ไปต่อหรือพอแค่นี้? เปิด 3 เหตุผลสำคัญ โครงการ รถเก่าแลกรถใหม่ คลัง สั่งกรมสรรพสามิต รื้อแผนใหม่ทั้งระบบ เผยปมใหญ่ที่ทำให้ไปต่อลำบาก ทั้งการตั้งราคากลาง การกำจัดซากรถ
ไปต่อหรือพอแค่นี้? เปิด 3 เหตุผลสำคัญ โครงการ "รถเก่าแลกรถใหม่" กระทรวงการคลัง สั่งกรมสรรพสามิต รื้อแผนใหม่ทั้งระบบ เผยปมใหญ่ที่ทำให้ไปต่อลำบาก ทั้งการตั้งราคากลางเจ้าปัญหาที่ไม่เป็นธรรมกับสภาพรถจริง และอุปสรรคการกำจัดซากรถที่ซับซ้อนเกินคาด ทำให้คนมีรถเก่า อยากออกรถใหม่ต้องฟัง! จับตาดูโครงการนี้จะถูกพับเก็บหรือเดินหน้าต่อในรูปแบบไหน?
กลายเป็นประเด็นร้อนที่ทำเอาคนใช้รถเก่าต้องลุ้นจนตัวโก่งไปแล้ว สำหรับโครงการ "รถเก่าแลกรถใหม่" ที่ล่าสุดดูเหมือนจะต้องเบรกดังเอี๊ยด เมื่อ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง สั่งการกรมสรรพสามิต ทบทวนแผนด่วน หลังพบอุปสรรคบานตะไท โดยเฉพาะการตีราคากลางและการจัดการซากรถที่ซับซ้อนกว่าที่คาดการณ์ไว้
สรรพสามิต รับโจทย์หิน! เหตุผลทำไมโครงการอาจต้องเปลี่ยนแผน
หลังจากมีกระแสข่าวหนาหูเกี่ยวกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านโครงการรถเก่าแลกรถใหม่ ล่าสุด นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้มอบหมายให้กรมสรรพสามิตกลับไปทำการบ้านมาใหม่ เนื่องจากยังมีรายละเอียดหลายจุดที่ยังไม่ลงตัว แม้จะมีเวลาพิจารณาแต่ต้องรอบคอบที่สุด เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาตามมาในภายหลัง
เปิด 3 อุปสรรคใหญ่ ทำไมการตีราคา "รถเก่า" ถึงเป็นเรื่องยาก?
นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง ยอมรับตรงๆ ว่าโครงการนี้ยังมีข้อจำกัดหลายประเด็นที่ต้องตีโจทย์ให้แตก โดยเฉพาะเรื่องของ "ความเหลื่อมล้ำของราคารถ"
ราคากลางเจ้าปัญหา
หากรัฐกำหนดราคากลางไว้ที่ 50,000–60,000 บาท จะเกิดคำถามทันทีว่า แล้วรถที่สภาพยังดีอยู่จะยอมมาแลกหรือไม่? ในขณะที่รถที่เป็นซากพังยับเยินกลับได้ราคาเท่ากัน ซึ่งจุดนี้อาจทำให้เกิดความไม่เป็นธรรมในโครงการ
สภาพรถที่แตกต่างกัน
รถแต่ละคันมีมูลค่าทางจิตใจและราคาตลาดที่ไม่เท่ากัน การใช้เกณฑ์เดียวตัดสินทั้งหมดจึงทำได้ยากในทางปฏิบัติ
ความชัดเจนของเกณฑ์
นายลวรณย้ำว่า "ไม่ต้องการให้โครงการออกมาโดยขาดความชัดเจน" จึงต้องส่งกลับไปพิจารณาข้อเสนอใหม่ที่อาจจะเหมาะสมกว่าเดิม
อีกหนึ่งประเด็นที่น่าปวดหัวไม่แพ้กันคือ การจัดการซากรถ หลังจากเข้าโครงการ เพราะในทางปฏิบัติ การแยกชิ้นส่วนรถทั้งคันเพื่อนำไปทำลายหรือรีไซเคิลนั้นมีขั้นตอนที่ละเอียดอ่อน
ไม่ว่าจะเป็นการแยก "เศษเหล็ก" ออกจาก "ชิ้นส่วนที่ยังใช้ได้" หรือแม้แต่การจัดการ "แบตเตอรี่" และวัสดุอันตรายอื่นๆ ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีเกณฑ์ที่ชัดเจนว่าจะคัดกรองอย่างไรให้โปร่งใสและคุ้มค่าที่สุด โครงการในรูปแบบเดิมจึงอาจไม่ใช่คำตอบสุดท้ายในเวลานี้
จับตา "ข้อเสนอใหม่" รถเก่าแลกอะไรได้บ้าง?
งานนี้ต้องจับตาดูกันยาวๆ ว่ากรมสรรพสามิตจะเข็นมาตรการใหม่ออกมาในรูปแบบใด จะยังคงเป็นการ "แลกรถ" หรือเปลี่ยนเป็น "สิทธิประโยชน์ภาษี" ด้านอื่นแทน? แต่ที่แน่ๆ คนรักรถเก่าและคนที่อยากได้รถใหม่เตรียมตัวไว้ให้ดี หากมีความคืบหน้า "กรุงเทพธุรกิจ" จะรีบมารายงานทันที





