อัพเดท 'เราชนะ' คลังชี้มีผู้ใช้สิทธิ 32.8 ล้านคน เกิดเงินหมุมเวียน 1.93 แสนล้าน

อัพเดท 'เราชนะ' คลังชี้มีผู้ใช้สิทธิ 32.8 ล้านคน เกิดเงินหมุมเวียน 1.93 แสนล้าน
10 เมษายน 2564
26,492

อัพเดท "เราชนะ" คลังชี้มีผู้ใช้สิทธิ 32.8 ล้านคน เกิดเงินหมุมเวียน 1.93 แสนล้าน

นางสาวกุลยา  ตันติเตมิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า สำหรับประชาชนกลุ่มผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ (กลุ่มผู้ไม่มีสมาร์ทโฟน) ที่ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการเราชนะ ระหว่างวันที่ 8 - 26 มีนาคม 2564 และตรวจสอบสถานะแล้ว พบว่าผ่านเกณฑ์

การคัดกรองคุณสมบัติ จะสามารถใช้จ่ายวงเงินสิทธิผ่านบัตรประจำตัวประชาชน โดยยืนยันตัวตนด้วยใบหน้า (Facial Recognition) ซึ่งจะสามารถใช้จ่ายได้ตั้งแต่วันที่ 22 เมษายน 2564 เป็นต้นไป ทั้งนี้ประชาชนกลุ่มดังกล่าวจะได้รับวงเงินสิทธิจำนวน 7,000 บาท และสามารถใช้จ่ายวงเงินสิทธิผ่านผู้ประกอบการร้านค้าหรือผู้ให้บริการที่เข้าร่วมโครงการฯ ได้ถึงวันที่ 31 พฤษภาคม 2564

161802626482

โฆษกกระทรวงการคลังได้แถลงเพิ่มเติมถึงความคืบหน้าของโครงการ  วันที่ 9 เมษายน 2564 ดังนี้

1) ประชาชนกลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จำนวน 13.7 ล้านคน ได้มีการใช้จ่ายตั้งแต่วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2564 เป็นต้นมา จำนวน 72,289 ล้านบาท

2) ประชาชนกลุ่มที่อยู่ในระบบฐานข้อมูลของแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ในโครงการเราเที่ยวด้วยกันและคนละครึ่ง และกลุ่มประชาชนทั่วไปที่ลงทะเบียนทางเว็บไซต์ www.เราชนะ.com ที่ผ่านการคัดกรองคุณสมบัติเบื้องต้นและยืนยันการใช้สิทธิ์ร่วมโครงการฯ แล้ว จำนวน 16.8 ล้านคน และมีการใช้จ่ายวงเงินสิทธิ์สะสมตั้งแต่วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2564 เป็นต้นมา จำนวน 109,289 ล้านบาท

3) ประชาชนกลุ่มผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษที่ผ่านการคัดกรองคุณสมบัติแล้ว จำนวน 2.3 ล้านคน มียอดใช้จ่ายวงเงินสิทธิ์สะสมตั้งแต่วันที่ 5 มีนาคม 2564 เป็นต้นมา จำนวน 12,036 ล้านบาท

ทั้งนี้มีผู้ได้รับสิทธิในโครงการแล้ว รวมทั้งสิ้นจำนวน 32.8 ล้านคน คิดเป็นมูลค่าการใช้จ่ายหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจไทยแล้วกว่า 193,614 ล้านบาท ซึ่งเป็นการใช้จ่ายผ่านผู้ประกอบการร้านธงฟ้าราคาประหยัดพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่นที่มีแอปพลิเคชันถุงเงินร้านค้าคนละครึ่งที่ตกลงยินยอมเข้าร่วมโครงการฯ รวมถึงผู้ประกอบการร้านค้าและผู้ให้บริการที่ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการฯ จำนวนทั้งสิ้นมากกว่า 1.3 ล้านกิจการ

อย่างไรก็ตามสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง โทร. 0 2273 9020 ต่อ 3423 3424 3425 3427 และ 3429 (เฉพาะวันและเวลาราชการ) หรือ Call Center ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) โทร. 0 2111 1122 ตลอด 24 ชั่วโมง

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง