ธุรกิจ

ธุรกิจลุยแพลตฟอร์ม ‘ชอปปิงวิถีีใหม่’

ภาวะวิกฤติการแพร่ระบาดของมหันตภัยโควิด-19  ซึ่งภาครัฐประกาศใช้มาตรการ“ล็อกดาวน์” พื้นที่ควบคุมสูงสุด และเข้มงวด 10 จังหวัด เพื่อลดการแพร่ระบาดในวงกว้าง โดยให้ปิดสถานที่เป็นการชั่วคราว อย่างน้อย 14 วัน รวมทั้งศูนย์การค้า ห้างสรรพสินค้า ตั้งแต่ 12 ก.ค.

โดยศูนย์การค้าเปิดได้เฉพาะส่วนซูเปอร์มาร์เก็ต แผนกขายยา แผนกอาหาร แผนกสินค้าเบ็ดเตล็ด ธนาคารและสถาบันการเงิน ศูนย์บริการโทรศัพท์มือถือ หรือระบบสื่อสาร และหน่วยความร่วมมือบริการฉีดวัคซีนโควิด-19 บรรดาผู้ประกอบการต่างต้องพลิกกลยุทธ์โดยมุ่งการขายในแพลตฟอร์มออนไลน์ขนานใหญ่อีกครั้ง!

รายงานข่าวจาก คิง เพาเวอร์ ระบุว่า พร้อมให้บริการลูกค้าด้วยการยกระดับการควบคุมโรค ภายใต้มาตรการต่างๆ และพัฒนาบริการ รวมทั้งโปรแกรมการชอปปิงที่คุ้มค่าเหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจภายใต้วิกฤติโควิด-19 นี้ 

โดย คิง เพาเวอร์”  ซึ่งปิดให้บริการชั่วคราวร้านค้าจำหน่ายสินค้าปลอดอากร 3 สาขา รางน้ำ มหานคร และศรีวารี ได้ปรับแนวทางให้บริการภายใต้ “ชอปปิงวิถีใหม่” กับบริการ “King Power Call to Shop ช้อปง่าย ช้อปคุ้ม ส่งไว”  พร้อมอัดโปรโมชั่นช้อปออนไลน์ตลอดเดือน ก.ค. 

“King Power Call to Shop เป็นบริการใหม่ล่าสุดของ คิง เพาเวอร์ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการสินค้าภายในร้านค้าปลอดอากรในคอนเซปต์ กริ๊งเดียวครบ จบทุกการช้อป! รอรับสินค้าที่บ้านได้ภายใน 7 วัน”

ทั้งนี้ ลูกค้าสามารถโทรศัพท์สอบถามรายละเอียดสินค้าจากผู้ช่วยช้อปได้ตั้งแต่เวลา 09.00-18.00 น. พร้อมโปรโมชั่น “คุ้มค่า” เช่น น้ำหอมและเครื่องสำอาง ลดสูงสุด 10% เมื่อลงทะเบียนร่วมช้อปรับคูปองส่วนลดตามเงื่อนไข หรือซื้อคูปองเงินสด (Cash Card) รับเพิ่มกิ๊ฟการ์ด ซึ่งในช่องทางชอปปิงออนไลน์ผ่านเว็ปไซต์และแอพพลิเคชั่นคิง เพาเวอร์ ยังสามารถรับความคุ้มค่าจาก แคมเปญ “Super Deals Super Brands” โดยมีสินค้าแฟชั่นและบิวตี้ให้กดช้อปส่งบ้านราคาดิวตี้ฟรี ลดสูงสุด 30%

สถานการณ์โควิด-19 ที่ผ่านมา ถึงแม้ธุรกิจในกลุ่มคิง เพาเวอร์ จะได้รับผลกระทบโดยตรงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ก็จะสู้ และฝ่าวิกฤตินี้ด้วยการปรับกลยุทธ์การขายสินค้าให้สอดคล้องกับลูกค้าคนไทย มีแนวทางสร้างรายได้ให้พนักงานผ่านโครงการในวิกฤติ พร้อมดำเนินมาตรการด้านสุขอนามัยอย่างเข้มงวดเพื่อเป็นบรรทัดฐานในฐานะผู้นำธุรกิจท่องเที่ยวชั้นนำระดับโลก"

นอกเหนือจากชอปปิงวิถีใหม่แล้ว ศูนย์อาหาร “ไทย เทสต์ ฮับ” คิง เพาเวอร์ รางน้ำ และ มหานคร คิวบ์ เปิดให้บริการเมนูอาหารจากร้านสตรีทฟู้ดดัง ร้านระดับเชฟมิชลินสตาร์ ในรูปแบบซื้อกลับบ้านและดีลิเวอรี่ ทุกวัน ตั้งแต่ 10.00-19.00น.

สมพล ตรีภพนารถ กรรมการผู้จัดการธุรกิจศูนย์การค้าบริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ศูนย์การค้าในเครือเอ็ม บี เค ประกอบด้วยศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ พาราไดซ์ พาร์คพาราไดซ์ เพลส เดอะไนน์ เซ็นเตอร์ พระราม9และเดอะไนน์ เซ็นเตอร์ ติวานนท์ เปิดพื้นที่ให้บริการตั้งแต่เวลา 10.00-20.00 น. พร้อมผนึกร้านค้าผู้ประกอบการกว่า 350 ร้านอำนวยความสะดวกให้ประชาชนในการเข้าถึงสินค้าที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต เปิดให้บริการ ซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านอาหารที่เปิดได้ถึงเวลา 20.00น. ให้บริการเฉพาะซื้อแบบกลับบ้าน หรือบริการส่งถึงบ้าน ธนาคารและสถาบันการเงิน4.ร้านขายยาและเวชภัณฑ์5.ศูนย์บริการเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ และร้านอุปกรณ์เครื่องมือสื่อสาร ไปรษณีย์และพัสดุภัณฑ์ ร้านอุปกรณ์ช่างและบำรุงรักษา เป็นต้น

ขณะเดียวกัน ศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ สร้างสีสันด้วยการยกขบวนสินค้ามาให้ “CF” ผ่านเพจเฟซบุ๊ก “MBK Live Market” ทุกวันพุธตลอดเดือนก.ค. นี้ พบกับ Special Live กับโปรโมชันมิดเยียร์เซล โดยพุธที่14 ก.ค. เอาใจสายกีฬากับผลิตภัณฑ์จากร้านดิลก (DILOK) ซึ่งล่าสุดได้ทำการปรับปรุงร้านเปิดให้บริการในคอนเซปต์ใหม่เป็นครั้งแรกที่เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ พุธที่ 21 ก.ค. สินค้าแฟชั่นจากแบรนด์จีคิว เป็นต้น

วรลักษณ์ ตุลาภรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มการตลาด บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด กล่าวว่า  เดอะมอลล์ จัดบริการ 5 ช่องทางการช้อป สะดวกทุกที่ ทุกเวลา ให้ช้อปง่าย สะดวก ปลอดภัย ไร้สัมผัส พร้อมบริการจัดส่งถึงบ้าน ประกอบด้วย “คลิก” MONLINE.COM และ GOURMETMARKETTHAILAND.COM เสมือนไปเดินช้อปเองที่ เดอะมอลล์, ดิ เอ็มโพเรียม,ดิ เอ็มควอเทียร์ และสยามพารากอน ครอบคลุมทุกกลุ่มสินค้าหลัก

"แชท" ผ่าน M CHAT & SHOP ในช่องทางไลน์ แอพพลิเคชั่น "โทรสั่ง“ CALL TO ORDER  ”ช้อปสบาย" LIVE PERSONAL SHOPPER มิติใหม่แห่งการชอปปิง  ด้วยผู้ช่วยส่วนตัวที่เดินซื้อสินค้าแทน เลือกซื้อ และชมสินค้าได้โดยตรงกับพนักงานแบบเรียลไทม์ และ "MLUXE ONLINE PERSONAL SHOPPER" บริการรูปแบบใหม่ล่าสุด เฉพาะที่ศูนย์การค้า ดิ เอ็มโพเรียม ดิ เอ็มควอเทียร์ที่ให้ลูกค้า ช้อปคอลเลคชั่นพิเศษจากแบรนด์ระดับโลก

 

กิตติมา วัชโรภาส ประธานเจ้าหน้าที่ด้านธุรกิจและการขาย บริษัท แม็คกรุ๊ป จำกัด (มหาชน)  องค์กรธุรกิจค้าปลีก ประเภทสินค้าแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ กล่าวว่า ขณะนี้ ร้านแม็คยีนส์ ได้ปิดให้บริการชั่วคราวใน 10 จังหวัด ประกอบด้วย  กรุงเทพฯ สมุทรปราการ สมุทรสาคร นครปฐม นนทบุรี ปทุมธานี นราธิวาส ปัตตานี ยะลา และสงขลา ซึ่งเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด (สีแดงเข้ม) ตั้งแต่วันที่ 12-25 ก.ค. หรือจนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง

พร้อมกันนี้ ได้เพิ่มความคุ้มค่าในการซื้อสินค้า และอำนวยความสะดวกแก่ลูกค้าที่ต้องการใช้บริการแม็คยีนส์ในช่วงเวลาล็อกดาวน์ ได้จัดแคมเปญ “Lockdownนี้ ส่งฟรีถึงบ้าน” พร้อมบริการส่งฟรี เมื่อสั่งสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ 3 ช่องทาง ได้แก่ ช้อปสินค้าแม็คยีนส์ทางเว็บไซต์ www.mcshop.com เฟซบุ๊ค mcjeans และไลน์ @mcjeans_official โดยมีโปรโมชั่น อาทิ ซื้อ3ชิ้น จ่ายเพียง999บาท

ที่ผ่านมาบริษัทให้ความสำคัญกับกลยุทธ์การตลาดทั้งออนไลน์และออฟไลน์ โดยเฉพาะในช่องทางออนไลน์ ซึ่งมีโอกาสการเติบโตได้อีกมาก จากพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ที่หันมาช้อปปิ้งออนไลน์เพิ่มขึ้น”

การจัดแคมเปญ และโปรโมชั่น เพื่อกระตุ้นยอดขายอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้รายได้จากช่องทางร้านค้าออนไลน์เติบโตต่อเนื่อง โดยไตรมาส 3 ของปีบัญชี 2564 มีรายได้เพิ่มขึ้น 13.5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

สำหรับไตรมาส 3 ปีบัญชี 2564 (1 ม.ค.-31 มี.ค.2564) รายได้จากช่องทางขายออนไลน์ของบริษัท คิดเป็นสัดส่วน12%ของรายได้ทั้งหมด ซึ่งจากแผนการรุกจัดกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง บริษัทมั่นใจว่าจะสามารถเพิ่มสัดส่วนรายได้จากช่องทางขายออนไลน์เป็น15%ของรายได้ทั้งหมด

 ทางด้าน สตาร์บัคส์ ประเทศไทย ได้เปิดตัว “Starbucks® Delivers” บริการเดลิเวอรี่บนแอพพลิเคชันมือถือ Starbucks Thailand  ให้ลูกค้าสั่งเครื่องดื่มและขนมได้โดยตรงจากร้านสตาร์บัคส์สาขาใกล้ที่สุดในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล พร้อมสะสมดาวทุกการใช้จ่าย 

เนตรนภา ศรีสมัย กรรมการผู้จัดการ สตาร์บัคส์ ประเทศไทย กล่าวว่า ไม่ว่าลูกค้าจะอยู่ที่ไหนในระหว่างวัน "Starbucks® Delivers" จะช่วยให้ลูกค้าได้รัับเครื่องดื่มแก้วโปรดแบบออนดีมานด์ พร้อมสะสมดาวทุกออเดอร์ นอกจากนี้ ลูกค้าสามารถใช้บริการ “Mobile Order & Pick Up” เพื่อสั่งเครื่องดื่มล่วงหน้าบนแอพพลิเคชันและเข้าไปรับที่ร้านสตาร์บัคส์ที่ร่วมให้บริการแบบไม่ต้องรอคิว

นวัตกรรมดิจิทัลเหล่านี้ช่วยยกระดับและตอบรับกับไลฟ์สไตล์ของลูกค้าในยุคปัจจุบันเป็นทางเลือกของประสบการณ์สตาร์บัคส์ที่สะดวก ลดการสัมผัส”