วันจันทร์ ที่ 31 สิงหาคม 2569

Login
Login

เปิดประตูค้าโลกใหม่! รัฐดัน FTA ไทย-EAEU รุกเอเชียกลาง-ยูเรเซีย

รัฐบาลรุกการทูตเศรษฐกิจ ดัน FTA ไทย-EAEU จับมือคาซัคสถานเปิดประตูการค้าสู่เอเชียกลาง-ยูเรเซีย หวังสร้างโอกาสใหม่และกระจายความเสี่ยงให้ผู้ส่งออกไทย

รัฐบาล เดินหน้า “การทูตเศรษฐกิจเชิงรุก” เปิดประตูการค้าสู่ภูมิภาคเอเชียกลางและยูเรเซีย เร่งผลักดัน FTA ไทย-EAEU พร้อมยกระดับความสัมพันธ์คาซัคสถานเป็น "หุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์" หวังสร้างโอกาสใหม่ให้ผู้ประกอบการไทยและกระจายความเสี่ยงจากตลาดเดิม

จับตาตลาดใหม่ ‘เอเชียกลาง-ยูเรเซีย’ ศูนย์กลางเศรษฐกิจแห่งอนาคต

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลกำลังเร่งขับเคลื่อนนโยบายการทูตเศรษฐกิจเชิงรุก เพื่อเปิดตลาดใหม่ให้กับผู้ประกอบการไทย ซึ่งภูมิภาค เอเชียกลางและยูเรเซีย กำลังก้าวขึ้นมาเป็นศูนย์กลางสำคัญของโลกทั้งในด้านการค้า การลงทุน พลังงาน และการขนส่งที่เชื่อมโยงหลายภูมิภาคเข้าด้วยกัน

การดำเนินงานดังกล่าวเป็นการต่อยอดจากการเยือนสหพันธรัฐรัสเซียของนายกรัฐมนตรี (ระหว่างวันที่ 17–18 มิถุนายน 2569) ในเวทีการประชุมอาเซียน–รัสเซีย โดยไทยได้แสดงจุดยืนสนับสนุนการเจรจา ความตกลงการค้าเสรีไทย–สหภาพเศรษฐกิจยูเรเซีย (Thai–EAEU FTA) เพื่อสร้างแต้มต่อทางการค้าและการลงทุนของไทยในระยะยาว

สหภาพเศรษฐกิจยูเรเซีย (EAEU) คือใคร?

สหภาพเศรษฐกิจยูเรเซีย ประกอบด้วย 5 ประเทศสมาชิก ได้แก่ รัสเซีย คาซัคสถาน เบลารุส อาร์เมเนีย และคีร์กีซสถาน มีประชากรรวมกันกว่า 180 ล้านคน ถือเป็นประตูการค้าสำคัญที่เชื่อมต่อระหว่างเอเชียกลาง รัสเซีย ยุโรป และจีน

ยกระดับ ‘คาซัคสถาน’ หุ้นส่วนยุทธศาสตร์ ประตูสู่ Middle Corridor

สำหรับความคืบหน้าล่าสุด นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้เดินทางเยือน สาธารณรัฐคาซัคสถาน และเข้าพบหารือกับประธานาธิบดีคาซัคสถาน โดยทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะยกระดับความสัมพันธ์สู่การเป็น “หุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์” (Strategic Partnership)

คาซัคสถาน ไม่ได้เป็นเพียงประเทศที่มีเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่สุดในเอเชียกลางเท่านั้น แต่ยังเป็นศูนย์กลางของเส้นทางขนส่ง Middle Corridor ซึ่งเป็นเส้นทางโลจิสติกส์สายสำคัญที่เชื่อมการค้าระหว่างเอเชียกับยุโรป

โอกาสทางธุรกิจของไทยในคาซัคสถานและยูเรเซีย

  • อุตสาหกรรมบริการและอาหาร การแปรรูปสินค้าเกษตร, อุตสาหกรรมอาหาร, ธุรกิจโรงแรม, สปา และ Wellness
  • อุตสาหกรรมแห่งอนาคต (New S-Curve) ความร่วมมือด้านพลังงาน, วัตถุดิบปิโตรเคมี และ แร่หายาก (Rare Earth) ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า (EV) แบตเตอรี่ และเทคโนโลยีขั้นสูงที่รัฐบาลไทยกำลังผลักดันให้ไทยเป็นฐานการผลิตหลัก

บูรณาการทีมไทยแลนด์ สร้างภูมิคุ้มกันเศรษฐกิจระยะยาว

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวเพิ่มเติมว่า รัฐบาลจะบูรณาการการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดระหว่างกระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเร่งสร้างเครือข่ายทางเศรษฐกิจและดึงดูดเม็ดเงินลงทุนเข้ามายังประเทศไทย

“รัฐบาลกำลังเร่งขับเคลื่อนการทูตเศรษฐกิจเชิงรุก เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้เศรษฐกิจไทย ด้วยการเปิดตลาดใหม่ กระจายความเสี่ยงด้านการส่งออก และลดการพึ่งพาตลาดเดิมที่เผชิญข้อจำกัดจากมาตรการภาษีและกีดกันทางการค้า เป้าหมายไม่ใช่เพียงเพิ่มตัวเลขการค้า แต่คือการสร้างรายได้ สร้างงาน และสร้างโอกาสใหม่ให้ประชาชนและผู้ประกอบการไทยในระยะยาว” นางสาวรัชดา กล่าวทิ้งท้าย