ทั่วไป

คลัสเตอร์เรือนจำขอนแก่น ผู้ต้องขังติดเชื้อรายใหม่ 315 คน

เรือนจำขอนแก่น พบผู้ต้องขังยืนยันติดเชื้อรายใหม่ 315 คน 3 หน่วยงาน ระดมวางแผนใช้รูปแบบบับเบิลแอนด์ซีล พร้อมตรวจหาเชื้อแดนหญิงกว่า 300 คน เตรียมย้ายไปเรือนจำพล

เมื่อวันที่ 21 ก.ค. 64 นพ.สมชายโชติ ปิยวัชร์เวลา นายแพทย์สาธารณสุข จ.ขอนแก่น พร้อมด้วย นายสมมาตย์ สุราช ผู้บัญชาการเรือนจำกลางขอนแก่น ร่วมแถลงข่าวกรณีพบผู้ต้องขังติดเชื้อในเรือนจำกลางขอนแก่น เป็นคลัสเตอร์เรือนจำเนื่องจากพบผู้ติดเชื้อจำนวนมาก

นพ.สมชายโชติ กล่าวว่า สำหรับเรือนจำจังหวัดขอนแก่นมีผู้ต้องขังทั้งหมด 4,458 คน โดยเมื่อวันที่ 18 ก.ค. 64 ได้รับแจ้งจากทางเรือนจำว่าพบกลุ่มผู้ต้องขังมีอาการป่วย เป็นไข้ ไอ และมีน้ำมูก จึงได้ประสานไปยังเจ้าหน้าที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดขอนแก่น สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 7 และเรือนจำจังหวัดขอนแก่น ให้ดำเนินการตรวจคัดกรองผู้ต้องขังที่เป็นกลุ่มเสี่ยงสูงจำนวน 15 คน พบว่าผู้ต้องขังชาย 3 คน ติดเชื้อโควิด-19 จึงได้ขยายผลตรวจผู้ต้องขังกลุ่มเสี่ยง 1,620 คน ขณะนี้พบผู้ต้องขังยืนยันติดเชื้อโควิด-19 แล้ว 315 คน เนื่องจากการติดเชื้อในเรือนจำขอนแก่นถือว่าเป็นคลัสเตอร์ใหญ่แล้ว จึงได้วางแผนควบคุมโรคในรูปแบบบับเบิลแอนด์ซีล จึงไม่ดำเนินการตรวจจหาเชื้อกลุ่มผู้ต้องขังกว่า 3,000 คน ให้ถือว่าผู้ต้องขังทุกคนคือกลุ่มเสี่ยงสูง

จากการสอบสวนโรคของคลัสเตอร์เรือนจำเบื้องต้น คาดว่า ผู้ต้องขังกลุ่มนี้ติดเชื้อก่อนหน้าที่จะตรวจพบกว่า 2 อาทิตย์ แต่ไม่มีอาการ ระหว่างนี้ได้ประสานกับทางเรือนจำขอนแก่นในการดำเนินการคือ ผู้ต้องขังที่ติดโควิดทั้ง 315 คน แยกกักตัวในโรงนอนในหอประชุม เพื่อไม่ให้ปนเปื้อนกับกลุ่มเสี่ยง พร้อมทั้งตรวจเชื้อกลุ่มเจ้าหน้าที่ 140 คน ไม่พบผู้ติดเชื้อ โดยคลัสเตอร์เรือนจำนี้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ สสจ. สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 7 และเรือนจำจังหวัดขอนแก่น ร่วมกันวางแผนควบคุมโรคในรูปแบบบับเบิลแอนด์ซีล ห้ามการเข้าออก ไม่รับผู้ต้องขังรายใหม่ ไม่เคลื่อนย้าย

“ภารกิจเร่งด่วนคือการเร่งตรวจกลุ่มผู้ต้องขังหญิงทั้งหมด 329 คน ผู้ต้องขังหญิงที่ไม่ติดเชื้อโควิด-19 จะได้วางแผนเคลื่อนย้ายผู้ต้องขังแดนหญิงไปที่เรือนจำพล เพื่อปรับพื้นที่แบ่งโซนการรักษา โดยให้แดนหญิงเป็นโรงพยาบาลสนามในเรือนจำรักษาผู้ติดเชื้อกลุ่มเปราะบาง 7 กลุ่มโรค และผู้สูงอายุ มีอาการเล็กน้อย โซนกลุ่มติดเชื้อแต่ไม่แสดงอาการ ในส่วนของผู้ต้องขังกว่า 3,000 คน ที่ไม่ได้ตรวจหาเชื้อ ได้วางแผนเชิงรุกโดยการเอ็กซ์เรย์ปอดผู้ต้องขังทุกคน หากพบปอดผิดปกติจึงจะย้ายไปรักษาที่โซนโรงพยาบาลสนามเรือนจำ” นพ.สมชายโชติ กล่าว

ด้าน นายสมมาตย์ สุราช ผู้บัญชาการเรือนจำกลางขอนแก่น กล่าวว่า กลุ่มเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานใกล้ชิดผู้ต้องภายในเรือนจำ เพื่อให้การทำงานเป็นไปด้วยความเรียบร้อย เรือนจำกลางขอนแก่นจึงแบ่งกลุ่มปฏิบัติงานภายในเรือนจำออกเป็น 3 กลุ่ม เพื่อผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนเข้าไปปฏิบัติหน้าที่ โดยเจ้าหน้าที่จะเข้าไปทำงานดูแลผู้ต้องขังในเรือนจำต่อเนื่อง 7 วัน เมื่อครบกำหนดจึงให้ออกมาพักในสถานที่ที่จัดเตรียมไว้ แพทย์จะตรวจหาเชื้อ หากไม่พบว่าติดเชื้อ จะให้กลับบ้านได้ 2 วัน แล้วจึงกลับมายังจุดพักคอย 5 วัน ขณะที่เจ้าหน้าที่ทุกคนยังต้องเฝ้าระวังและปฏิบัติตัวอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์ทำความเข้าใจกับญาติผู้ต้องขังไม่ต้องกังวล เพราะเจ้าหน้าที่เรือนจำกลางขอนแก่น ดูแลผู้ต้องขังตามมาตรการของกรมราชทัณฑ์อย่างเคร่งครัด