การเงิน

ธปท.พร้อมขยายมาตรการช่วยลูกหนี้หากสถานการณ์โควิด-19 ยืดเยื้อ

ธปท.ยอมรับมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ปัจจุบันอาจไม่เพียงพอท่ามกลางสถานการณ์โควิด-19 พร้อมพิจารณาขยายมาตรการเพิ่มเติมตามสถานการณ์ ไฟเขียวสถาบันการเงินขยายเวลาช่วยลูกหนี้เองได้แม้ครบกำหนดมาตรการของ ธปท.แล้ว

นางธัญญนิตย์ นิยมการ ผู้ช่วยผู้ว่าการสายกำกับสถาบันการเงิน 2 ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ธปท.ยอมรับว่ามาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ในปัจจุบันอาจยังไม่เพียงพอ เช่น มาตรการพักชำระหนี้ 2 เดือนครั้งล่าสุด เพราะเป็นมาตรการเร่งด่วนเพื่อช่วยเหลือลูกหนี้ที่ถูกผลกระทบในพื้นที่สีแดงให้สามารถประคองตัวผ่านช่วงวิกฤตไปได้ในเบื้องต้น แต่ไม่ได้ตอบโจทย์แก้ไขปัญหาหนี้ในระยะยาว รวมถึงมาตรการพักชำระหนี้ระยะที่ 3 ที่จะครบกำหนดในช่วงสิ้นปี 2564

อย่างไรก็ดี ธปท.อาจพิจารณาขยายมาตรการได้อีกตามสถานการณ์ ขณะที่สถาบันการเงินสามารถขยายระยะเวลาพักชำระหนี้ให้แก่ลูกค้าได้ทันทีแม้จบช่วงมาตรการของ ธปท.ไปแล้ว โดยปัจจุบันพบว่าสถาบันการเงินเฉพาะกิจ (SFIs) บางแห่งได้มีการขยายระยะเวลาการพักชำระหนี้แก่ลูกค้านานถึง 6 เดือน

ขณะที่ภาวะหนี้ครัวเรือนไทย ณ ไตรมาส 1 ปี 2564 อยู่ที่ 90.5% ของจีดีพี หรือคิดเป็นมูลหนี้ครัวเรือนประมาณ 14.1 ล้านล้านบาท สอกคล้องกับหลายประเทศที่สถานการณ์โควิด-19 ส่งผลให้หนี้ครัวเรือนปรับตัวสูงขึ้น โดยหนี้ครัวเรือนมีเจ้าหนี้ค่อนข้างหลากหลาย ได้แก่ หนี้ธนาคารพาณิชย์ 43% หนี้สถาบันการเงินเฉพาะกิจ 29% หนี้สหกรณ์ออมทรัพย์ 15% หนี้บริษัทลัสซิ่ง 6% หนี้บริษัทบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล 4% และอื่นๆ 3%

ดังนั้น ธปท.จึงมีแผนเดินหน้าแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะหนี้ที่อยู่นอกกำกับดูแลของ ธปท.ที่ระหว่างดำเนินการ ได้แก่ หนี้กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) หนี้สหกรณ์ครูและสหกรณ์ตำรวจ และหนี้เกษตรกร ฯลฯ

สำหรับภารกิจช่วยเหลือลูกหนี้ในช่วงที่ผ่านมา ข้อมูลล่าสุด ณ เดือน พ.ค.2564 พบว่ามีลูกหนี้ที่ได้รับการช่วยเหลือแล้ว 4.9 ล้านราย (บัญชี) มูลค่า 3.2 ล้านล้านบาท แบ่งเป็นสินเชื่อรายใหญ่ 2,060 ราย มูลค่า 6 แสนล้านบาท สินเชื่อธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) 5 แสนราย มูลค่า 1 ล้านล้านบาท และสินเชื่อรายย่อย 4.4 ล้านบัญชี มูลค่า 1.6 ล้านล้านบาท