เช็กด่วน หลอกโอนเงินลงทุนสูญ 100 ล้าน ผงะ บริษัท-ห้างหุ้นส่วน 50 แห่ง กลายร่างเป็นบัญชีม้า ตำรวจลุยจับกรรมการบริษัท
ตรวจสอบเช็กด่วน หลอกโอนเงินลงทุนสูญ 100 ล้าน ผงะ บริษัท-ห้างหุ้นส่วน 50 แห่ง กลายร่างเป็นบัญชีม้า ตำรวจลุยจับสาววัย 46 กรรมการบริษัท
ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) หรือ กองปราบปราม ร่วมกันจับกุม นางสาว ธ อายุ 46 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาพระโขนง ที่ จ.570/2569 ลงวันที่ 9 มิถุนายน 2569 กระทำความผิดฐาน
- ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นคนอื่น,
- ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน,
- ร่วมกันฟอกเงิน,
- สมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน,
- อั้งยี่และซ่องโจร
ตำรวจสามารถจับกุมตัวผู้ต้องหาได้ที่บริเวณอพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่งในพื้นที่ อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่
สืบเนื่องจาก มีกลุ่มผู้เสียหายถูกคนร้ายหลอกลวงชักชวนให้ร่วมลงทุนผ่านระบบคอมพิวเตอร์ จนผู้เสียหายหลงเชื่อและโอนเงิน
ให้กับกลุ่มคนร้ายผ่านกลุ่มนิติบุคคล บริษัท และห้างหุ้นส่วนจำกัดที่ถูกเปิดเป็นบัญชีม้ากว่า 50 แห่ง รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 100 ล้านบาท
ต่อมาทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สถานีตำรวจนครบาลคลองตัน ได้ทำการสืบสวนสอบสวนมาอย่างต่อเนื่องจนกระทั่งศาลได้อนุมัติออกหมายจับกลุ่มคนร้ายในเครือข่ายนี้กว่า 50 ราย
จากการสืบสวนเพิ่มเติมของเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปรามพบว่า น.ส.ธ ผู้ต้องหารายนี้มีฐานะเป็นกรรมการของบริษัทม้าที่ใช้ในการรับเงินจากผู้เสียหายเป็นจำนวนกว่า 3 ล้านบาท และได้หลบหนีมาซ่อนตัวอยู่ที่บริเวณอพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่งในพื้นที่ อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่
จึงได้นำกำลังลงพื้นที่ติดตามและทำการควบคุมตัวได้ในที่สุด จากการตรวจสอบประวัติและซักถามเบื้องต้นพบว่า ผู้ต้องหาเคยเดินทางไปทำงานกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์และเว็บพนันออนไลน์ในประเทศเพื่อนบ้าน
เมื่อเดินทางกลับมายังประเทศไทยได้ร่วมมือกับอดีตเพื่อนร่วมงาน ทำหน้าที่เป็นนายหน้าคอยจัดตั้งบริษัทนอมินีและเปิดบัญชีธนาคารเพื่อนำไปใช้ในการกระทำความผิดที่เกี่ยวข้องกับการฉ้อโกงออนไลน์และเว็บพนันออนไลน์
โดยผู้ต้องหาเป็นกรรมการและหุ้นส่วนเพื่อเปิดบัญชีธนาคารในนามนิติบุคคล บริษัทและห้างหุ้นส่วนจำกัดกว่า 4 แห่ง
นอกจากนี้ยังทำหน้าที่จัดหาเหยื่อให้ไปจัดตั้งบริษัทนอมินี รวมถึงเปิดบัญชีธนาคารเพื่อแลกกับเงินปันผลหรือเปอร์เซ็นต์ส่วนแบ่งรายได้ พร้อมทั้งทำหน้าที่จัดหาและลงทะเบียนหมายเลขโทรศัพท์หรือซิมม้าให้กับคนในเครือข่ายเพื่อนำไปใช้กระทำความผิดอีกด้วย
จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้นำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจนครบาลคลองตัน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา
การปฏิบัติภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผบก.ป., พ.ต.อ.เนติวิทย์ ธนาสิทธิ์นิติกุล ผกก.2 บก.ป. สั่งการให้ พ.ต.ต.อดิศร อินทิยศ สว.กก.2 บก.ป. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม กก.2 บก.ป. ดำเนินการ
ที่มา ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB)





