คืนลมหายใจให้คนกรุงเทพ ผู้ว่าฯ ชัชชาติ กางโรดแมปสั่งลา โรงขยะอ่อนนุช ปฏิวัติหลุมฝังกลบ พลิกกองขยะ 580 ไร่ เป็นผืนป่ากลางเมือง ดันระบบ e-Nose ติดตามกลิ่น เหม็นที่ไหนรู้หมด
เตรียมสิ้นสุดมหากาพย์ความเหม็น! ผู้ว่าฯ ชัชชาติ กางโรดแมปนับถอยหลังสั่งลา "โรงขยะอ่อนนุช" ปฏิวัติหลุมฝังกลบครั้งใหญ่ พลิกฟื้นกองขยะ 580 ไร่ ให้กลายเป็นผืนป่ากลางเมือง ด้วยต้นไม้กว่า 48,000 ต้น
พร้อมติดอาวุธลับติดตามกลิ่นรบกวนด้วยระบบ "e-Nose" จมูกอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ รายงานผลเรียลไทม์ผ่านออนไลน์ ชี้เป้าชัด เหม็นที่ไหนรู้หมด ทิศทางลมเทไปทางใดเช็กได้ทันที ยกระดับสู่ Green Eco Park เต็มรูปแบบเพื่อคืนลมหายใจบริสุทธิ์ให้คนกรุงเทพ
ปิดฉากฝันร้าย 30 ปี ชัตดาวน์โรงหมักปุ๋ยตัวการกลิ่นเหม็น
ปัญหากลิ่นเหม็นหึ่งที่ลอยไปตามลมโชยสร้างความเดือดร้อนให้ชาวบ้านย่านอ่อนนุช เฉลิมพระเกียรติ และพัฒนาการ กำลังจะถูกเซ็ตซีโร่ (Set Zero) เมื่อ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วย นายพรพรหม ณ.ส.วิกิตเศรษฐ์ รองผู้ว่าฯ กทม. ลงพื้นที่เคลียร์ใจและเปิดเผยแผนการจัดระเบียบครั้งใหญ่ ณ ศูนย์กำจัดมูลฝอยอ่อนนุช (ซอยอ่อนนุช 86)
กทม. ยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า "ต้นตอความเหม็นส่วนหนึ่ง" มาจากโรงหมักปุ๋ยระบบเก่าขนาด 600 ตัน และ 1,000 ตัน ที่หมดสภาพและสร้างมลภาวะทางกลิ่น ซึ่งตอนนี้ กทม. ได้กางปฏิทินนับถอยหลังสั่งลาเรียบร้อยแล้ว
- โรงหมักปุ๋ยขนาด 600 ตัน: สิ้นสุดสัญญาภายใน ปลายปี 2569
- โรงหมักปุ๋ยขนาด 1,000 ตัน: สิ้นสุดสัญญาใน เดือนมิถุนายน 2570
"ยอมรับว่ายังไม่สามารถแก้ไขปัญหากลิ่นได้ทั้งหมดในตอนนี้ แต่ปลายปี 2569 จะหมดสัญญาไป 1 โรง และอีกโรงจะหมดตามในกลางปี 2570 ระหว่างนี้ กทม. สั่งบี้ผู้รับจ้างเข้มงวด ปรับจริงหากเบี้ยวสัญญา และต้องส่งขยะแบบวันต่อวันห้ามตกค้าง!"
ตาต้องดู หูต้องฟัง จมูกต้องรู้! เปิดสเปก "e-Nose" จมูก AI ตรวจกลิ่นเรียลไทม์
เทคโนโลยีใหม่ที่ กทม. นำมาสะกดรอยตามกลิ่นคือ e-Nose (จมูกอิเล็กทรอนิกส์) ซึ่งทำหน้าที่คล้ายเครื่องตรวจวัดฝุ่น PM 2.5 แต่เปลี่ยนมาจับโมเลกุลของกลิ่นแทน โดยจะรายงานค่าออกมาเป็นหน่วย Dilution to Threshold (D/T)
จากการเก็บข้อมูลเชิงลึกพบว่า
- วันปกติทั่วไป: ค่ากลิ่นจะอยู่ที่ 0–3 D/T (เจือจางมาก)
- วันทีมีกลิ่นรุนแรง (วิกฤต): ค่ากลิ่นจะพุ่งไปที่ประมาณ 5 D/T
หมายเหตุ: ค่ามาตรฐานตามกฎหมายต้องไม่เกิน 9 D/T ซึ่งปัจจุบันยังไม่เคยเกินขีดจำกัด
บิ๊กเซอร์ไพรส์! ผู้ว่าฯ ชัชชาติ ลั่นวาจา เตรียมเปิดระบบและเชื่อมต่อข้อมูลจาก e-Nose นี้ขึ้นบนแพลตฟอร์มออนไลน์ ภายในสัปดาห์หน้า เพื่อให้ประชาชนสามารถเปิดมือถือเช็กค่าความเหม็นและทิศทางลมได้แบบเรียลไทม์ เพิ่มความโปร่งใสแบบที่ตรวจสอบได้จริง ไม่มีการหมกเม็ด
ทิศทางลมชี้ชะตาความเหม็น
- ฤดูหนาว (ลมตะวันออก) กลิ่นโชยไปฝั่ง "เฉลิมพระเกียรติ - พัฒนาการ"
- ฤดูฝน/ลมทะเล (ลมใต้) กลิ่นโชยไปฝั่ง "อ่อนนุชเลขคี่"
จากกองขยะสู่สนามวิ่งเทรล! โมเดล Green Eco Park พลิกผืนดิน 580 ไร่
วิสัยทัศน์ที่น่าจับตามองที่สุดคือการเปลี่ยนภาพจำของ "ภูเขาขยะ" ให้กลายเป็นปอดแห่งใหม่ของกรุงเทพฯ ภายใต้โปรเจกต์ Green Eco Park (GEP) ต้นแบบศูนย์จัดการขยะระบบปิดที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมระดับนานาชาติ
ตลอด 4 ปีที่ผ่านมา กทม. ได้ชุบชีวิตหลุมฝังกลบเดิมด้วยการปลูกต้นไม้ไปแล้วกว่า 48,000 ต้น (รวมถึงการอุ้มโอบล้อมย้ายต้นไม้จากไซต์ก่อสร้างต่าง ๆ ทั่วกรุงมาอนุบาลไว้ที่นี่ภายใต้แนวคิด "ต้นไม้เป็นสมบัติของเมือง")
จนในปัจจุบัน ระบบนิเวศเริ่มฟื้นตัวอย่างน่าอัศจรรย์ มีนกและสัตว์ป่าหลายชนิดย้ายสำมะโนครัวกลับเข้ามาอยู่อาศัย และ กทม. กำลังซุ่มพัฒนา "เส้นทางวิ่งเทรล (Trail Running)" ในพื้นที่สีเขียวแห่งนี้ เพื่อเตรียมเปิดให้คนเมืองกรุงเข้ามาวิ่งออกกำลังกายและพักผ่อนหย่อนใจในอนาคตอันใกล้
สแกนพิมพ์เขียวใหม่ แบ่งครึ่งขยะปิด - ครึ่งพื้นที่สีเขียว
ในอนาคตอันใกล้ ศูนย์จัดการขยะอ่อนนุชจะถูกแบ่งสัดส่วนอย่างชัดเจนในอัตราส่วน 50:50
- 50% แรก (พื้นที่สีเขียว): ผืนป่ากรองอากาศ ลานกิจกรรม และเส้นทางออกกำลังกาย
- 50% หลัง (ระบบการจัดการขยะขั้นสูง): ปรับเป็นระบบปิด 100% ประกอบด้วย เตาเผาขยะขนาด 1,000 ตันเพื่อผลิตพลังงานสะอาด, โรงหมักขยะเป็นก๊าซเพื่อผลิตไฟฟ้า (โดยกรุงเทพธนาคม) และโรงบำบัดน้ำเสียจากขยะโดยเฉพาะเพื่อป้องกันไม่ให้รั่วไหลสู่ชุมชน
กทม. ทิ้งท้ายด้วยการเชิญชวนประชาชนร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่นี้ ผ่านโครงการปลูกต้นไม้ 2 ล้านต้น เพื่อช่วยดับความร้อนและเพิ่มออกซิเจนบริสุทธิ์คืนสู่สังคม เมืองกรุงกำลังจะเปลี่ยนไป และ "อ่อนนุช" จะไม่ใช่ชื่อของความเหม็นอีกต่อไป
อ้างอิง-ภาพ : กรุงเทพมหานคร


