การเมือง

ยุทธศาสตร์ต้องชัด ขยายพื้นที่ล็อกดาวน์

ยิ่งมีการล็อกดาวน์นานยิ่งส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ ซึ่งจำเป็นที่รัฐบาลต้องมีแผนควบคุมการระบาดที่มีประสิทธิภาพมากกว่าปัจจุบัน เพราะทุกวันที่มีการล็อกดาวน์ต้องแลกมากับความสูญเสียของประชาชน

การระบาดของโรคโควิด-19 ในประเทศไทย ยังคงขยายอย่างต่อเนื่องและมีอัตราการติดเชื้อรายใหม่เกิน 10,000 ราย ต่อวันมาเป็นเวลาครึ่งเดือนแล้ว ซึ่งจำนวนผู้ติดเชื้อสะสมของการระบาดระลอกใหม่นับตั้งแต่เดือน เม.ย.2564 ถึงวันที่ 2 ส.ค.2564 มีจำนวนรวมถึง 604,421 คน ในขณะที่มีการคาดการณ์จำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่อาจสูงถึงวันละ 30,000-40,000 คน ถือว่ามากกว่าระดับปัจจุบันเป็นเท่าตัว และระบบสาธารณสุขคงจะวิกฤติกว่าในปัจจุบันหากจำนวนผู้ติดเชื้ออยู่ในระดับดังกล่าว

ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 ได้ตัดสินใจขยายพื้นที่สีแดงเข้มและเข้มงวดสูงสุดจากเดิม 13 จังหวัด เพิ่มขึ้นมาเป็น 29 จังหวัด ซึ่งการล็อกดาวน์ในครั้งนี้ถือว่ามีความเข้มข้นน้อยกว่าการล็อกดาวน์ในปี 2563 ทั้งที่สถานการณ์การระบาดแตกต่างกันมาก โดยการประกาศล็อกดาวน์ทั่วประเทศเมื่อวันที่ 25 มี.ค.2563 มีจำนวนผู้ติดเชื้อสะสมในประเทศนับตั้งแต่พบการติดเชื้อคนแรกเพียง 934 ราย แต่การประกาศล็อกดาวน์ 26 จังหวัด เมื่อวันที่ 1 ส.ค.2564 มีผู้ติดเชื้อรายใหม่วันเดียว 18,027 ราย

การประกาศล็อกดาวน์แลกมาพร้อมกับการสูญเสียหลายด้าน รวมถึงความสูญเสียด้านเศรษฐกิจที่ประชาชนและผู้ประกอบการยอมเจ็บเพื่อจบ แต่ที่ผ่านมาทั้งประชาชนและผู้ประกอบการต้องเจ็บแล้วเจ็บอีกแต่ไม่จบ ทำให้มีความกังวลว่าการขยายพื้นที่ล็อกดาวน์ในครั้งนี้จะสามารถควบคุมการระบาดได้มากน้อยแค่ไหน ซึ่งหอการค้าไทยประเมินว่าการขยายพื้นที่ล็อกดาวน์ครั้งนี้จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจจากเดือนละ 200,000-300,0000 ล้านบาท เพิ่มเป็น 250,000-350,000 ล้านบาท

ปฏิเสธไม่ได้ว่ายิ่งมีการล็อกดาวน์นานยิ่งส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ ซึ่งจำเป็นที่รัฐบาลต้องมีแผนควบคุมการระบาดที่มีประสิทธิภาพมากกว่าปัจจุบัน เพราะทุกวันที่มีการล็อกดาวน์ต้องแลกมากับความสูญเสียของประชาชน ดังนั้นในช่วงการล็อกดาวน์จึงจำเป็นที่รัฐบาลต้องดำเนินการควบคู่กันทั้งการเร่งฉีดวัคซีน และการเตรียมระบบ Home Isolation และ Company Isolation ให้เพียงพอเพื่อประคองระบบสาธารณสุขของประเทศให้รับมือวิกฤติครั้งนี้ต่อไปให้ได้

รัฐบาลต้องตระหนักถึงผลจากการระบาดของโรคโควิด-19 ต่อประชาชนให้มากขึ้น เพราะการดำเนินนโยบายที่ผิดพลาดย่อมสร้างความสูญเสียต่อชีวิตประชาชนและสร้างความสูญเสียต่อระบบเศรษฐกิจ ดังนั้นนโยบายที่ออกมาหลังจากนี้ไม่ควรเกิดข้อผิดพลาดอีก ทั้งการจัดหาวัคซีน การกระจายวัคซีนที่ไม่ควรผูกขาดไว้พื้นที่ใดพื้นที่หนึ่ง รวมถึงการจัดเตรียมศูนย์พักคอยเพื่อลดความแออัดในสถานพยาบาล และที่สำคัญรัฐบาลต้องเข้าใจว่าประเทศอยู่ในภาวะวิกฤติ