'หมอชายแดน' เล่าประสบการณ์ตรง หลังเคยเจอผู้ป่วยได้รับสารพิษ 'ไซยาไนด์'

'หมอชายแดน' เล่าประสบการณ์ตรง หลังเคยเจอผู้ป่วยได้รับสารพิษ 'ไซยาไนด์'

"หมอชายแดน" เล่าประสบการณ์ตรง หลังเคยเจอผู้ป่วยได้รับสารพิษ "ไซยาไนด์" เตือนปนเปื้อนในอาหาร - น้ำ หรือสูดดมอากาศที่มีไซยาไนด์ระเหย หากประมาทอาจถึงตายได้

เมื่อวันที่ 26 เมษายน 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพจ เรื่องเล่าหมอชายแดน โพสต์ถึงกรณีเหตุการณ์สะเทือนขวัญ แอม ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ 1285/2566 ลงวันที่ 25 เม.ย. 2566 ในข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนพร้อมของกลางขวด "ไซยาไนด์" ซึ่งเป็นหลักฐานสำคัญที่เชื่อได้ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของ น.ส.ศิริพร หรือก้อย เท้าแชร์ ชาวจังหวัดกาญจนบุรีที่เสียชีวิตโดยแม่และพี่สาวเชื่อว่าเป็นการฆาตกรรมนั้น โดยระบุว่า 

  • วันนี้อยากเล่าเรื่องพิษจาก "ไซยาไนด์" (cyanide poisoning)

เพราะมีเหตุการณ์สะเทือนขวัญ น่าจะเป็นคดีระดับโลกได้หากเป็นจริงตามที่สงสัยกันมีการใช้สารพิษไซยาไนด์ในการฆ่าคนกว่า 12 ศพ ที่โรงพยาบาลแม่สอดได้เคยวินิจฉัยโรคนี้ได้เมื่อเดือนกันยายน 2565 ที่ผ่านมาด้วยความสงสัยของแพทย์ประจำห้องฉุกเฉินของเรา พญ.กมลวรรณ หรือหมอพลอย พบคนไข้หญิงอายุราว 60 ปี ญาติบอกว่าหลังกินข้าวเที่ยงแล้วไปนอนพักที่โซฟานาน 15 นาที มีอาเจียนรุนแรงและสลบหมดสติไปทันที

มาถึงโรงพยาบาลตอนบ่ายสองโดยญาติบึ่งรถยนต์มาจากบ้านใช้เวลา 15 นาทีคงมาแบบเร็วสุดเพราะระยะทางก็ไม่ได้ใกล้ ที่ห้องฉุกเฉินคนไข้โคม่า E1V1M1 แต่ยังหายใจเฮือก ไม่ขยับตัวเลยตัวอ่อนปวกเปียก ช็อคความดันต่ำ 80/50 mm.Hg แพทย์ห้องฉุกเฉินใส่ท่อช่วยหายใจทันที ตอนแรกนึกถึงภาวะ stroke fast tract (โรคหลอดเลือดสมอง ตีบ/แตก)

ผลเลือดแย่มาก เลือดเป็นกรดรุนแรง pH 6.9 HCO3 7.8 (ค่าความเป็นด่าง) เม็ดเลือดขาวขึ้นมาก 20,000 ค่าแลคเตตซึ่งแสดงว่าอาจมีการติดเชื้อแบคทีเรียรุนแรงมากกว่า 22 เกินเครื่องจะวัดได้( ปกติน้อยกว่า 2)

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง :

นอกจาก stroke แล้วก็ยังนึกถึงภาวะติดเชื้อในกระแสเลือดด้วย จึงจัดการส่งเอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์สมองพบว่าปกติดี ให้ยาปฏิชีวนะ ให้สารน้ำ ให้ยากระตุ้นความดัน ดูแลแบบผู้ป่วยติดเชื้อในกระแสเลือด ทำ Echo ตรวจหัวใจและอัลตราซาวน์ช่องท้องผลปกติ หัวใจบีบตัวดีมาก

ตอนนั้นหมอพลอยก็บอกว่าประวัติมันแปลกๆ มันรวดเร็วเกินไป ไม่มีไข้ไม่มีอาการติดเชื้อมาก่อนเลย เหมือนได้รับสารพิษอะไรบางอย่าง จึงโทรศัพท์ปรึกษาศูนย์พิษวิทยาโรงพยาบาลรามาธิบดี ให้ความเห็นว่าถ้าไม่สามารถแยกโรคพิษจาก "ไซยาไนด์" ได้ให้รักษาเสมือนผู้ป่วยได้รับสารพิษไซยาไนด์ไปก่อนเพราะหากช้าผู้ป่วยจะไม่รอดชีวิต

หมอพลอย จึงรีบให้ antidote (ยาต้านพิษ) ซึ่งโชคดีมากที่โรงพยาบาลแม่สอดเรามี นั่นคือ 3% sodium nitrite 10 ml iv push และ 25% Sodium thiosulfate 3 amps iv push * 2 ครั้ง แก้ไขภาวะความเป็นกรดด้วยสารละลายด่างชนิดฉีด ต่อมาผู้ป่วยมีภาวะชักจึงได้ให้ยากันชักด้วย โชคดีที่หัวใจของผู้ป่วยยังไม่เป็นไรมีเพียงเต้นเร็วกว่าปกติ

ด้วยความพยายามของแพทย์ห้องฉุกเฉินและแพทย์เวรอายุรกรรมในวันนั้นภายใน 12 ชั่วโมง ก็สามารถแก้ไขให้ผลเลือดกลับมาเป็นปกติได้หมดและผู้ป่วยสามารถเอาท่อช่วยหายใจออกได้ในวันรุ่งขึ้น เมื่อผลเพาะเชื้อต่างๆไม่พบว่ามีการติดเชื้อแบคทีเรียจึงได้หยุดยาฆ่าเชื้อ และสามารถให้ผู้ป่วยกลับบ้านได้ภายใน 5 วัน

ผลการตรวจเลือดที่ส่งตรวจกับทางศูนย์พิษวิทยาโรงพยาบาลรามาธิบดีพบว่ามี สารไซยาไนด์ จริง ปริมาณ 3.2 ไมโครกรัม/มิลลิลิตร (ค่าปกติ <0.5) โดยเคสนี้คิดว่าได้รับสารไซยาไนด์ที่อาจมีการปนเปื้อนในอาหาร หรือ สารเคมีในบ้าน จากข้อมูลที่ว่าไซยาไนด์ในประเทศไทยเป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 ต้องมีใบอนุญาตครอบครอง ใช้เป็นสารเคมีน้ำประสานทองในอุตสาหกรรมทอง อุตสาหกรรมอิเลคทรอนิกส์ การล้างภาพและพิมพ์เขียว เป็นสารตั้งต้นในการผลิตยาเสพติดบางชนิด (ยาบ้า) เป็นสินค้านำเข้าของประเทศพม่าโดยผ่านทางประเทศไทย (เคยเป็นข่าวมาก่อนหน้านี้)

นอกจากนี้ ยังปนเปื้อนอยู่ในอาหารบางชนิด เช่น มันสำปะหลังดิบ หน่อไม้ดิบ ถั่วบางชนิด ก่อนหน้านี้ก็เคยมีคนไข้ชาวสวนกินมันสำปะหลังดิบแล้ววูบมาโรงพยาบาลแต่อาการไม่ถึงตายเพราะอาจจะได้รับเข้าไปเล็กน้อย

อยากให้ประชาชนทุกคนรับรู้ถึงพิษของมัน และระมัดระวังในการรับประทานอาหารหรือน้ำที่อาจจะมีสารไซยาไนด์ปนเปื้อน หรือสูดดมอากาศที่มีไซยาไนด์ระเหย หากประมาทถึงตายได้ค่ะ

เคสนี้เบียร์มีส่วนเกี่ยวข้องเล็กน้อย คือผลตรวจโควิดของคนไข้เป็น inconclusive (ก้ำกึ่ง) จึงได้รับรู้เคสจากรับปรึกษาทางโทรศัพท์ในวันนั้น แต่พิษไซยาไนด์เป็นเรื่องใหม่ของเบียร์จนต้องรีบ search หาข้อมูลเลย ต้อง ชื่นชมความเฉลียวใจและความรอบรู้ของหมอพลอยหมอประจำห้องฉุกเฉินวันนั้นที่ทำให้คนไข้รอดชีวิต เพราะเป็นโรคที่วินิจฉัยยากมากๆ และขอขอบคุณสายด่วนของศูนย์พิษวิทยาโรงพยาบาลรามาธิบดีที่เป็นที่ปรึกษาให้กับโรงพยาบาลแม่สอดตลอดมา ทำให้พวกเราเกิดการเรียนรู้และช่วยตรวจเลือดเพื่อยืนยันด้วยค่ะ