วันศุกร์ ที่ 26 มิถุนายน 2569

Login
Login

3 แกนหลักพลิกการค้าโลก ‘พาณิชย์’ ลุย FTA เพิ่มแต้มต่อ กระตุ้นเอกชนเร่งปรับตัว

กรมการค้าต่างประเทศ (DFT) จัดการสัมมนา “WINNING IN TRADE UNDER THE NEW WORLD ORDER การค้าที่ต้องชนะ ในกติกาโลกใหม่” เมื่อวันที่ 25 มิ.ย.2569

นางกิริฎา เภาพิจิตร ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า โลกกำลังเข้าสู่ยุค “กติกาโลกใหม่” ที่ผันผวน และเปลี่ยนแปลงเร็ว โดยเฉพาะกติกาการค้าระหว่างประเทศที่ไม่ยึดโยงระบบเดิมภายใต้กรอบองค์การการค้าโลก (WTO) ซึ่งนโยบายประเทศมหาอำนาจ ความขัดแย้งภูมิรัฐศาสตร์ หรือการประกาศนโยบายผ่านสื่อสังคมออนไลน์มีผลต่อการค้าโลกทันที

สำหรับแนวโน้มสำคัญที่จะกำหนดทิศทางการค้าโลกระยะต่อไปมีอย่างน้อย 4 ประการ คือ 

1.การแบ่งขั้วเศรษฐกิจ และการค้าระหว่างประเทศที่ชัดเจนขึ้น จากเดิมโลกเคลื่อนตัวภายใต้กระแสโลกาภิวัตน์ และการค้าเสรี แต่ปัจจุบันความขัดแย้งภูมิรัฐศาสตร์ทำให้การค้าโลกแยกเป็นกลุ่ม 4 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มสหรัฐ กลุ่มจีน กลุ่มพันธมิตรดั้งเดิมของสหรัฐ (สหภาพยุโรป ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์) และกลุ่มประเทศวางตัวเป็นกลาง เช่น ไทย อินโดนีเซีย สิงคโปร์ และอินเดีย

สำหรับไทยมีข้อได้เปรียบจากการไม่อยู่ฝ่ายใดชัดเจนทำให้ค้าขายได้กับทุกกลุ่ม และมีโอกาสดึงการลงทุนจากแต่ละประเทศที่ต้องการกระจายความเสี่ยงของห่วงโซ่อุปทาน

2.การรวมกลุ่มการค้ารูปแบบใหม่จะมากขึ้นทั้งพหุภาคี และทวิภาคี โดยหลายประเทศเร่งสร้างเครือข่ายพันธมิตรเศรษฐกิจรองรับการเปลี่ยนแปลง เช่น กลุ่มความร่วมมือด้านการอำนวยความสะดวกการลงทุน (Facilitate Investment Partnership : FIP) ริเริ่มโดยสิงคโปร์ และนิวซีแลนด์ ซึ่งไทยได้รับเชิญเข้าร่วม และกำลังศึกษาประโยชน์ที่ภาคธุรกิจไทยจะได้รับจากการเป็นสมาชิก

3 แกนหลักพลิกการค้าโลก ‘พาณิชย์’ ลุย FTA เพิ่มแต้มต่อ กระตุ้นเอกชนเร่งปรับตัว

3.ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ (Economic Security) จะเป็นหัวใจสำคัญนโยบายเศรษฐกิจทั่วโลกหลังเกิดสงคราม และความขัดแย้งหลายพื้นที่ทำให้หลายประเทศให้ความสำคัญกับความมั่นคงพลังงาน อาหาร และแร่ธาตุสำคัญมากขึ้น จากเดิมเน้นระบบการผลิตแบบ “Just in Time” เปลี่ยนมาเป็น “Just in Case” เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับเหตุการณ์ไม่คาดคิด

4.ความน่าเชื่อถือ (Trust) เป็นปัจจัยสำคัญในการค้าโลก โดยประเทศหรือผู้ประกอบการที่ได้รับความไว้วางใจจากคู่ค้าจะได้เปรียบขึ้น  แม้สินค้าอาจมีราคาสูงกว่าคู่แข่ง เพราะผู้ซื้อให้ความสำคัญกับความมั่นใจในคุณภาพสินค้า ความต่อเนื่องของการส่งมอบ และความเสี่ยงจากมาตรการกีดกันทางการค้าที่อาจเกิดขึ้น

สำหรับแนวโน้ม 4 ประการ กำลังทำให้ Global Supply Chain ปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ โดยหลายบริษัทข้ามชาติกระจายฐานการผลิตจากประเทศเดิมเพื่อลดความเสี่ยง ซึ่งไทยได้รับอานิสงส์จากกระแสดังกล่าว สะท้อนจากคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง และมีมูลค่ารวมล้านล้านบาทต่อปี

รวมทั้งไทยได้เปรียบด้านโครงสร้างพื้นฐาน ระบบโลจิสติกส์ และความมั่นคงด้านพลังงาน โดยรักษาระดับการจัดหาพลังงานได้ต่อเนื่องแม้ช่วงวิกฤติราคาพลังงานโลก ขณะที่ระบบขนส่ง และการเชื่อมโยงการค้าของไทยยังแข่งขันได้เมื่อเทียบประเทศอื่น

ไทยต้องลดพึ่งตลาดส่งออกสหรัฐ

นอกจากนี้ ผู้ส่งออกไทยไม่ควรพึ่งตลาดสหรัฐมากเกินไป เนื่องจากแนวโน้มมาตรการกีดกันการค้าเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะมาตรการ 301 ของสหรัฐกำลังจะประกาศอัตราใหม่เดือนก.ค.นี้ ซึ่งไทยเร่งเจรจากับสหรัฐเพื่อรักษาความสามารถการแข่งขัน

3 แกนหลักพลิกการค้าโลก ‘พาณิชย์’ ลุย FTA เพิ่มแต้มต่อ กระตุ้นเอกชนเร่งปรับตัว

 

รวมทั้งกระทรวงพาณิชย์ และทีมไทยแลนด์มองว่าประเด็นนี้อาจไม่ใช่คดีสุดท้ายที่สหรัฐดำเนินการกับไทยจึงต้องเร่งกระจายตลาดใหม่ และช่วยให้ภาคเอกชนปรับตัวรับมือกับความท้าทายทางการค้าระยะต่อไป

นางกิริฎา กล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์เร่งขยายเครือข่ายความตกลงการค้าเสรี (FTA) ต่อเนื่อง โดยปัจจุบันมี FTA ที่บังคับใช้แล้ว 14 ฉบับ ครอบคลุม 18 ประเทศ และปี 2570 จะมี FTA ใหม่เพิ่ม 2 ฉบับ ได้แก่ ไทย-EFTA ครอบคลุมสวิตเซอร์แลนด์ นอร์เวย์ ไอซ์แลนด์ และลิกเตนสไตน์ รวมถึง FTA ไทย-ภูฏาน

ขณะเดียวกันไทยอยู่ระหว่างการเจรจา FTA กับสหภาพยุโรป (EU) เข้าสู่การเจรจารอบที่ 10 โดยตั้งเป้าสรุปผลการเจรจาภายในสิ้นปี 2569 และยังเจรจาระหว่างอาเซียนกับแคนาดา และอาเซียนกับเกาหลีใต้ ซึ่งจะช่วยขยายโอกาสการค้าให้ผู้ประกอบการไทย

3 แกนหลักพลิกการค้าโลก ‘พาณิชย์’ ลุย FTA เพิ่มแต้มต่อ กระตุ้นเอกชนเร่งปรับตัว

3 แกนสำคัญเปลี่ยนแปลงโฉมการค้าโลก

นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงระเบียบโลกใหม่เกิดจากหลายปัจจัยทั้งความตึงเครียดภูมิรัฐศาสตร์ การแข่งขันของมหาอำนาจโลก วิกฤติพลังงาน การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รวมถึงความผันผวนของห่วงโซ่อุปทานโลก ซึ่งทำให้ประมาณการเศรษฐกิจทำได้ยากขึ้น โดย 3 แกนสำคัญที่กำลังเปลี่ยนแปลงโฉมการค้าโลก คือ 

1.การเปลี่ยนผ่านจากโลกาภิวัตน์ (Globalization) ไปสู่การแบ่งขั้วทางเศรษฐกิจ (Fragmentation) ที่แต่ละประเทศต่างๆ เลือกเชื่อมโยง และค้าขายกับพันธมิตรที่ไว้วางใจได้มากขึ้น 

2.การให้ความสำคัญกับความยืดหยุ่น และความสามารถในการรับมือความเสี่ยง (Resilience) มากกว่าประสิทธิภาพ และต้นทุนต่ำเพียงอย่างเดียว 

3.การเปลี่ยนจากแนวคิดการค้าเสรี (Free Trade) ไปสู่การค้าเชิงยุทธศาสตร์ (Strategic Trade) ที่หลายประเทศใช้มาตรการทางการค้า และมาตรการที่ไม่ใช่ภาษีเพิ่มขึ้น

สำหรับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวมีนัยสำคัญต่อไทยเพราะเศรษฐกิจไทยยังพึ่งการส่งออกสัดส่วนมากกว่า 60% ของ GDP ขณะที่ภาคธุรกิจไทยยังได้รับผลกระทบจากต้นทุนพลังงานและความผันผวนของห่วงโซ่อุปทานโลกอย่างต่อเนื่อง

ดังนั้น การขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในระยะต่อไปจึงไม่สามารถพิจารณาเฉพาะปัจจัยทางเศรษฐกิจได้เพียงอย่างเดียว แต่ต้องคำนึงถึงประเด็นด้านความมั่นคงแห่งชาติ ภูมิรัฐศาสตร์ และกติกาการค้าโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยภาคธุรกิจไทยจำเป็นต้องปรับกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับบริบทใหม่ เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันในเวทีการค้าโลกต่อไป

แนะภาคเอกชนปรับตัวรับโลกใหม่

นางอารดา กล่าวว่า การปรับตัวของผู้ประกอบการไทยในยุคการค้าโลกใหม่ไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็นเงื่อนไขสำคัญของการอยู่รอด โดยทุกภาคส่วนต้องสามารถดำเนินธุรกิจภายใต้กฎระเบียบและมาตรฐานการค้าใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง หากไม่สามารถปรับตัวได้ก็อาจสูญเสียโอกาสในการแข่งขันและไม่สามารถรักษาตำแหน่งในตลาดโลกได้

หนึ่งในประเด็นสำคัญที่กำลังได้รับความสนใจคือเรื่องสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) ซึ่งกำลังกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของการค้าโลก โดยความสามารถในการแข่งขันในปัจจุบันไม่ได้วัดกันที่ราคาเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่ต้องแข่งขันกันด้วยคุณภาพ มาตรฐานการผลิต และการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าและบริการ เพื่อให้สามารถตอบโจทย์ความต้องการของตลาดโลกที่เปลี่ยนแปลงไป

นอกจากนี้ ภาครัฐ และภาคเอกชนยังต้องให้ความสำคัญกับการสร้างความสอดคล้องเชิงยุทธศาสตร์ (Strategic Alignment) และความน่าเชื่อถือในการดำเนินธุรกิจ เนื่องจากความเชื่อมั่นและความไว้วางใจกลายเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างความสัมพันธ์การค้าระหว่างประเทศ ผู้ประกอบการจำเป็นต้องเลือกคู่ค้าที่มีความน่าเชื่อถือ

3 แกนหลักพลิกการค้าโลก ‘พาณิชย์’ ลุย FTA เพิ่มแต้มต่อ กระตุ้นเอกชนเร่งปรับตัว

หอการค้าชี้ต้องปฏิรูปภาคเกษตร

นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ไทยมีจุดแข็งที่ต่างชาติมองเป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับการลงทุน โดยเฉพาะกลุ่มทุนญี่ปุ่นเข้ามาเพื่อถ่วงดุลอำนาจการลงทุนกับจีน แต่ไทยต้องมีกลยุทธ์การเจรจาเพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุด โดยการสนับสนุนให้เกิดการใช้วัตถุดิบในภูมิภาค (RVC) และการสร้าง Local Content ในประเทศเราให้มากขึ้น

รวมทั้งด้านเศรษฐกิจฐานรากได้เสนอคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน (กรอ.) เมื่อวันที่ 24 มิ.ย.2569 ให้ปฏิรูปภาคเกษตรอย่างยิ่งใหญ่เนื่องจากประชากรเกือบครึ่งประเทศ หรือครอบครัวเกษตรกรกว่า 11 ล้านคน มีรายได้น้อยและอยู่ภาวะอ่อนแอ โดยถ้ากลุ่มนี้ไม่มีกำลังซื้อจะทำให้เศรษฐกิจในประเทศขับเคลื่อนไม่ได้แม้จะมีการลงทุนจากต่างชาติเข้ามามาก

รวมทั้งได้เสนอให้ภาครัฐเร่งแก้ไขกฎหมายที่เป็นอุปสรรคต่อการค้า (Regulatory Guillotine) และขจัดปัญหาคอร์รัปชันซึ่งเป็นปัจจัยลบสำคัญที่นักลงทุนต่างชาติโดยเฉพาะจากยุโรปกังวล พร้อมทั้งสนับสนุนให้ SMEs เข้าถึงเทคโนโลยีขั้นสูง เช่น AI และระบบหุ่นยนต์ (Robotics) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต

3 แกนหลักพลิกการค้าโลก ‘พาณิชย์’ ลุย FTA เพิ่มแต้มต่อ กระตุ้นเอกชนเร่งปรับตัว

ภูมิรัฐศาสตร์กระทบการค้าการลงทุนโลก

นายบุรินทร์ อดุลวัฒนะ กรรมการผู้จัดการ และ Chief Economist บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด กล่าวว่า โลกกำลังเผชิญสงครามที่ใช้ AI ครั้งแรกของโลกและเเป็นประเด็นสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการค้าและการลงทุน โดย Data Center กลายเป็นหัวใจหลักของทั้งภาคพลเรือนและเศรษฐกิจ ความได้เปรียบในพลังการคำนวณกลายเป็นปัจจัยชี้ขาดแพ้ชนะในระดับมหภาค

ทั้งนี้โอกาสของไทยคือการสร้างความได้เปรียบจากความพร้อมในเรื่องของโครงสร้างพื้นฐานที่ผลักดันอุตสาหกรรม AI โดยไทยมีโอกาสได้ประโยชน์จากโครงสร้างพื้นฐานพลังงาน การพัฒนาต่อยอดแอพพลิเคชัน แต่ต้องเปลี่ยนบทบาทจากผู้ให้เช่าที่ดินแล้วให้สิทธิประโยชน์ภาษี มาเป็นการคัดเลือกนักลงทุนที่สร้างประโยชน์ให้ประเทศ มีการจ้างงานและสร้างห่วงโซ่อุปทาน

“ไทยมีโอกาสในส่วนของ Infrastructure และ Applications อย่างไรก็ตามเราต้องเปลี่ยนบทบาทจากเพียงผู้ให้เช่าที่ดินเพื่อรับสิทธิประโยชน์ทางภาษี มาเป็น Picky Landlord หรือเจ้าบ้านที่เลือกได้ โดยต้องคัดเลือกนักลงทุนที่สร้างประโยชน์ให้ประเทศจริง มีการจ้างงาน และสร้างห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ภายในประเทศด้วย”นายบุรินทร์ กล่าว

3 แกนหลักพลิกการค้าโลก ‘พาณิชย์’ ลุย FTA เพิ่มแต้มต่อ กระตุ้นเอกชนเร่งปรับตัว

“อมตะ”ชี้โลกเข้าสู่รอบการลงทุนใหม่

นายสัทธา วนลาภพัฒนา กรรมการผู้จัดการ บริษัท อมตะ ซิตี้ ระยอง จำกัด กล่าวว่า ท่ามกลางความผันผวนของภูมิรัฐศาสตร์และการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีทำให้โลกกำลังเข้าสู่รอบการลงทุนใหม่ที่มีมูลค่ามหาศาล โดยมูลค่าการลงทุนทั่วโลกจะขยับขึ้นไปอยู่ที่ 1,600 พันล้านดอลลาร์ จากค่าเฉลี่ยเดิมที่ 1,400 พันล้านดอลลาร์สหรัฐซึ่งถือว่าสูงกว่าระดับปกติ

ทั้งนี้ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ถือเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่มีความพร้อมสูง โดยได้รับสัดส่วนการลงทุน 230 พันล้านดอลลาร์ หรือราว 15% ของการลงทุนโลก โดยโครงสร้างการลงทุนกำลังเปลี่ยนจากอุตสาหกรรมแบบเดิมไปสู่อุตสาหกรรมที่ซับซ้อน และใช้เทคโนโลยีขั้นสูงมากขึ้น เช่น Data Center และ Semiconductor

สำหรับมุมมองของผู้พัฒนานิคมอุตสาหกรรมจึงต้องเตรียมความพร้อมเพื่อต้อนรับ “เพื่อนใหม่" หรือกลุ่มนักลงทุนเหล่านี้ที่จะเข้ามาลงทุนในประเทศไทยเพิ่มขึ้น รวมถึงมาตรฐานด้านสังคม และสิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องสำคัญ โดย ESG จะกลายเป็นกติกาใหม่ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ทั้งในด้านการค้า และการลงทุน

 

 

 

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์