงิน หรือ พนักงาน ในวงการเรียกว่า “เซลล์” แล้วนำเงินสดไปฝากเข้าบัญชีธนาคารต่อไปตามที่ผู้สั่งการ

จากการสังเกตการณ์ เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนพบว่ามีพฤติกรรมร่วมกันในลักษณะเดียวกันอยู่ 3 กลุ่มบุคคล เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แบ่งกำลังกันเข้าควบคุมตัวผู้ต้องหาไว้ได้ทั้งหมด รวมจำนวน 9 คน 

พร้อมตรวจยึดของกลางรวม 16 รายการ ได้แก่ โทรศัพท์มือถือ สมุดบัญชีธนาคาร และ เงินสดจำนวน 337,500 บาท

เบื้องต้น ผู้ต้องหาทั้ง 9 คน รับสารภาพว่าได้ร่วมกันนำบัญชีมารอรับเงินเพื่อรับค่าจ้าง โดยมีกลุ่มที่นำบัญชีธนาคารมาให้เช่า ในวงการเรียกว่า “ลูกค้า” จำนวน 5 คน และกลุ่มที่เป็นลูกจ้างของเครือข่ายมาตรวจสอบบัญชีธนาคารก่อนโอนเงินเข้าและสอนการปฏิบัติ ในวงการเรียกว่า “เซลล์” จำนวน 4 คน โดยหากถอนเงินสำเร็จ ผู้ให้เช่าบัญชีจะได้ค่าตอบแทน 0.5 – 5 เปอร์เซ็นต์ของยอดเงินที่ผ่านบัญชี ส่วนเซลล์จะได้รับค่าจ้างเป็นรายเดือนประมาณ 15,000 - 20,000 บาทต่อเดือน รวมทั้งจะได้รับเพิ่มอีกวันละ 1,000 บาท หากถอนเงินสำเร็จ

จากการสืบสวนและข้อมูลจากผู้ต้องหา ทำให้ทราบว่าเครือข่ายนี้มีลักษณะเป็นขบวนการแบ่งหน้าที่กันทำ ดังนี้

1. กลุ่มผู้ให้เช่าบัญชีธนาคาร หรือในวงการเรียกว่า “ลูกค้า” ทำหน้าที่ นำบัญชีธนาคารมารอรับและถอนเงินสด

2. กลุ่มพนักงานหรือในวงการเรียกว่า “เซลล์” ทำหน้าที่ ตรวจสอบบัญชีธนาคาร ควบคุม “ลูกค้า” ให้ถอนเงินตามเวลาที่กำหนดโดยเร็วที่สุด และ รับเงินสดไปส่งต่อตามที่แอดมินแจ้ง

3. ผู้ประสานงานหรือแอดมิน ประสานงานระหว่าง “เซลล์” กับ “ลูกค้า” โดยสื่อสารผ่าน Facebook, Telegram, และ LINE แบบไม่เปิดเผยตัวตน ซึ่งเซลล์และลูกค้าจะไม่เคยเห็นหน้ากันมาก่อน

4. การ์ด ทำหน้าที่คอยสังเกตการณ์และควบคุม จะแสดงตัวเมื่อเห็นว่า “เซลล์” หรือ “ลูกค้า”

ไม่ทำตามข้อตกลง หรือคิดจะบิดเงิน โดยจะไม่แสดงตัวเด็ดขาดหากการถอนและส่งเงินต่อเป็นไปตามแผน

5. ทีมหลอกลวงผู้เสียหาย หรือ แก๊งคอลเซ็นเตอร์

เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงดำเนินคดีกับผู้ต้องหาทั้งหมด ในข้อหา “เป็นอั้งยี่” และ “เปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ของตนโดยมิได้เจตนาใช้เพื่อตนหรือบริการที่ตนเกี่ยวข้อง ทั้งนี้โดยประการที่รู้หรือควรจะได้รู้ว่าจะนำไปใช้กระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือความผิดทางอาญาอื่นใด” ส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย

ในส่วนเงินสดที่ยึดได้นั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้สืบสวนจนทราบตัวผู้เสียหาย พบว่าเจ้าของเงิน จำนวน 337,500 บาท คือ ผู้เสียหายชายวัย 62 ปี รายหนึ่ง ซึ่งได้โอนเงินเข้าบัญชีธนาคารของหนึ่งในผู้ต้องหาที่ถูกจับ จากการถูกหลอกลวงโดยแก๊งคอลเซ็นเตอร์ให้โอนเงินร่วมลงทุน ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างการขยายผลไปยังผู้ร่วมขบวนการเพิ่มเติม เพื่อนำตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมาย