วันเสาร์ ที่ 18 เมษายน 2569

Login
Login

'สมุนไพร' ช่วยต้าน 'โควิด 19' ทางรอดของเศรษฐกิจไทย

'สมุนไพร' ช่วยต้าน 'โควิด 19' ทางรอดของเศรษฐกิจไทย

'สมุนไพร'ได้รับความนิยมอย่างมากในช่วง'โควิด 19' ทำให้'ตลาดสมุนไพร'มีอัตราการเติบโตมากขึ้น แล้วแนวโน้มเป็นเช่นไร ยังมีข้อจำกัดอะไรบ้าง

วิกฤต 'โควิด 19' กลายเป็นโอกาสของสมุนไพรไทยหลายๆ ตัว ไม่ว่าจะเป็น 'ฟ้าทะลายโจร' 'กระชาย' เนื่องจากพบว่ามีฤทธิ์ต้านโคโรน่าไวรัสซึ่งเป็นกลุ่มที่ทำให้เกิดโรค 'โควิด 19' ได้ดี โดยเฉพาะฟ้าทะลายโจรเป็นหนึ่งในบัญชียาหลักแห่งชาติด้าน 'สมุนไพร' รักษาโรค'โควิด 19' 

รวมถึงเทรนด์รักสุขภาพคนรุ่นใหม่นิยมใช้'สมุนไพร'ประกอบกับนโยบายส่งเสริมการใช้'สมุนไพร'ของรัฐบาล เช่น ส่งเสริมให้โรงพยาบาล สถานพยาบาลใช้'สมุนไพร'ทดแทนการนำเข้ายาแผนปัจจุบัน และนำ'สมุนไพร'มาใช้ในอุตสาหกรรมเครื่องสำอาง 79 -80 % อาหารเสริม 18-20 % และยารักษาโรค 4-5 % โดยพืช'สมุนไพร'ที่ได้รับความนิยม ได้แก่ ไพล ใบบัวบก กระชายดำ ขมิ้นชัน

  • 'ตลาดสมุนไพร'ไทย เติบโตในช่วง 'โควิด 19'10.3%

ตลาดสมุนไพร เป็นตลาดที่มีการเติบโตในช่วงโควิด 19 สวนกระแสกับตลาดหรืออุตสาหกรรมอื่นๆ ที่ซบเซาลงโดยข้อมูลจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ระบุว่า แนวโน้มการบริโภค'สมุนไพร'และ 'ผลิตภัณฑ์สมุนไพร'ในไทยตั้งแต่ปี2560 - 2563 มีอัตราการเติบโตประมาณ 10% ต่อปี  เนื่องจากจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค 'โควิด 19'ผลให้ประชาชนหันมาใส่ใจดูแลเรื่องสุขภาพมากขึ้น โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่  โดยมูลค่าของ'ผลิตภัณฑ์สมุนไพร'ภายในประเทศ มีอัตราการเติบโตเฉลี่ย 10.3% ภายหลังประกาศใช้แผนแม่บทแห่งชาติ ว่าด้วยการพัฒนา'สมุนไพรไทย'ฉบับที่ 1 ..2560 - 2564  กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ในปี 2563 ระบุว่ามูลค่าทางการ 'ตลาดสมุนไพร'ในประเทศสูงถึง 1.8 แสนล้านบาท

162398129588

ขณะที่ประเทศจีน มีอัตราการเติบโตเฉลี่ย 5.06% ญี่ปุ่น 0.85% และเกาหลีใต้ 5.43% ขณะที่ในตลาดโลกพบว่ามีมูลค่าการบริโภค 'สมุนไพร'มีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นเช่นกัน

ตลาดโลกสูงถึง 3 ล้านล้านบาท โดยประเทศไทยมีการส่งออก 'สมุนไพรไทย' อยู่ในหลักแสนล้านบาท แบ่งเป็นส่งออกกลุ่มอาหารเสริมกว่า 80,000 ล้านบาท กลุ่มสปาและผลิตภัณฑ์มีมูลค่าประมาณ 10,000 ล้านบาท และกลุ่มยาแผนโบราณตามภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยมีมูลค่าประมาณ 10,000 ล้านบาท

  • ‘ตลาดสมุนไพร’ไทยเป็นเศรษฐกิจหลัก ทางรอดของเศรษฐกิจไทย

รศ.ภก.สุรกิจ นาฑีสุวรรณ คณบดีคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่าการแพร่ระบาดของโควิด 19 ส่งผลให้ตลาดสมุนไพรมีการเติบโตสูงมากขึ้นไปในปี 2564 นี้ เพราะมี'สมุนไพร'หลาย ตัวสามารถช่วยต้านไวรัสได้ ทำให้ผู้คนหันมาสนใจสินค้าและผลิตภัณฑ์จากสมุนไพรมากขึ้น อีกทั้ง'สมุนไพร'เองเป็นผลิตภัณฑ์ที่ปลอดภัย เพราะมาจากธรรมชาติ จากแหล่งผลิตที่ได้มาตรฐาน ทุกคนรู้สึกเชื่อมั่นในการใช้สินค้าและผลิตภัณฑ์จาก'สมุนไพร'มากขึ้น

ขณะเดียวกันภาครัฐมีการนโยบายส่งเสริมผ่านแผนแม่บทว่าด้วยการพัฒนา 'สมุนไพรไทย'ปี 2560-2564 ที่จะสนับสนุนดูแลด้านการตลาด ส่งเสริม'สมุนไพร'Product Champion ไพล กระชายดำ ขมิ้นชัน และใบบัวบก รวมถึง 'ฟ้าทะลายโจร' ตั้งแต่กระบวนการปลูก'สมุนไพร'ตั้งต้น และ'สมุนไพร'สำคัญของโลก

162398132139

การมีนโยบายส่งเสริมที่ชัดเจน มีกฎหมายทำให้เกิดประโยชน์ต่อ 'ตลาดสมุนไพร' ผู้ประกอบการกล้าลงทุน สร้างผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับ'สมุนไพร'โดยเฉพาะในกลุ่มของ'สมุนไพร'ป้องกันโรคในรูปแบบของยา เครื่องสำอาง สปา และอาหารเสริมต่างๆ เพราะมีตลาดรองรับชัดเจน

ประเทศไทยมีการส่งออกวัตถุดิบ ทั้งพืช'สมุนไพร'สด แห้ง และสารสกัด และ 'ผลิตภัณฑ์สมุนไพร' ทั้งในรูปยา เครื่องสำอางสปา และ เสริมอาหาร ระหว่างเดือนมกราคม-กรกฎาคม 2563 แบ่งเป็น'สมุนไพร' ประมาณ 324.2 ล้านบาท สารสกัดจาก'สมุนไพร'184.8 ล้านบาท เครื่องเทศและ'สมุนไพร'2,837.2 ล้านบาท เครื่องสำอางเครื่องหอมและสบู่ 40,070.5 ล้านบาท เครื่องสำอางสบู่และผลิตภัณฑ์รักษาผิว 52,218.7 ล้านบาท

162398084745

ขณะที่มีพื้นที่การผลิต 45,990 ไร่ ปริมาณผลผลิตรวม 114,975 ตัน การผลิตพืชสมุนไพรที่เพิ่มขึ้นสาธิต ปิตุเตชะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข คณะกรรมการนโยบายสมุนไพรแห่งชาติ ครั้งที่ 1/2563 ได้มีมติเห็นชอบมาตรการส่งเสริมผู้ประกอบการ'สมุนไพร'ให้'สมุนไพร'เป็น Product Champions อีกทั้ง มีการยกระดับเมือง 'สมุนไพร'ทั้ง14 แห่งทั่วประเทศ ให้มีความเข้มแข็ง แบ่งเป็น 3 กลุ่ม คือ

1.กลุ่มการเกษตรวัตถุดิบ'สมุนไพร'ประกอบด้วย จังหวัดอำนาจเจริญ, สุรินทร์, มหาสารคาม, อุทัยธานี, สกลนคร

2.กลุ่มอุตสาหกรรม'สมุนไพร'ประกอบด้วย จังหวัด นครปฐม, สระบุรี, ปราจีนบุรี, จันทบุรี

3.กลุ่มการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและความงามประกอบด้วยเชียงราย, พิษณุโลก, อุดรธานี, สุราษฎร์ธานี, สงขลา

“‘ตลาดสมุนไพรไทยเป็นเศรษฐกิจหลัก ทางรอดของเศรษฐกิจไทย เพราะเป็นเศรษฐกิจที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานวัตถุดิบที่ประเทศมีอยู่แล้ว และเป็นมรดกทางภูมิปัญญาของคนไทย อีกทั้ง สรรพคุณของสมุนไพรในการป้องกันไวรัส ทำให้สมุนไพรไทยได้รับความนิยมทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศอย่างมาก ช่วยเพิ่มมูลค่าทางตลาด การส่งออกได้มากขึ้นรศ.ภก.สุรกิจ กล่าว

ดังนั้น ผู้ปลูกหรือเกษตรกร และ ผู้ประกอบการ รวมถึงนักวิจัย นักเภสัชศาสตร์ ผู้คิดค้นสูตร และผู้ขายผลิตภัณฑ์จากสมุนไพรนอกจากมองเรื่องของตลาดแล้ว ยังต้องรักษามาตรฐานของสมุนไพรด้วย ต้องสร้างความเชื่อมั่นแก่ 'ผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทย' และภาครัฐควรส่งเสริมผู้ประกอบการผลิตผลิตภัณฑ์สมุนไพรคุณภาพ ส่งเสริมเทคโนโลยีขั้นสูง เชื่อว่า'ตลาดสมุนไพร'จะช่วยให้เศรษฐกิจไทยผ่านพ้นวิกฤตไปได้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:ควรมีติดบ้าน!! 'สมุนไพร' ตัวเด็ด 'เสริมภูมิคุ้มกัน' ต้านไวรัส

                  'ฟ้าทะลายโจร-กระชาย' สมุนไพรไทยสู้ 'โควิด 19'

                  คนรุ่นใหม่ใช้ผลิตภัณฑ์สมุนไพรดูแลสุขภาพมากขึ้น

                  

  • แนะ'สมุนไพร'ต้องมีเทคโนโลยีขั้นสูงและงานวิจัย

พืช'สมุนไพร'ที่รู้จักสรรพคุณและนำมาใช้ประโยชน์ มีประมาณ 1,800 ชนิด และมี 300 ชนิด ที่เป็นวัตถุดิบ'สมุนไพร'ที่หมุนเวียนในท้องตลาดซึ่งมีความต้องการ โดยเฉพาะ 4 'สมุนไพรแชมเปี้ยน' ไพล ใบบัวบก กระชายดำ ขมิ้นชัน ขณะที่ 'ฟ้าทะลายโจร' ขิง และ'สมุนไพร'อื่นๆ ที่ช่วยเพิ่มภูมิต้านทาน หรือช่วยป้องกันโรคไวรัสต่างๆมีความต้องการสูงมาก

ทั้งนี้ ศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ได้รับมอบหมายจาก สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) จัดทำศึกษา โครงการวิเคราะห์และประเมินมูลค่าทางการตลาดของผลิตภัณฑ์สมุนไพรในประเทศไทย ระหว่างปีพ..2560-2564 โดยพื้นที่การศึกษา คือ เมืองสมุนไพร 14 จังหวัด และกรุงเทพมหานคร ซึ่งมีสินค้า'สมุนไพร'เป้าหมาย 12 ชนิด

162398134155

ผลการศึกษาพบว่า จังหวัดที่มีบทบาทในการขับเคลื่อนมูลค่าทางการ'ตลาดสมุนไพร'ตั้งแต่วัตถุดิบจนถึงแปรรูปขั้นต้น คือ จังหวัดสงขลา นครปฐม และสุราษฎร์ธานี โดยมูลค่าทางการตลาดสมุนไพรปลายน้ำหรือระดับอุตสาหกรรมได้แก่ ยา'สมุนไพร'เครื่องสำอางผสม 'สมุนไพร' และผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร กระจุกตัวอยู่ในกรุงเทพฯ (สัดส่วนเครื่องสำอางผสมสมุนไพรร้อยละ 38.5 ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารร้อยละ 32.6 และยาสมุนไพรร้อยละ 28.8)ในขั้นแปรรูปขั้นต้นในจังหวัดส่วนใหญ่จะเป็นการแปรรูปโดยกลุ่มวิสาหกิจชุมชน

อย่างไรก็ตาม ไทยยังมีข้อจำกัดในเรื่องของเงินลงทุนและเทคโนโลยีในการผลิต รวมไปถึงยังขาดความรู้ทางด้านกฎ ระเบียบ การขอขึ้นทะเบียนฉลาก สรรพคุณของ อย. การเพาะปลูกที่ไม่ได้มาตรฐาน ขาดความรู้ในกระบวนการแปรรูปขั้นต้นที่มีประสิทธิภาพ ขาดความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องในขั้นตอนการขอใบรับรองต่าง และปัญหาในการเข้าถึงตลาดเป้าหมายและขาดตลาดรองรับ 

162398135748

ดร.อัทธ์ พิศาลวานิช ผอ.ศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศ .หอการค้าไทย  กล่าวว่าประเทศไทยได้เปรียบในด้านวัตถุดิบที่มีทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์มีความหลากหลายทางชีวภาพ เอื้อให้มีวัตถุดิบหลากหลายสามารถผลิตและสกัดสารสำคัญจาก 'สมุนไพรไทย' เพื่อใช้ในผลิตภัณฑ์เสริมอาหารได้ตรงตามความต้องการ แต่ไม่เพียงพอยังต้องนำเข้า'สมุนไพร'ส่วนใหญ่เป็นการนำเข้าในรูปวัตถุดิบและสารสกัดเพื่อนำมาใช้เป็นวัตถุดิบ ซึ่งประเทศไทยยังคงมีโอกาสที่จะไปได้อีกไกลหากมีการพัฒนาแหล่งวัตถุดิบที่หลากหลายสู่การวิจัยและพัฒนาสู่เชิงพาณิชย์