วันจันทร์ ที่ 27 กรกฎาคม 2569

Login
Login

ลุยล้างบางขบวนการ 'พ่อทิพย์' กทม.-ปกครอง จ่อเพิกถอนสัญชาติ 24 ราย

กทม. จับมือกรมการปกครองและตำรวจ ลุยล้างบางขบวนการ “พ่อทิพย์” สวมสัญชาติไทย พบ 24 รายชัดเจนเตรียมเพิกถอนสูติบัตร พร้อมคุมเข้ม 50 เขตทันที

กทม. จับมือ กรมการปกครอง และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เดินหน้าปราบปรามขบวนการสวมสัญชาติไทยโดยมิชอบ กรณี “พ่อทิพย์” สุ่มตรวจ 50 เขต พบ 8 เขตเสี่ยง พร้อมออกมาตรการคุมเข้มการแจ้งเกิดของหญิงต่างด้าวทันที ย้ำทำเพื่อความมั่นคง ไม่เลือกปฏิบัติ

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยความคืบหน้าการสอบสวนข้อเท็จจริงและมาตรการแก้ไขปัญหาการจดทะเบียนสัญชาติไทยโดยมิชอบ ซึ่งเป็นการทำงานร่วมกันระหว่าง กทม. กรมการปกครอง และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยเน้นตรวจสอบกรณีการแจ้งเกิดที่มีบิดาเป็นคนไทยแต่มีมารดาเป็นชาวต่างชาติ หรือที่รู้จักกันในชื่อกรณี “พ่อทิพย์”

สรุปประเด็นสำคัญ สแกน 24 เคสชัดเจน เตรียมเพิกถอนสัญชาติ

จากการตรวจสอบร่วมกัน เบื้องต้นกรมการปกครองยืนยันว่า พบกรณีที่มีพยานหลักฐานชัดเจนแล้วจำนวน 24 ราย ซึ่งเตรียมเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมาย ดังนี้

  • เพิกถอนสูติบัตรเดิม ที่ออกโดยมิชอบ และออกสูติบัตรใหม่ให้ตรงตามข้อเท็จจริง
  • เพิกถอนสัญชาติไทย ที่ได้รับโดยมิชอบ โดยเด็กจะต้องกลับไปใช้สัญชาติของบิดามารดาตามจริง
  • ระงับการเคลื่อนไหวทางทะเบียนชั่วคราว สำหรับกรณีที่อยู่ระหว่างสอบสวน เพื่อป้องกันการแก้ไขข้อมูล
  • ฟันวินัยเจ้าหน้าที่ กทม. ได้ลงโทษทางวินัยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องแล้ว 1 ราย โดยสั่งให้ ให้ออกจากราชการ และกำลังเร่งตรวจสอบเจ้าหน้าที่รายอื่นที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้อง

"การดำเนินการครั้งนี้ ไม่ได้มุ่งเป้าไปที่ชนชาติใดเป็นพิเศษ แต่เป็นการตรวจสอบชาวต่างชาติทุกสัญชาติอย่างเท่าเทียม หากพบความผิดจะดำเนินการทางกฎหมายและวินัยอย่างเด็ดขาด เพราะกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ" นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ กล่าว

ขยายผลตรวจ 50 เขต พบ 8 เขตเข้าข่ายเสี่ยงสูง

จากการขยายผลตรวจสอบ กทม. ได้สั่งการให้สำนักงานเขตทั้ง 50 เขต ตรวจสอบการรับแจ้งเกิดทั้งหมด โดยเฉพาะการรับแจ้งเกิดที่เกี่ยวข้องกับโรงพยาบาลเอกชน ซึ่งพบข้อมูลน่าสนใจ ดังนี้

  1. พบ 8 สำนักงานเขต ที่อาจมีประเด็นต้องตรวจสอบเพิ่มเติม (นอกเหนือจากเขตธนบุรีที่เป็นข่าวไปก่อนหน้านี้)
  2. กลุ่มเสี่ยงสูง บิดาคนไทย 1 คน มีบุตรกับหญิงต่างชาติหลายคน ซึ่งต้องได้รับการตรวจสอบดีเอ็นเอและพยานหลักฐานเป็นพิเศษ
  3. ปรับปรุงแนวปฏิบัติ ลดความเสี่ยงทุจริตจากการที่มีเจ้าหน้าที่ประสานงานกับโรงพยาบาลเพียงคนเดียว โดยปรับไปใช้ระบบกดบัตรคิวและสุ่มเจ้าหน้าที่รับเรื่องแทน

ส่วนกรณีประเด็นการขายแพ็กเกจหรือชักชวนชาวต่างชาติมาคลอดบุตรในไทยเพื่อหวังสิทธิสัญชาตินั้น กรมการปกครองและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเป็นผู้ดำเนินการสอบสวนขยายผลต่อไป

ยกระดับมาตรการใหม่! คุมเข้มการแจ้งเกิดแม่ชาวต่างชาติ

เพื่อป้องกันช่องโหว่ในอนาคต กทม. ได้ออก มาตรการคุมเข้มทันที ก่อนที่กรมการปกครองจะออกแนวปฏิบัติอย่างเป็นทางการ

  • ตรวจสอบประวัติบิดาคนไทยอย่างละเอียด เช็กจำนวนบุตรและมารดาของบุตรทุกคนในระบบ
  • เพิ่มยศผู้ยื่นรับรอง กำหนดให้ หัวหน้าฝ่ายทะเบียน หรือ ผู้มีตำแหน่งระดับชำนาญการพิเศษ ขึ้นไป ต้องเป็นผู้ร่วมตรวจสอบและลงนามรับรองทุกกรณีที่มารดาเป็นชาวต่างชาติ
  • ตั้งคณะทำงานร่วม (Joint Task Force) ร่วมกับกรมการปกครองเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูล ดำเนินคดี และเพิกถอนเอกสารได้อย่างรวดเร็วและไร้รอยต่อ

การแถลงข่าวในครั้งนี้ ได้รับความร่วมมือจากผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ นายรัฐวิช จิตสุจริตวงศ์ (กรมการปกครอง), พล.ต.ต.ธีระชัย ชำนาญหมอ (สำนักงานตำรวจแห่งชาติ), นายธนิต ตันบัวคลี่ (รองปลัด กทม.) และ พล.ต.อ.อดิศร์ งามจิตสุขศรี (ที่ปรึกษาผู้ว่าฯ กทม.) มาร่วมให้ข้อมูลและยืนยันการเดินหน้าปราบปรามขบวนการนี้อย่างจริงจัง