background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

คร. เผยแอสตร้าฯ ส่งวัคซีนเดือน ก.ย. 7.2 ล้านโดส

คร. เผยแอสตร้าฯ ส่งวัคซีนเดือน ก.ย. 7.2 ล้านโดส

คร. เผยแอสตร้าฯ ส่งวัคซีนเดือน ก.ย. 7.2 ล้านโดส ส่วนแผนปี 65 จัดหาหลายชนิด 120 ล้านโดส เบื้องต้นไฟเซอร์-แอสตร้าฯยี่ห้อละ 50 ล้านโดส หากวัคซีนรุ่น2 มีประสิทธิภาพ-ความปลอดภัย ขอให้ส่งมอบเป็นรุ่น 2

     เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 21 ส.ค.2564 ในการแถลงสถานการณ์โควิด 19 ของกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค(คร.) กล่าวว่า  เมื่อวันที่ 20 ส.ค. 2564 มีการฉีดวัคซีนเพิ่มขึ้น 609,435 โดส ฉีดสะสมแล้ว 26,428,101 โดส เป็นเข็มที่ 1 จำนวน 19,973,692 ราย เข็มที่ 2 จำนวน 5,920,614 ราย และเข็มที่ 3 จำนวน 533,795 ราย  จะเห็นได้ว่าในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมาฉีดได้ระดับวันละ 5-6 แสนโดส และช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาจันทร์-ศุกร์ฉีดได้ราว 2-3ล้านโดส เป็นตัวเลขที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยครอบคลุมอย่างน้อย 1 เข็มแล้ว 27.7 %ของประชากร แยกตามชนิดวัคซีนเป็นซิโนแวคราว 12 ล้านโดส แอสตร้าฯราว 11 ล้านโดส ซิโนฟาร์ม 2.4 ล้านโดส และไฟเซอร์ราว 5 แสนโดส

     

     

นพ.โอภาส กล่าวอีกว่า จำนวนวัคซีนที่เข้ามาในประเทศไทยตั้งแต่เดือนก.พ. 2564 ที่มีวัคซีนซิโนแวคและแอสตร้าฯเข้ามา จนถึงขณะนี้วันที่ 20 ส.ค. 2564  ทั้งหมดมี 30 กว่าล้านโดสทั้งซิโนแวค แอสตร้าฯ ซิโนฟาร์มและไฟเซอร์โดยการจัดซื้อและรับบริจาค  จะเห็นได้ว่าตั้งแต่มิ.ย.-ครึ่งเดือนส.ค.วัคซีนที่เข้ามามีเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ สอดคล้องกับการฉีดและความต้องการในการฉีด  ยกตัวอย่างของแอสตร้าฯช่วงเดือนมิ.ย.มีวัคซีนเข้ามาประมาณ 5 ล้านโดส ก.ค.ราว 5 ล้านโดส และส.ค. 5 ล้านโดส โดยเฉลี่ยจะอยู่ที่ 5-6 ล้านโดสต่อเดือน 

     “สำหรับเดือนก.ย.เป็นต้นไป สธ.ตามสัญญาก็จะมีการเจรจากับบริษัทแอสตร้าฯประเทศไทยเป็นระยะ และแสดงเจตจำนงที่ชัดเจนว่าต้องการได้รับวัคซีนเพิ่มขึ้น เนื่องจากความต้องการฉีดวัคซีนของประชาชนมีมาก ทางบริษัทก็ได้มีการตอบสนอง อย่างเช่นเดือนก.ย.ก็ได้มีการส่งสัญญาณว่าจะมีการส่งวัคซีนให้ประเทศไทย 7.2 ล้านโดส  เชื่อว่าในการเจรจาจะมีวัคซีนเข้ามาตามที่ต้องการมากขึ้นเรื่อยๆ จะสอดคล้องกับการฉีดของประเทศไทย”นพ.โอภาสกล่าว

นพ.โอภาส กล่าวด้วยว่า สำหรับการจัดหาวัคซีนปี 2565 ดูแนวโน้มการฉีดวัคซีนอาจจะจำเป็นต้องฉีดบูสเตอร์โดสเพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกันให้สูง เนื่องจากข้อมูลหลายแห่งพบว่าหลังฉีดวัคซีน 2 เข็มไม่ว่าฉีดวัคซีนยี่ห้อใดก็ตาม ภูมิคุ้มกันจะตกลง การฉีดเข็มที่ 3 จะเป็นการกระตุ้นให้ภูมิคุ้มกันสูงขึ้น และการฉีดวัคซีนในเด็กซึ่งขณะนี้มีการวิจัยในหลายบริษัท หลายประเทศถึงความจำเป็นในการฉีดวัคซีนกลุ่มเด็ก ดังนั้น ในปี 2565 จะมีการจัดหาวัคซีนเพิ่มเติมอย่างน้อย 120 ล้านโดส และให้มีวัคซีนที่มีความหลากหลายในการฉีด ทั้งชนิดmRNA ชนิดเชื้อตาย ชนิดไวรัลเวคเตอร์ หรือชนิดโปรตีนซํบยูนิต เป็นต้น  โดยเบื้องต้นแสดงเจตจำนงนำเข้าวัคซีนไฟเซอร์ 50 ล้านโดส และแอสตร้าฯ 50 ล้านโดส ส่วนจะเป็นแบบไหนนั้น ขณะนี้มีหลายบริษัทมีการผลิตรุ่น 2 หากบริษัทสามารถผลิตรุ่น 2 ที่มีประสิทธิภาพ และความปลอดภัย ก็ขอให้ส่งเป็นรุ่น 2 ส่วนเรื่องจำนวนและระยะเวลาจัดส่งจะมีการเจรจากันต่อ