วันจันทร์ ที่ 2 มีนาคม 2569

Login
Login

‘ยิ่งใช้ยิ่งได้’ สรุปดียังไง? เช็คชัดๆ เหมาะกับใคร ใช้สิทธิยังไงให้คุ้ม

‘ยิ่งใช้ยิ่งได้’ สรุปดียังไง? เช็คชัดๆ เหมาะกับใคร ใช้สิทธิยังไงให้คุ้ม

เคลียร์ชัดๆ มาตรการ “ยิ่งใช้ยิ่งได้” คืออะไร มีข้อดีอย่างไร เหมาะกับใคร พร้อมเปิดขั้นตอนการลงทะเบียน และวิธีใช้สิทธิให้คุ้ม

หลังจากโครงการ “ยิ่งใช้ยิ่งได้” เปิดให้ลงทะเบียนรับสิทธิ ตั้งแต่วันที่ 21 มิ.ย. 64 ที่ผ่านมา โดยเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการทั้งสิ้น 4 ล้านสิทธิ ผ่านมาวันเศษ ดูเหมือนว่า ยอดการสมัคร "ลงทะเบียนยิ่งใช้ยิ่งได้" จะไม่คึกคักเท่าไร โดย ณ เวลา 18.00 น. ของวันที่ 22 มิ.ย.64 มีผู้สมัครใช้สิทธิเพียง 3 แสนเศษ ยังเหลือสิทธิอีกมากถึง 3.6 ล้านสิทธิ

ขณะที่โครงการ “คนละครึ่ง” ซึ่งเปิดให้ลงทะเบียนทั้งสิ้น 31 ล้านสิทธิ ก็ยังไม่เต็มเช่นกัน โดย ณ เวลาเดียวกันนี้ เหลือสิทธิอีกราว 2.8 ล้านสิทธิ 

เชื่อว่า น่าจะมีหลายคนที่ยังตัดสินใจไม่ได้ว่า จะลงทะเบียนร่วมโครงการ “ยิ่งใช้ยิ่งได้” ดีไหม หรือจะลง “คนละครึ่ง” ดี? เพราะจะสิ้นสุดการให้เปลี่ยนโครงการได้ถึงวันที่ 28 มิ.ย.

“กรุงเทพธุรกิจออนไลน์” เลยจะขอสรุป ทำความเข้าใจกันอีกครั้ง ว่า ที่จริงแล้ว..โครงการ "ยิ่งใช้ยิ่งได้" คืออะไร มีข้อดีที่ตรงไหน เหมือนชิมช้อปใช้ เมื่อปีที่แล้วหรือไม่ และที่สำคัญ คือ “เหมาะกับใคร” 

  

  •  "ยิ่งใช้ยิ่งได้" คือ อะไร ?

“ยิ่งใช้ยิ่งได้” คือ มาตรการเยียวยาโควิด-19 จากภาครัฐ โดยมุ่งเน้นกระตุ้นเศรษฐกิจ ผ่านการใช้จ่ายค่าสินค้าหรือบริการ เช่น ค่าอาหาร เครื่องดื่ม สินค้าทั่วไป ค่าบริการนวด สปา ทำผมทำเล็บ (ไม่รวมถึงสลากกินแบ่ง เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ยาสูบ บัตรกำนัล (gift voucher) บัตรเงินสด (gift card) และสินค้าหรือบริการที่เป็นการชำระค่าสินค้าหรือบริการล่วงหน้า) ผ่านกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์โดยภาครัฐ (g-Wallet) บนแอพพลิเคชัน “เป๋าตัง” ระหว่างวันที่ 1 กรกฎาคม – 30 กันยายน 2564  กับผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มที่ติดตั้งแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” ที่เข้าร่วมโครงการ โดยจะได้รับวงเงินสนับสนุนในรูปของบัตรกำนัลอิเล็กทรอนิกส์ (e-Voucher) 

ทั้งนี้ วงเงินใช้จ่ายที่จะนำมาคำนวณสิทธิ e-Voucher ไม่เกิน 60,000 บาทต่อคน ยอดใช้จ่ายที่นำมาคำนวณสิทธิต้องไม่เกิน 5,000 บาทต่อคนต่อวัน และจะได้รับสิทธิ e- Voucher สะสมสูงสุดไม่เกิน 7,000 บาทต่อคน ตลอดระยะเวลาโครงการ 

   

  • คุณสมบัติผู้มีสิทธิเข้าร่วมโครงการ

เงื่อนไขการเข้าร่วมโครงการสำหรับประชาชน มีดังนี้ 

- เป็นบุคคลสัญชาติไทย มีบัตรประจำตัวประชาชน
- มีอายุตั้งแต่ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ณ วันที่ลงทะเบียน
- สามารถเปลี่ยนแปลงโครงการได้ 1 ครั้งผ่านแอปฯ เป๋าตัง ภายในวันที่ 28 มิ.ย. 64
- เริ่มลงทะเบียนได้วันที่ 21 มิ.ย. 64 เป็นต้นไป ตั้งแต่เวลา 6:00-22:00 น.
- ประชาชนใช้สิทธิตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. 64 ถึง 31 ธ.ค. 64 เวลา 6:00-23:00 น.
- ไม่เป็นผู้ได้รับสิทธิโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
- ไม่เป็นผู้ได้รับสิทธิโครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ
(ผ่านบัตรประชาชน)
- ไม่เป็นผู้ได้รับสิทธิโครงการคนละครึ่งเฟส3

   

  • สิทธิประโยชน์การใช้จ่าย 

โครงการนี้ภาครัฐจะสนับสนุน E-Voucher ให้ผู้ได้รับสิทธิโครงการ โดยการให้เป็น "เงินคืน" (Cash back) หมายความว่า ผู้ใช้สิทธิจะต้องจ่ายเงินตัวเองเพื่อซื้อสินค้าก่อน แล้วหลังจากนั้นจึงจะได้เงินคืนในรูปแบบ e-Voucher ทีหลัง  ในมูลค่าที่ลดหลั่นตามยอดการใช้จ่าย ดังนี้ 

- ยอดใช้จ่ายจริงตั้งแต่ 1-40,000 บาทแรก ได้รับ e-Voucher ร้อยละ 10 ของยอดใช้จ่าย แต่ไม่เกิน 4,000 บาทต่อคน

- ยอดใช้จ่ายจริงตั้งแต่ 40,001-60,000 บาท ได้รับ e-Voucher ร้อยละ 15 ของยอดใช้จ่าย แต่ไม่เกิน 3,000 บาทต่อคน 

ซึ่งสิทธิ e-Voucher จะคืนเป็นวงเงินใน g-Wallet ทุกวันที่ 7 ของเดือนถัดไปโดยสามารถใช้จ่ายด้วย e -Voucher ได้ตั้งแต่เดือนสิงหาคม- 31 ธันวาคม 2564 ทั้งนี้ e -Voucher “โครงการยิ่งใช้ยิ่งได้” ไม่สามารถแลกเป็นเงินสดได้

  

  • "ยิ่งใช้ยิ่งได้" ซื้ออะไรได้-ไม่ได้บ้าง?

ผู้ที่ได้รับสิทธิยิ่งใช้ยิ่งได้ สามารถนำวงเงินสิทธิไปซื้อสินค้าและบริการต่างๆ ได้แก่

  • ค่าอาหาร-เครื่องดื่ม สินค้าทั่วไป
  • ชำระค่าบริการได้ เช่น ร้านนวด-สปา ทำผม ทำเล็บ เป็นต้น 
  • ยกเว้น ไม่สามารถใช้ซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาล เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หรือยาสูบ 

ทั้งนี้ E-Voucher ที่จะได้รับ คือ เป็นวงเงินใช้สิทธิ ซึ่งจะคืนให้ผ่าน G-Wallet อย่างแอพพลิเคชั่น "เป๋าตัง" ทุกต้นเดือนถัดไป โดยไม่สามารถแลกเป็นเงินสดได้ และต้องใช้จ่ายผ่าน "เป๋าตัง" เท่านั้น

   

  • "ยิ่งใช้ยิ่งได้" ใช้อย่างไรให้คุ้ม

สำหรับผู้ที่ต้องการได้ e-Voucher ของโครงการ "ยิ่งใช้ยิ่งได้" เต็มจำนวน 7,000 บาทนั้น จะต้องมีการใช้จ่ายสูงสุดประมาณ 60,000 บาท โดยจะต้องใช้จ่ายเงินซื้อสินค้าและบริการก่อน หลังจากนั้นรัฐจึงจะคืนเงินให้ 10-15% ของค่าใช้จ่ายนั้นๆ โดยจะโอนเงินเข้าให้ใน G-Wallet ของแอพเป๋าตังทุกต้นเดือนถัดไป โดยเงินนี้จะไม่สามารถแลกออกมาเป็นเงินสดได้ แต่สามารถใช้จ่ายผ่านแอพฯ "เป๋าตัง" ได้

162436180149

  

  • "ยิ่งใช้ยิ่งได้" Vs "คนละครึ่ง" เลือกแบบไหนดี ?

มาถึงคำถามสำคัญ ว่า แล้วตกลงจะเลือกแบบไหนดี ระหว่าง "ยิ่งใช้ยิ่งได้" และ "คนละครึ่ง" นั้น สรุปก็คือไม่มีมาตรการไหนที่ดีกว่า มีแต่มาตรการที่เหมาะสมกับเรามากกว่า โดยจากการเปรียบเทียบรายละเอียดของโครงการ สรุปได้ดังนี้

ยิ่งใช้ยิ่งได้ :  เน้นให้สิทธิพิเศษสำหรับผู้ที่ใช้จ่ายผ่านผู้ให้บริการที่จดทะเบียน VAT ซึ่งจะเป็นผู้ให้บริการรายใหญ่ และให้แคชแบ็คสำหรับคนที่มีการใช้จ่ายที่สูง ดังนั้นมาตรการนี้จึงเหมาะกับคนที่มีกำลังซื้อสูง เพราะใช้จ่ายทั้งสินค้าและบริการสูงจึงจะได้สิทธิประโยชน์จากมาตรการนี้

ดังนั้น ใครก็ตามที่มีการใช้จ่ายสูงในระดับที่โครงการกำหนดอยู่แล้ว เหมาะกับการเลือกรับสิทธิประโยชน์นี้เพื่อรับ e-Voucher ไปจับจ่ายต่อ 

คนละครึ่งเฟส3 :   ลักษณะการจ่ายเงินของคนละครึ่งเฟส3 ให้สิทธิใช้จ่ายเงินรวม 3,000 บาท แต่ไม่เกินวันละ 150 บาท จึงเหมาะกับคนที่ไม่ได้ใช้จ่ายสูง ซึ่งจะได้รับวงเงินช่วยลดค่าใช้จ่าย 50% ในทุกๆ วันเพื่อลดภาระค่าครองชีพจึงเหมาะกับมาตรการนี้มากกว่า

ทั้งนี้ สำหรับผู้ที่ต้องการเปลี่ยนสิทธิที่ได้รับ สามารถทำได้ผ่านแอพฯ "เป๋าตัง" จนถึงวันที่ 28 มิ.ย. 64 โดยสามารถอ่านรายละเอียดได้ที่ > เลือกรับสิทธิ 'คนละครึ่งเฟส 3' แทน 'ยิ่งใช้ยิ่งได้' ทำอย่างไร ?