ดีอีเอสชี้ไตรมาสแรกเจอ "เฟคนิวส์" ทะลุ 50 ล้านข้อความ

ดีอีเอสชี้ไตรมาสแรกเจอ
20 เมษายน 2564 | โดย ปานฉัตร สินสุข
83

ดีอีเอส เปิดสถิติข่าวปลอม 3 เดือนแรกปี 64 ทะลุ 50 ล้านข้อความ พิษโควิดเป็นปัจจัยหนึ่งที่ดันตัวเลขข่าวปลอมเพิ่ม ขณะที่ปีก่อนพบมือโพสต์ที่เข้าข่ายทำผิดกฎหมายกว่า 2,000 คน

นางสาวอัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ปฏิบัติหน้าที่ ผู้อำนวยการศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม กล่าวว่า จากการรับแจ้งเบาะแส และติดตามการสนทนาบนโลกออนไลน์เกี่ยวกับข่าวปลอม ช่วงระยะเวลา 3 เดือนแรกของปี 2564 พบว่า มีข้อความข่าวที่ต้องคัดกรองจำนวนกว่า 50 ล้านข้อความ ข้อความข่าวที่เข้าเกณฑ์ดำเนินการตรวจสอบ 4,649 ข้อความ โดยหลังจากคัดกรองพบข้อความข่าวที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 2,194 เรื่อง (ข้อมูล ณ วันที่ 31 มี.ค. 64)

สำหรับภาพรวมการดำเนินงานของศูนย์ฯ ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย. 62 - 31 มี.ค. 64 พบข้อความข่าวที่ต้องคัดกรองทั้งสิ้นกว่า 94 ล้านข้อความ โดยมีข้อความข่าวที่เข้าเกณฑ์ดำเนินการตรวจสอบ 28,717ข้อความ และหลังจากคัดกรองพบข้อความข่าวที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ 9,775 เรื่อง ในจำนวนนี้หมวดสุขภาพ ยังมีสัดส่วนมากสุด 5,301 เรื่องคิดเป็น 54% อันดับรองลงมา ได้แก่ หมวดนโยบายรัฐ 4,000 เรื่อง คิดเป็น 41% หมวดเศรษฐกิจ 300 เรื่อง คิดเป็น 3% และหมวดภัยพิบัติ 174 เรื่อง คิดเป็น 2% โดยข่าวที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 9,755 เรื่อง ได้ทำการตรวจสอบเรียบร้อยแล้ว 5,207 เรื่อง แบ่งเป็นข่าวปลอม 2,418 เรื่อง ข่าวจริง 1,946 เรื่อง ข่าวบิดเบือนจำนวน 378 เรื่อง

ในด้านการดำเนินการทางกฎหมายนั้น กระทรวงดิจิทัลฯ และศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้มีการประสานร่วมกับ ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.) โดยจากผลการตรวจสอบที่พบว่าเป็นข่าวปลอม และข่าวบิดเบือน ตั้งแต่มีการจัดตั้งศูนย์ฯ ถึงสิ้นไตรมาสแรกปีนี้(วันที่ 1 พ.ย. 62 – 31 มี.ค. 64) พบจำนวนคนที่เข้าข่ายกระทำความผิดตามกระบวนการทางกฎหมาย 2,276 คน

ขณะที่ ผลการดำเนินงานเกี่ยวกับข่าวปลอมที่เกาะกระแสไวรัสโควิด - 19 ทั้งสองระลอก รวบรวมข้อมูลระหว่างวันที่ 25 ม.ค. 63 – 31 มี.ค. 64) มีจำนวนข้อความที่เกี่ยวข้องกว่า 57 ล้านข้อความ โดยหลังจากคัดกรองพบข่าวที่เข้าหลักเกณฑ์ 5,079 ข้อความ ข่าวที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ 2,334 เรื่อง แบ่งเป็น อันดับ 1 คือ หมวดหมู่สุขภาพ 1,589 เรื่อง คิดเป็น 68% ตามมาด้วย หมวดหมู่นโยบายรัฐ 621 เรื่อง คิดเป็น 27% หมวดหมู่เศรษฐกิจ 124 เรื่องคิดเป็น 5% ตามลำดับ ในส่วนของหมวดหมู่ภัยพิบัติไม่พบเรื่องที่เข้าข่าย

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง