การเงิน

ส่องหุ้นรับอานิสงส์ ขายชุดตรวจ Rapid Test

สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในประเทศไทยยังน่าวิตก ท่ามกลางตัวเลขผู้ติดเชื้อที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ใกล้ทะลุ 1 หมื่นคนต่อวัน

ส่งผลให้มีผู้ป่วยสะสมมากกว่า 3.7 แสนคน ซึ่งส่วนใหญ่กว่า 3.4 แสนคน เป็นผู้ติดเชื้อจากการระบาดระลอกใหม่เมื่อต้นเดือนเม.ย. ที่ผ่านมา ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตรวมทะลุ 3 พันรายไปแล้ว

สาเหตุสำคัญที่ทำให้จำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด คือ การกลายพันธุ์ของไวรัส โดยเฉพาะสายพันธุ์เดลตา หรือ อินเดีย ที่แพร่กระจายได้เร็วกว่าสายพันธุ์ดั้งเดิมหลายเท่าตัว เรียกว่าเวลานี้สายพันธุ์เดลตาครองเมืองไปเรียบร้อย โดยเฉพาะในพื้นที่ กทม. ที่มีสัดส่วนผู้ป่วยจากสายพันธุ์เดลตามากกว่าครึ่ง แซงหน้าสายพันธุ์อัลฟา หรือ อังกฤษ

ขณะที่ประสิทธิภาพของวัคซีนหลักที่ใช้ในประเทศยังจำกัดเมื่อเจอกับสายพันธุ์เดลตา อย่างวัคซีน “ซิโนแวค” มีตัวอย่างให้เห็นแล้วว่าแม้จะฉีดครบ 2 โดส ยังติดเชื้อได้ ส่วนวัคซีน “แอสตร้าเซนเนก้า” แม้จะมีผลวิจัยและตัวอย่างในหลายๆ ประเทศว่ารับมือกับสายพันธุ์เดลตาได้ แต่จำนวนวัคซีนที่มียังจำกัด

จะเห็นว่าตั้งแต่เกิดการระบาดระลอก 3 ที่ผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นเร็วมาก ประชาชนค่อนข้างแตกตื่น เพราะไม่มั่นใจว่าตัวเองติดหรือยัง? จึงแห่ไปตรวจดโควิดกันแน่นโรงพยาบาล ซึ่งตามข้อกำหนดเมื่อผลออกมาว่าติดเชื้อต้องรักษาตัวในโรงพยาบาลนั้นทันที จนหลายแห่งเตียงไม่พอ เนื่องจากผู้ป่วยเยอะมาก เลยต้องหยุดให้บริการตรวจหาเชื้อไปด้วยเพราะไม่มีเตียง

ทั้งนี้ เพื่อลดความแออัดในการรอคิวตรวจที่โรงพยาบาล และเพิ่มประสิทธิภาพในการคัดกรองผู้ติดเชื้อให้ครอบคุลมมากยิ่งขึ้น ทางกระทรวงสาธารณสุขจึงอนุมัติให้ใช้ชุดตรวจแบบเร่งด่วน “Rapid Antigen Test” หรือ “Antigen Test Kit” ซึ่งจะทราบผลภายใน 30 นาที เพิ่มเติมจากวิธีมาตรฐาน RT-PCR ที่จะใช้เวลาราว 3-5 ชั่วโมง โดยนำร่องในสถานพยาบาลของรัฐและเอกชนที่ผ่านการรับรองโดยกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์

และล่าสุดได้ปลดล็อกให้ประชาชนทั่วไปสามารถซื้อชุดตรวจ Rapid Antigen Test มาตรวงเองได้แล้ว คาดจะเริ่มวางจำหน่ายในร้านขายยาทั่วไปอย่างเร็วที่สุดภายในวันนี้ (16 ก.ค.) หลังคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) อยู่ระหว่างเตรียมออกใบอนุญาตให้กับ 5 บริษัท ที่มาขอขึ้นทะเบียนเพื่อนำไปใช้กับประชาชนทั่วไป

ทั้งนี้ มีเงื่อนไขว่าจะต้องขายโดยเภสัชกรเท่านั้น เพื่อจะได้แนะนำวิธีการใช้งานที่ถูกต้องให้กับประชาชน โดยหากผลตรวจออกมาเป็น “บวก” หรือ “ติดเชื้อ” ถ้าอาการไม่รุนแรงจะใช้แนวทางการรักษาตัวที่บ้าน (Home Isolation) แต่ถ้าอาการรุนแรงจะส่งต่อไปยังโรงพยาบาล

หลัง อย. ปลดล็อกเป็นที่เรียบร้อย ภาคเอกชนขานรับทันที เตรียมนำเข้ามาวางจำหน่ายให้เร็วที่สุด เพราะมีความต้องการสูงมาก หลายบริษัทไปขอขึ้นทะเบียนกับทาง อย. แล้ว ซึ่งก่อนจะวางจำหน่ายต้องทำเอกสารคู่มือการใช้งานแนบไปกับชุดตรวจด้วย

ซึ่งในตลาดหุ้นไทยมีอยู่หลายบริษัทที่เตรียมจะนำเข้ามาขาย ทั้ง ริษัท วินเนอร์ยี่ เมดิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ WINMED อยู่ระหว่างเจรจากับพันธมิตรเพื่อนำเข้าชุดตรวจ Rapid Antigen Test มาจำหน่าย จากก่อนหน้านี้ ได้ยื่นขึ้นทะเบียนชุดตรวจแบบ RT-PCR กับทาง อย. ไปแล้ว รอการอนุมัติ คาดเห็นความชัดเจนภายในไตรมาส 3 นี้

ด้านบริษัท เทคโนเมดิคัล จำกัด (มหาชน) หรือ TM สนใจเช่นกัน เตรียมวางขาย Rapid Antigen Test ในร้านขายยาทั่วประเทศ ถือเป็นการขยายกลุ่มจากที่เคยขายชุดตรวจดังกล่าวยี่ห้อ “Humasis” จากเกาหลีใต้ ให้กับโรงพยาบาลทั้งภาครัฐและเอกชนมาแล้วกว่า 1,000 แห่ง

ส่วนบริษัท เซนต์เมด จำกัด (มหาชน) หรือ SMD เป็นอีกหนึ่งผู้ประกอบการในกลุ่มเครื่องมือแพทย์ที่ขอรอดูความชัดเจนจากภาครัฐ ยอมรับว่าสนใจนำชุดตรวจโควิดแบบง่ายเข้ามาจำหน่ายเช่นกัน คาดว่าในช่วง 1 ปีนับจากนี้จะยังมีความต้องการเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง เช่นเดียวกับบริษัท อี ฟอร์ แอล เอม จำกัด (มหาชน) หรือ EFORL ที่ยื่นขึ้นทะเบียนกับ อย. ไปเรียบร้อยแล้ว

ข่าวปลดล็อกนำชุดตรวจ Rapid Antigen Test มาใช้ทั้งในโรงพยาบาล รวมทั้งให้ประชาชนซื้อไปตรวจเอง ช่วยหนุนให้หุ้นในกลุ่มจำหน่ายเครื่องมือแพทย์ปรับตัวคึกคักในช่วงกว่า 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา อย่าง WINMED บวกขึ้นมาเกือบ 3%, TM บวกกว่า 5% ส่วน SMD พุ่งแรงกว่า 24%