ตำรวจค้นบ้าน 'โค้ชเอส' หาหลักฐานเพิ่มเติมคดีอนาจารเด็ก แม่-พี่สาวยันคนดี

ตำรวจค้นบ้าน 'โค้ชเอส' หาหลักฐานเพิ่มเติมคดีอนาจารเด็ก แม่-พี่สาวยันคนดี

ตำรวจ ปคม. - พฐ. บุกค้นบ้าน 'โค้ชเอส' หาหลักฐานเพิ่มเติมคดีอนาจารเด็ก ด้านแม่-น้า-พี่สาว ยันเป็นคนดี ห่วงไม่ได้รับความเป็นธรรม

วันนี้ (16 ธ.ค.2566) ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณี พล.ต.ต.ศารุติ แขวงโสภา ผู้บังคับการกองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ หรือ ตร.ปคม. ร่วมกับ ปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณา หงสกุล จับกุมนายสมพร (สงวนนามสกุล) หรือ โค้ชเอส อายุ 43 ปี เป็นข้าราชการตำแหน่งเกษตรอำเภอแห่งหนึ่งในจังหวัดอุดรธานี และผันตัวเองมาเป็นโค้ชสโมสรฟุตบอลเด็กและผู้สนับสนุน และ พ.ต.เกียรติศาสตร์ (สงวนนามสกุล) หรือ ผู้พันกุ๋ย อายุ 64 ปี อดีตทหารเกษียณ ผู้เป็นสปอนเซอร์ให้กับสโมสรฟุตบอล ในข้อหากระทำอนาจารเด็ก โดยจับกุมได้ที่บ้านพักในบ้านโนนคำมี ต.ห้วยสามพาด อ.ประจักษ์ศิลปาคม จ.อุดรธานี 

 

 

ขณะเข้าจับกุมเจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบคลิปอนาจารที่ทั้งสองคนถ่ายไว้ โดยเจ้าหน้าที่จะขยายผลตรวจสอบว่ามีการนำคลิปไปใช้เพื่อการค้าหรือเปิดกลุ่มลับหรือไม่ เพราะหากมีการกระทำดังกล่าวจริง จะต้องดำเนินคดีในข้อหาเกี่ยวกับการค้ามนุษย์เพิ่มเติมด้วย 

 

ซึ่งหากตรวจพบว่ามีการเปิดกลุ่มลับจริง ผู้ที่อยู่ภายในกลุ่มก็จะต้องถูกดำเนินการตรวจสอบและดำเนินการทางคดีด้วยเช่นกัน และคาดว่าจะมีเด็ก ๆ เป็นเหยื่ออีกหลายคน พร้อมกันนี้ตำรวจได้แจ้ง 6 ข้อหากับบุคคลทั้งสอง ดังนี้ 

 

ร่วมกันกระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 13 ปี , กระทำอนาจารแก่เด็กอายุยังไม่เกิน 13 ปี , ร่วมกันพาเด็กอายุยังไม่เกิน 15 ปีไปเพื่อการอนาจาร , ร่วมกันพาผู้อื่นไปเพื่อการอนาจารโดยใช้อุบายหลอกลวงขู่เข็ญ , ร่วมกันพรากเด็กอายุยังไม่เกิน 15 ปีเพื่อการอนาจารย์ และร่วมกันกระทำการอันเป็นการทารุณกรรมต่อร่างกายหรือจิตใจให้เด็กกระทำอันมีลักษณะลามกอนาจาร โดยผู้ต้องหาทั้งสองรายให้การรับสารภาพทุกข้อกล่าวหา 

 

ตำรวจค้นบ้าน \'โค้ชเอส\' หาหลักฐานเพิ่มเติมคดีอนาจารเด็ก แม่-พี่สาวยันคนดี

 

 

โดยบ่ายวันนี้ (16 ธ.ค.2566) พ.ต.ต.จงจรัส ฉายเรืองโชต สว.(สอบสวน) กก.3 บก.ปคม. พร้อมด้วยตำรวจพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) เดินทางไปบ้านโค้ชเอสอีกครั้ง เพื่อตรวจหาหลักฐานเพิ่มเติมภายในบ้านและห้องพัก โดยมีนางสุภาพ (แม่ของโค้ชเอส) พาเจ้าหน้าที่ตรวจในห้องพัก เพื่อนำไปประกอบหลักฐานในคดีดังกล่าว 

 

นางสุภาพ อายุ 73 ปี แม่โค้ชเอส กล่าวว่า นายสมพร หรือ โค้ชเอส เป็นลูกชายคนที่ 5 จากทั้งหมด 6 คน เป็นลูกชายคนเดียว เรื่องนี้ตนยังไม่อยากจะเชื่อว่าลูกชายจะทำแบบนี้ แต่สำหรับผู้พันกุ๋ยเวลามาพักที่บ้านลูกชายก็จะเห็นเรียกเด็ก ๆ เข้าไปนอนในห้องด้วย เพราะมีเด็กมาอยู่ที่บ้านหลังนี้ 3 คน ส่วนจะทำอนาจารหรือไม่ตนไม่รู้ 

 

'ย้อนไป 30 ปีที่ลูกชายทำทีมฟุตบอล ไม่เคยมีเรื่องไม่ดีแบบนี้เลย เพราะตนก็อยู่บ้านหลังเดียวกันกับลูกชาย ตอนนี้สงสารลูกชาย อยากจะขอความเป็นธรรมให้ลูกชายด้วย อยากให้ตำรวจทำเรื่องนี้ให้กระจ่าง หากเขาทำผิดก็ดำเนินตามกฎหมาย แต่หากลูกชายไม่ผิดก็ขอความเป็นธรรมด้วย เพราะเขามีหนี้เยอะ มีภาระผ่อนบ้านผ่อนรถอยู่ และเขาเป็นคนเดียวที่รับราชการ ถ้าจะออกจากราชการก็ไม่รู้ว่าเขาจะทำไปอะไร และอนาคตเขากำลังไปได้ไกล สมัยลูกชายไปรับราชการที่ อ.วังสามหมอ พ่อแม่ของเด็ก ๆ ก็รักลูกชายมาก เอาของมาฝากประจำ ไม่เคยเห็นมีเรื่องเลย' 

 

ด้าน นางทองคำ น้าสาวโค้ชเอส บอกว่า ตนดูข่าวแล้วและเห็นตำรวจมาจับกุมหลานชายเมื่อวานก็เศร้าใจและช็อกมาก เห็นแล้วรู้สึกสงสารหลานชาย กว่า 30 ปีที่เขาทำทีมฟุตบอลไม่เคยมีเรื่องแบบนี้มาก่อน และเขาก็เป็นคนดีคนหนึ่งของครอบครัว ครอบครัวได้อาศัยจากหลานคนนี้เพราะเขารับราชการคนเดียว เขาช่วยเหลือพี่น้องทุกคน และช่วยเยาวชนที่ติดยาเสพติดให้มาเล่นฟุตบอล นิสัยส่วนตัวเหล้าก็ไม่กิน บุหรี่ก็ไม่สูบ เรียนก็ได้เกรดเฉลี่ยดีมาก 

 

ส่วนที่เขารู้จักกับผู้พันกุ๋ย เขารู้จักกันทางไลน์และเฟซบุ๊กมาได้ 3 ปีแล้ว และผู้พันจะมาบ้านหลานตลอดหากมีการแข่งขันฟุตบอล ไม่เคยคิดว่าจะมีเหตุการณ์แบบนี้กับหลาน ยืนยันว่าหลานตนเป็นคนดีคนหนึ่ง เราอยู่ด้วยกันตลอด อยากขอความเป็นธรรมให้กับหลานชายด้วย หลานชายตนทำทีมฟุตบอลมาเกือบ 30 ปี ไม่เคยมีมลทินมาก่อนเลย ชาวบ้านก็ยกย่องเขาเป็นคนดี แต่มาคบกับผู้พันคนนี้ก็มีเรื่องขึ้นมาเลย แต่ไม่ได้ปรักปรำใคร ไม่เคยคิดว่าจะเป็นแบบนี้ 

 

นางทองคำ พี่สาวโค้ช อายุ 54 ปี เปิดเผยว่า ตนสงสารน้องชายมาก เพราะจากที่รู้จักกับเขา เขาตั้งทีมฟุตบอลเพื่อดึงเอาเด็ก ๆ มาทำทีม 30 ปีไม่เคยมีเรื่องไม่ดีเลย ก็แปลกใจอยู่ตั้งแต่มารู้จักผู้พันคนนี้ ส่วนที่เขาเป็นคนโสดไม่แต่งงาน เขาก็บอกว่าเคยมีสาว ๆ มาติด แต่เห็นสภาพครอบครัวของพี่สาวหลายคน เขาก็เลยไม่อยากมีภรรยา เรื่องเอาเด็กมาทำทีมฟุตบอลผู้ปกครองก็มารับมาส่งตลอด ไม่เคยคลาดสายตา ตอนนี้ญาติพี่น้องสงสารเขาเหลือเกิน พ่อแม่สั่งสอนมาดี แต่ถ้าหากน้องชายตนทำจริงก็ต้องยอมรับ 

 

ตำรวจค้นบ้าน \'โค้ชเอส\' หาหลักฐานเพิ่มเติมคดีอนาจารเด็ก แม่-พี่สาวยันคนดี

 

ตำรวจค้นบ้าน \'โค้ชเอส\' หาหลักฐานเพิ่มเติมคดีอนาจารเด็ก แม่-พี่สาวยันคนดี