พาณิชย์ ปลดล็อคตู้สินค้าขาด นำเรือ 400 เมตรเข้าเทียบท่าแหลมฉบังได้แล้ว

พาณิชย์ ปลดล็อคตู้สินค้าขาด นำเรือ 400 เมตรเข้าเทียบท่าแหลมฉบังได้แล้ว
5 พฤษภาคม 2564
426

พาณิชย์ คืบหน้าแก้ปัญหาตู้คอนเทนเนอร์ขาด เผย เรือขนาด 400 เมตรเข้าเทียบท่าที่แหลมฉบังขนตู้คอนเทนเนอร์ 6,000 ทีอียู   เตรียมส่งออกสินค้าไทย 1.2 แสนตันไปจีนและสหรัฐ ตั้งเป้าขนเพิ่มอีก 3 เที่ยวถัดจากนี้

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ทางกระทรวงพาณิชย์ได้ร่วมมือกับกระทรวงคมนาคมและภาคเอกชนในการแก้ไขปัญหาตู้คอนเทนเนอร์ที่ใช้ในการส่งออกขาดแคลน ซึ่งขณะนี้ ขณะนี้สถานการณ์เริ่มคลี่คลายขึ้นแล้ว  โดยเฉพาะปัญหาที่ภาคเอกชนต้องการให้มีการปลดล็อคให้เรือขนาด 400 เมตรเข้ามาเทียบท่าที่แหลมฉบังได้ เพื่อสามารถนำตู้คอนเทนเนอร์เข้ามาส่งออกสินค้าคราวละมากๆ โดยเรือขนาด 400 เมตร สามารถรับสินค้าส่งออกของไทยไปยังปลายทางได้เลยไม่ต้องไปถ่ายลงเรือเล็กที่สิงคโปร์อีกทอดหนึ่ง ปกติถ้าใช้เรือเล็กขนของที่แหลมฉบังจะต้องไปถ่ายสินค้าที่สิงคโปร์ต้นทุนจะเพิ่มขึ้นหลายทอด ถ้าใช้เรือขนาดใหญ่จะสามารถออกจากแหลมฉบังตรงไปยังปลายทางได้ทันที

162019321751

วันนี้ (5 พ.ค.63) จะเป็นวันแรกที่จะมีเรือขนาด 399 เมตร มาเทียบท่าที่แหลมฉบังโดยจะมาเทียบท่าที่ท่า D1 เป็เรือนเรือของบริษัทเมอร์ก โดยเรือลำนี้มาจากสหภาพยุโรป สิงคโปร์ แล้วก็มาไทยจากนั้นจะไปปลายทางที่จีนและสหรัฐอเมริกา โดยขนตู้เปล่ามาประมาณ 6,000 ทีอียู ซึ่งสามารถช่วยส่งสินค้าออกให้กับประเทศไทยในภาพรวมได้ประมาณ 120,000 ตัน คิดเป็นมูลค่า 12,000 ล้านบาท โดยจะขนสินค้าไทยออกไปในวันที่ 8 พ.ค. 2564 สินค้าที่ส่งออกประกอบด้วย ข้าว อาหารกระป๋อง ผลิตภัณฑ์พลาสติก ผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ และชิ้นส่วนยานยนต์ เป็นต้น ถือว่าเป็นภาพความสำเร็จที่เป็นรูปธรรมในการร่วมมือกันแก้ไขปัญหา ระหว่างกระทรวงพาณิชย์กับภาคเอกชน หลังจากนี้จะมีเรือมาเทียบท่าอีก 3 ลำ วันที่ 21 พ.ค. 2564 เป็นเรือ MSC ขนาด 399 เมตร วันที่ 2 มิ.ย. 2564 เรือ MSC 395 เมตร และวันที่ 19 มิ.ย. 2564 เรือ MSC ขนาด 398 เมตร จะช่วยคลี่คลายเรื่องตู้คอนเทนเนอร์ขาดแคลนได้

 

ทั้งนี้ สาเหตุหลักสำคัญที่ตู้คอนเทนเนอร์ขาดแคลนเพราะเป็นเรื่องที่ขาดแคลนไปทั่วโลก และประเทศไทยเรามีการส่งออกมากกว่าการนำเข้าเยอะ จึงมีแต่ตู้ออกไปต่างประเทศแต่ตู้ที่กลับมามีน้อยกว่า อย่างไรก็ตามในการร่วมมือกันฝ่ายแก้ไขปัญหา ช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้นลดภาระให้ภาคเอกชนมากขึ้น เช่น ช่วงเดือนม.ค.-มี.ค. มีการช่วยเหลือผู้ประกอบการส่งออกลดภาระค่าบริการหน้าท่าลง 1,000 บาทต่อตู้ ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายและต้นทุนของผู้เช่าออกไปได้

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง