วันจันทร์ ที่ 12 ตุลาคม 2569

Login
Login

‘หุ้นไทย’เปิดเช้านี้ทะลุ10จุด ‘หุ้นน้ำมัน’ดันดัชนี

ความเคลื่อนไหวหุ้นไทยเช้าวันนี้ (6 ก.ค.) ดัชนีอยู่ที่ 1,590.21 จุด เพิ่มขึ้น10.93 จุดหรือเพิ่มขึ้น0.69% รับอานิสงส์โอเปกพลัสยังไร้ข้อตกลง ดันหุ้นกลุ่มน้ำมันหนุนดัชนี โบรกมองหุ้นไทยยังไซด์เวย์ โควิด-19พุ่งกดดัน

ความเคลื่อนไหวหุ้นไทยเช้าวันนี้ (6 ก.ค.) ดัชนีอยู่ที่ 1,590.21 จุด เพิ่มขึ้น10.93 จุดหรือเพิ่มขึ้น0.69%

จากหุ้นกลุ่มน้ำมันรับแรงหนุนปัจจัยราคาน้ำมันพุ่งขึ้นหลังการประชุมกลุ่มโอเปกพลัสยังไม่สามารถตกลงเรื่องการเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันได้จึงต้องเลื่อนการประชุมออกไปไม่มีกำหนด

บริษัทหลักทรัพย์(บล.) กรุงไทย ซีมิโก้ เปิดเผยว่า คาดดัชนีหุ้นไทย Sideways แนวรับ 1573 / 1565 จุด แนวต้าน 1585 / 1596 จุด

ปัจจัยบวก คือ 1. รายงานภาคบริการเดือน มิ.ย. ส่วนใหญ่อยู่ในระดับขยายตัว โดยเฉพาะ EU 2. เงินเฟ้อเดือน มิ.ย. ไทยลดลงต่อเนื่อง ส่งผลต่อแนวโน้มการดำเนินนโยบายผ่อนคลายการเงินต่อเนื่อง

ปัจจัยลบ คือ 1. จำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในประเทศยังคงปรับสูงขึ้นต่อเนื่อง ส่งผลให้ปลายสัปดาห์นี้ ศบค. อาจมีข้อเสนอควบคุมเพิ่มเติมบางพื้นที่(เหมือนกรณีอินโดนีเซีย ปิดล็อกดาวน์เกาะชวาและบาหลี 2 สัปดาห์ ) 2. การปรับขึ้นของราคาน้ำมันดิบโลก เพิ่มความเสี่ยงต่อเฟดในการส่งสัญญาณ QE Tapering เร็วขึ้น (แต่เป็นบวกต่อสินค้าทดแทนน้ำมันดิบ เช่น ถ่านหิน เอทานอล BANPU LANNA AGE KSL)   

สำหรับประเด็นอื่น ๆ ที่ต้องติดตาม 

-นายกฯ ประยุทธ์กักตัว 14 วัน หลังประธาหอการค้าที่เข้าร่วมโครงการภูเก็ตฯ ติด โควิด-19  

-คาดผลประชุมครม. มีมติอนุมัติการสั่งซื้อวัคซีนต้าน โควิด-19 จาก Pfizer

- จับตา รายงานภาคบริการเดือน มิ.ย. ของสหรัฐฯ (Markit และ ISM) คาดอ่อนตัวจากปัญหา Supply Disruption   

-คาดผลประชุมธนาคารกลางออสเตรเลียคงดอกเบี้ยนโยบาย แต่จับตาสัญญาณนโยบายการเงิน หลังประชุม

-รายงานความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจเดือน ก.ค. ของอียู คาดดีขึ้น แต่ของเยอรมนีลดลง อาจส่งผลต่อความผันผวนของตลาดหุ้นยุโรปวันนี้  

แนวโน้มตลาดหุ้นไทยไตรมาสที่ 3/64 การที่ SET Index ฟื้นตัวมาถึงระดับก่อนเกิดวิกฤติ covid-19 แล้ว แม้ว่าวิกฤติ covid-19 ยังไม่จบ บ่งชี้ว่า ราคาหุ้นได้สะท้อนความหวังของนักลงทุนไปมากแล้ว  ทำให้ประเมินว่าวัฏจักรตลาดหุ้นไทยกำลังจะเปลี่ยนผ่านจาก Hope phase (ช่วงเวลาที่ตลาดถูกขับเคลื่อนด้วย valuation)  สู่ Growth phase (ช่วงเวลาที่ตลาดถูกขับเคลื่อนด้วยการเติบโตตามปัจจัยพื้นฐาน) 

ดังนั้น นักลงทุนจึงควรเพิ่มความระมัดระวังในการลงทุนมากขึ้น โดยเราประเมินว่า หุ้นเชิงรับจะปรับตัว outperform ตลาด เพราะมี ความชัดเจนของกำไรที่สูงกว่าและมีความผันผวนที่ต่ำกว่ากลุ่มหุ้นวัฏจักร เป้าหมาย SET index ปี 2565 ที่อิงกับปัจจัยพื้นฐานอยู่ที่ 1,600 จุด สอดคล้องกับมุมมองของเราที่คาดว่ากำไรสุทธิในปี 2565 จะฟื้นตัวกลับสู่ระดับก่อนโควิด-19 ระบาด

กลยุทธ์หลักของเราในการสร้างผลตอบแทนที่สูงกว่าตลาดในครึ่งหลังปี2564 คือ การเปลี่ยนกลุ่มเล่นและเลือกหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่งและ valuation สมเหตุสมผล เราเชื่อว่าหุ้นวัฏจักรน่าจะสะท้อนการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งไปเรียบร้อยแล้ว และแนะนำให้มองหาโอกาสเข้าซื้อหุ้นเชิงรับที่มีการประเมินมูลค่าที่น่าสนใจโดยจุดเข้าซื้อที่สำคัญอยู่ที่ 1,500-1,550 จุด

หุ้นเด่นไตรมาสที่ 3/64  แนะนำ หุ้นขนาดเล็กและหุ้นเชิงรับ ที่มีปัจจัยพื้นฐานเฉพาะตัวเป็นแรงขับเคลื่อนกำไร มี valuation ที่สมเหตุสมผล และพึ่งพาแรงส่งทางเศรษฐกิจมหภาคน้อยมากในการผลักดันให้มีผลตอบแทนสูงกว่าตลาด หุ้นแนะนำคือ CRC, GPSC, PM, RJH และ SFT