กรมบัญชีกลาง ออกกฎกระทรวงใหม่ 2569 การกระทำลักษณะทิ้งงาน เพิ่มบทลงโทษผู้รับเหมาภาครัฐ ก่อสร้างชุ่ยทำคนตาย-รถติดหนัก รัฐมีสิทธิ์สั่งขึ้นบัญชีดำ "ผู้ทิ้งงาน" ทันที
สังคายนารับเหมา! กรมบัญชีกลาง ออกกฎกระทรวงใหม่ 2569 กำหนดการกระทำลักษณะทิ้งงานฉบับใหม่ เพิ่มบทลงโทษผู้รับเหมาภาครัฐ แม้ยังนั่งทำงานอยู่หน้างาน แต่ถ้าทำเกิดความเสียหายร้ายแรง "ทำชุ่ย-คนตาย-รถติดหนัก" รัฐมีสิทธิ์สั่งเลิกสัญญาและขึ้นบัญชีดำ ติดเเบล็กลิสต์ e-GP ห้ามรับงานรัฐสูงสุด 10 ปี มีผลบังคับใช้แล้ว ตั้งแต่วันที่ 27 กรกฎาคม 2569
เปิดศักราชใหม่ของการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยมาตรการสุดเข้มงวด กรมบัญชีกลาง ออกกฎกระทรวงกำหนดการกระทำอันมีลักษณะเป็นการทิ้งงาน พ.ศ. 2569 ใหม่แล้ว โดยที่ผ่านมา สังคมไทยมักคุ้นเคยกับคำว่า “ผู้ทิ้งงานภาครัฐ” หรือการติด “แบล็กลิสต์ (Blacklist)” ในความหมายของการที่ผู้รับเหมาเบิกเงินแล้วชิ่งหนี ทิ้งงานค้างคา หรือไม่ยอมมาเซ็นสัญญา แต่กฎกระทรวงฉบับใหม่นี้ได้ขยายขอบเขตคำว่า "ทิ้งงาน" ให้ครอบคลุมไปถึง "คุณภาพความปลอดภัยและการปฏิบัติงาน" อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน
คำนิยามใหม่ระบุชัดเจนว่า ตั้งแต่วันลงนามในสัญญา ไปจนถึงวันตรวจรับงานครั้งสุดท้าย หรือวันเลิกสัญญา หากการปฏิบัติงาน (หรือการละเว้นการปฏิบัติงาน) ของผู้รับจ้าง ก่อให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงต่อชีวิต ร่างกาย หรือทรัพย์สินของประชาชน "แม้ตัวผู้รับเหมาจะยังนั่งทำงานอยู่หน้างาน ไม่ได้หนีหายไปไหน ก็ถือว่ามีความผิดฐานทิ้งงานทันที!"
ความเสียหายระดับไหน? ถึงเข้าขั้น "แบล็กลิสต์"
หลายคนอาจสงสัยว่า ความเสียหายแบบไหนที่กรมบัญชีกลางและหน่วยงานรัฐจะใช้เป็นบรรทัดฐานในการลงดาบ? กฎกระทรวงปี 2569 ได้เคาะเกณฑ์ความเสียหายอย่างร้ายแรงไว้ ดังนี้
- สูญเสียถึงชีวิต: เกิดอุบัติเหตุในพื้นที่ก่อสร้างจนมีผู้เสียชีวิต
- อันตรายสาหัส: ประชาชนหรือผู้ปฏิบัติงานได้รับบาดเจ็บรุนแรง
- ทรัพย์สินเสียหายจนรัฐต้องสั่ง "หยุดงานชั่วคราว" และการสั่งหยุดงานนั้นส่งผลกระทบต่อเนื่องจนทำให้การจราจรติดขัดเป็นอัมพาต
เปรียบเทียบเกณฑ์กฎหมายทิ้งงาน
เกณฑ์เดิม (พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้าง ปี 2560)
- ไม่มาเซ็นสัญญาตามกำหนด
- เบิกเงินแล้วหนีงาน/ไม่ทำงานให้เสร็จ
- ไม่ปฏิบัติหน้าที่ตามสัญญาอย่างสุจริต
เกณฑ์ใหม่ (กฎกระทรวง 2569)
- ครอบคลุมเกณฑ์เดิมทั้งหมด
- งานชุ่ยจนเกิดผู้เสียชีวิต/บาดเจ็บสาหัส
- ทรัพย์สินเสียหายจนโดนสั่งหยุดงานและกระทบจราจร
- **"ยังทำงานอยู่ก็โดนแบล็กลิสต์ได้"**
ผ่าเจตนารมณ์ ปิดช่องว่างกฎหมายเดิมที่ปล่อย "ผู้รับเหมาชุ่ย" ลอยนวล
เหตุผลสำคัญที่กระทรวงการคลัง โดยกรมบัญชีกลาง ต้องออกมากางกฎเหล็กในครั้งนี้ เนื่องจากต้องการ "ปิดช่องว่างกฎหมาย" ภายใต้ พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560
ในอดีต เมื่อเกิดอุบัติเหตุก่อสร้างขนาดใหญ่ ยกตัวอย่างกรณีไม่ว่าจะเป็นคานคอนกรีตหล่นทับรถ นั่งร้านไซต์ก่อสร้างถล่ม หรือถนนถนนพังทลายจนมีผู้เสียชีวิต กฎหมายเดิมกลับ "ไม่มีช่องทาง" ให้รัฐสั่งบอกเลิกสัญญา หรือขึ้นบัญชีผู้ทิ้งงานได้ทันที
หากผู้รับเหมายังยืนยันจะทำโครงการต่อ ส่งผลให้ผู้รับจ้างเหล่านั้นยังคงลอยนวล รับเงินงบประมาณแผ่นดิน และทำงานต่อไปได้โดยไม่ได้รับบทลงโทษที่สมน้ำสมเนื้อ
การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ
กฎกระทรวง พ.ศ. 2569 สั่งยกเลิกสิทธิลอยนวลนั้นทันที! หากเกิดเหตุร้ายแรง รัฐมีสิทธิ "บอกเลิกสัญญา" ได้ทันที และต่อให้หน่วยงานรัฐจะไม่บอกเลิกสัญญา ก็ "จำเป็นต้องเสนอชื่อ" ผู้รับจ้างรายนั้นให้ปลัดกระทรวงการคลัง สั่งเวียนชื่อเป็นผู้ทิ้งงานบนระบบ e-GP อยู่ดี
เมื่อผู้รับจ้างถูกตัดสินว่าเป็น "ผู้ทิ้งงาน" บทลงโทษจะถูกบังคับใช้ผ่านระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ (e-GP) ทันที โดยมีผลกระทบ ดังนี้
- ห้ามเข้าประกวดราคา: ไม่สามารถยื่นซองประมูล หรือเข้าทำนิติสัมพันธ์ใดๆ กับหน่วยงานภาครัฐทั่วประเทศ
- ระยะเวลาลงโทษยาวนาน: ถูกขึ้นบัญชีดำเป็นเวลา 2 ถึง 10 ปี (ขึ้นอยู่กับระดับความร้ายแรงของเคส)
- ปลดแบล็กลิสต์ยาก: ต้องรอจนกว่าจะครบกำหนดเวลา และได้รับการเพิกถอนชื่ออย่างเป็นทางการจากปลัดกระทรวงการคลังเท่านั้น
วันบังคับใช้ & คำเตือนถึงผู้รับเหมาทั่วประเทศ
- กฎกระทรวงกำหนดการกระทำอันมีลักษณะเป็นการทิ้งงาน พ.ศ. 2569 ได้ประกาศลงในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2569 และ "มีผลบังคับใช้ทันที" ในวันเดียวกัน
มีผลย้อนหลังหรือไม่?
- กฎกระทรวงฉบับนี้ ไม่มีผลย้อนหลัง ไปถึงอุบัติเหตุหรือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนวันที่ 27 กรกฎาคม 2569 แต่จะครอบคลุมทุกสัญญาที่มีการดำเนินงานตั้งแต่วันดังกล่าวเป็นต้นไป
อ้างอิง-ภาพ : กรมบัญชีกลาง , กระทรวงการคลัง





