คุณภาพชีวิต-สังคม

อัพเดท 'ยิ่งใช้ยิ่งได้' ให้สิทธิ์ e-Voucher 7,000 บาท ใช้อย่างไร ใครได้สิทธิ์บ้าง ?

สรุปรายละเอียดสำคัญของโครงการ "ยิ่งใช้ยิ่งได้" ที่ต้องรู้ ให้สิทธิ์ "e-Voucher" สูงสุดรายละ 7,000 บาท ขยายเวลาใช้จ่ายได้ถึง 30 พ.ย. 64

นอกจาก "คนละครึ่งเฟส3" ที่กำลังจะเริ่มเปิดระบบให้ประชาชนที่ได้รับสิทธิ์ "คนละครึ่ง" ใช้จ่ายได้ในวันที่ 1 ก.ค. นี้แล้ว อีกหนึ่งโครงการที่จะเริ่มต้นใช้งานได้ และเข้ามากระตุ้นการจับจ่ายของประชาชนคือ "ยิ่งใช้ยิ่งได้" ที่จะเริ่มใช้สิทธิ์ได้ 1 ก.ค. 64 เช่นกัน 

แต่ยังมีอีกหลายคนที่สับสนเกี่ยวกับรายละเอียด และการใช้สิทธิของโครงการ "กรุงเทพธุรกิจออนไลน์" จึงสรุปข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับ "ยิ่งใช้ยิ่งได้" แบบรวบรัด แบ่งออกเป็น 5 ข้อ ดังนี้

1.  "ยิ่งใช้ยิ่งได้" คือ ? 

"ยิ่งใช้ยิ่งได้" คือ มาตรการ "เยียวยาโควิด-19" จากรัฐ ที่สนับสนุนให้ประชาชนใช้จ่ายค่าสินค้าหรือบริการ เช่น ค่าอาหาร เครื่องดื่ม สินค้าทั่วไป ค่าบริการนวด สปา ทำผมทำเล็บ ฯลฯ 

โดยต้องใช้จ่ายเงินผ่าน "G-Wallet" บนแอพฯ "เป๋าตัง" ระหว่างวันที่ 1 ก.ค. – 30 พ.ย. 64 (อัพเดทข้อมูลจากกระทรวงการคลัง เมื่อ 29 มิ.ย. 64) กับผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มที่ติดตั้งแอพฯ "ถุงเงิน" ที่เข้าร่วมโครงการ โดยจะได้รับวงเงินสนับสนุนในรูปของบัตรกำนัลอิเล็กทรอนิกส์ (e-Voucher)  

ทั้งนี้ วงเงินใช้จ่ายที่จะนำมาคำนวณสิทธิ e-Voucher ไม่เกิน 60,000 บาทต่อคน ยอดใช้จ่ายที่นำมาคำนวณสิทธิต้องไม่เกิน 5,000 บาทต่อคนต่อวัน และจะได้รับสิทธิ e- Voucher สะสมสูงสุดไม่เกิน 7,000 บาทต่อคน ตลอดระยะเวลาโครงการ 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

162503089445

 2. ใครมีสิทธิ์ร่วมโครงการ "ยิ่งใช้ยิ่งได้" ? 

1. เป็นบุคคลสัญชาติไทย มีบัตรประจำตัวประชาชน

2.  มีอายุตั้งแต่ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ณ วันที่ลงทะเบียน

3. สามารถเปลี่ยนแปลงโครงการได้ 1 ครั้งผ่านแอปฯ เป๋าตัง ภายในวันที่ 28 มิ.ย. 64

4. เริ่มลงทะเบียนได้วันที่ 21 มิ.ย. 64 เป็นต้นไป ตั้งแต่เวลา 6:00-22:00 น.

5. ประชาชนใช้สิทธิตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. 64 ถึง 31 ธ.ค. 64 เวลา 6:00-23:00 น.

6. ไม่เป็นผู้ได้รับสิทธิโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

7. ไม่เป็นผู้ได้รับสิทธิโครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ (ผ่านบัตรประชาชน)

8. ไม่เป็นผู้ได้รับสิทธิโครงการ "คนละครึ่งเฟส3"

3.  "ยิ่งใช้ยิ่งได้" ซื้ออะไรไม่ได้บ้าง ? 

ซื้อได้: จ่ายค่าสินค้าหรือบริการ เช่น ค่าอาหาร เครื่องดื่ม สินค้าทั่วไป ค่าบริการนวด สปา ทำผมทำเล็บ ฯลฯ

ซื้อไม่ได้: สลากกินแบ่ง เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ยาสูบ บัตรกำนัล (gift voucher) บัตรเงินสด (gift card) และสินค้าหรือบริการที่เป็นการชำระค่าสินค้าหรือบริการล่วงหน้า

 4.  เงื่อนไขการรับ e-Voucher สูงสุด 7,000 บาท

ยิ่งใช้ยิ่งได้จะสนับสนุน e-Voucher ให้ผู้ได้รับสิทธิโครงการแต่ไม่ให้เป็นเงินสด แต่ให้เป็น "เงินคืน"(Cash back) หมายความว่า ผู้ใช้สิทธิจะต้องจ่ายเงินตัวเองเพื่อซื้อสินค้าก่อน แล้วหลังจากนั้นจึงจะได้เงินคืนในรูปแบบ e-Voucher ทีหลัง ในมูลค่าที่ลดหลั่นตามยอดการใช้จ่าย ดังนี้ 

- ยอดใช้จ่ายจริงตั้งแต่ 1-40,000 บาทแรก ได้รับ e-Voucher 10% ของยอดใช้จ่าย แต่ไม่เกิน 4,000 บาทต่อคน

- ยอดใช้จ่ายจริงตั้งแต่ 40,001-60,000 บาท ได้รับ e-Voucher 15% ของยอดใช้จ่าย แต่ไม่เกิน 3,000 บาทต่อคน 

ซึ่งสิทธิ e-Voucher จะคืนเป็นวงเงินใน G-Wallet ทุกวันที่ 7 ของเดือนถัดไป โดยขยายระยะเวลาใช้จ่ายที่จะได้รับ e-Voucher จากแต่เดิมสิ้นสุดวันที่ 30 ก.ย. 2564 เป็นสิ้นสุดวันที่ 30 พ.ย. 2564 พร้อมทั้ง ขยายยอดใช้จ่ายสูงสุดที่จะนำมาคำนวณสิทธิ e-Voucher ต่อวัน จากเดิม 5 พันบาทต่อคนต่อวัน เป็น 1 หมื่นบาทต่อคนต่อวัน 

 5. "ยิ่งใช้ยิ่งได้" ใช้อย่างไรให้คุ้ม ?

โครงการ "ยิ่งใช้ยิ่งได้" จะให้สูงสุด e-Voucher 7,000 บาทต่อคน ซึ่งแต่ละคนจะได้รับ e-Voucher มากหรือน้อย ขึ้นอยู่กับจำนวนยอดใช้จ่าย

สำหรับผู้ที่ต้องการได้รับ e-Voucher เต็มจำนวน 7,000 บาท จะต้องมีการใช้จ่ายสูงสุดประมาณ 60,000 บาท โดยจะต้องใช้จ่ายเงินซื้อสินค้าและบริการก่อน หลังจากนั้นรัฐจึงจะคืนเงินให้ 10-15% ของค่าใช้จ่ายนั้นๆ โดยจะโอนเงินเข้าให้ใน G-Wallet ของแอพเป๋าตังทุกต้นเดือนถัดไป โดยเงินนี้จะไม่สามารถแลกออกมาเป็นเงินสดได้ แต่สามารถใช้จ่ายผ่านแอพฯ "เป๋าตัง" ได้