เจ็บปวดมาเท่าไหร่กับค่า "ลอตเตอรี่" ในแต่ละงวดๆ ที่จ่ายไป เพราะหวังจะนั่งตำแหน่ง "เศรษฐีฟ้าผ่า" กับเขาสักครั้ง แต่เมื่อโชคไม่ค่อยเข้าข้าง มาสร้างพอร์ต "ลงทุน" เพื่อสร้างโอกาสมั่งคั่งสไตล์ของตัวเองใน "กองทุนรวม"
ไม่ว่าจะเรียก "ลอตเตอรี่" หรือ "สลากกินแบ่งรัฐบาล" หรือจะเคยปากว่า "หวย" ก็ตามแต่ มันต่างก็เป็นสิ่งที่ดึงเงินในกระเป๋า และทำให้คนไทยห่างจากสุขภาพการเงิน(ที่ควรจะดี)ไปมากที่สุด
เพราะเมื่อเทียบเงินที่จ่ายไป กับโอกาสโอกาสถูก "รางวัลที่1" เมื่อเทียบสัดส่วนกับจำนวน "สลากกินแบ่งรัฐบาล" ในแต่ละงวด มีโอกาสถูก 0.0001% รางวัลเลขท้าย 3 ตัว มีโอกาสถูก 0.4% และ รางวัลเลขท้าย 2 ตัว มีโอกาสถูก 1.0% หรือโอกาสที่จะได้รางวัลใดรางวัลหนึ่งรวมทุกรางวัลอยู่ที่ 1.4168%
แม้โชคจะทำให้ใครหลายๆ คนรวยแบบฟ้าผ่าให้เห็นมาบ้าง แต่คนส่วนใหญ่ไม่ได้เป็นแบบนั้น ในทางตรงกันข้ามจุดเปลี่ยนที่ทำให้หลายๆ คน "ไม่รวย" สักทีเพราะรอพึ่งดวงที่ไม่รู้ว่าจะมาเมื่อไรเพียงอย่างเดียว
แต่! ด้วยเงินจำนวนเดียวกันนี้ ไม่ว่าจะหลักสิบหรือหลักร้อยก็สามารถเปลี่ยนเป็นหลักล้านตามที่คาดหวังได้เช่นกัน หากใช้มันอย่างถูกที่ถูกทาง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง:
- 'ตรวจหวย' ไม่เคยถูก ลอง 'สลากออมสิน' และ 'สลากออมทรัพย์' ถูกกิน ก็ยังมีเงินเหลือเก็บ
- 'กองทุนรวม' ทางเลือกเก็บเงินไว้ใช้บน 'คาน'
- 'ประกันชีวิตออมทรัพย์' ต่างจากการออมเงินธรรมดาอย่างไร
- 'กอช.' กองทุนการออมแห่งชาติ ตัวช่วยสะสมเงินบำนาญของกลุ่ม 'อาชีพอิสระ'
"กรุงเทพธุรกิจออนไลน์" ชวนคนดวงไม่เข้าข้างมาสร้างพอร์ต "ลงทุน" เพื่อสร้างโอกาสมั่งคั่งสไตล์ของตัวเองใน "กองทุนรวม" ด้วยเงินค่า "ลอตเตอรี่" 80 บาท (ไม่รวมค่าบริการที่หลายๆ คนเคยเจอ)
- 80 บาท ซื้อกองทุนรวมได้ จริงหรือ?
เทคโนโลยีการลงทุนในปัจจุบันสามารถทำให้ทุกเข้าถึงความรู้เกี่ยวกับการลงทุนได้ง่ายขึ้น และสามารถใช้เงินจำนวนน้อยลงได้ด้วย สำหรับการลงทุนใน "กองทุนรวม" ที่เปิดให้สามารถซื้อกองทุนรวมได้แบบไม่มีขั้นต่ำ หรือเรียกง่ายๆ คือ เริ่มต้นลงทุนได้ตั้งแต่ "1 บาท" ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละกองทุน และผู้ให้บริการ
ซึ่งการลงทุนในกองทุนรวมสามารถทำได้ผ่าน บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) รวมถึง บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน (บลน.) ต่างๆ ที่เปิดให้บริการ
- ลงทุนใน "กองทุนรวม" ไปทำไม?
ปฏิเสธไม่ได้ว่าการซื้อหวย ซื้อลอตเตอรี่ หรือสลากกินแบ่งรัฐบาล คือการจ่ายเงินเพื่อลุ้นเป็นเศรษฐี ที่เริ่มต้นด้วยเงิน 80 บาทเป็นอย่างน้อย (ถ้าโชคดี ได้เจอผู้ค้าลอตเตอรี่ ขายสลากตามราคาจริง) แต่ก็มีไม่น้อย ที่ทุ่มทุนสร้าง ควักจ่ายเป็นชุดหลักหลายร้อย จนถึงหลายพันบาท แต่เมื่อคิวเศรษฐียังไม่มาถึงเราในงวดนี้ เงินที่จ่ายไปย่อมอันตรธานหายไปในพริบตา แต่หากนำเงินจำนวนเดียวกันมาลงทุนในกองทุนรวมแทน หรือแบ่งบางส่วนมาลงทุนบ้าง จะมีผลลัพธ์ที่แตกต่างกัน
- "ความเสี่ยง" เปรียบเทียบ "กองทุนรวม Vs ลอตเตอรี่"
กองทุนรวม: ขึ้นอยู่กับระดับความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนแต่ละคนรับได้ มีความเสี่ยงระดับ 1-7 และมีโอกาสขาดทุนทั้งหมด
ลอตเตอรี่: ความเสี่ยงสูงสุด มีโอกาสขาดทุนทั้งหมด กับถูกรางวัล
- "โอกาสได้รับผลตอบแทน" เปรียบเทียบ "กองทุนรวม Vs ลอตเตอรี่"
กองทุนรวม: ลงทุนระยะยาว มีโอกาสรับเฉลี่ย 2-12% ต่อปี ผลตอบแทนขึ้นอยู่กับจำนวนเงินที่ลงทุน และประเภทสินทรัพย์ที่ลงทุน
ลอตเตอรี่: มีโอกาสได้รางวัลใดรางวัลหนึ่งรวมอยู่ที่ 1.4168% และมีโอกาสถูกรางวัลที่หนึ่ง 0.0001% ต่องวด มูลค่า 6 ล้านบาทต่อลอตเตอรี่ 1 ใบ
- "การลุ้น" เปรียบเทียบ "กองทุนรวม Vs ลอตเตอรี่"
กองทุนรวม: ลุ้นว่าจะขาดทุนหรือได้กำลัง ซึ่งขึ้นอยู่กับสภาวะตลาด ลักษณะสินทรัพย์ ระยะเวลาในการลงทุน และปัจจัยต่างๆ ที่เข้ามากระทบ
ลอตเตอรี่: ลุ้นเต็มที่ มีแค่ "ถูก" กับ "ไม่ถูก"
- อยากเริ่มต้นลงทุน "กองทุนรวม" ต้องรู้อะไรบ้าง?
การลงทุนในกองทุนรวม คือการรวบรวมเงินทุนจากนักลงทุนทั่วไป เพื่อรวมเป็นเงินก้อนใหญ่ แล้วนำเงินที่รวบรวมนั้นไปกระจายลงทุนตามนโยบายการลงทุนที่ได้ตกลงเอาไว้ ภายใต้การบริหารจัดการของบริษัทจัดการกองทุนซึ่งมีหน้าที่ลงทุนแทนเราตามนโยบายของกองทุนที่เราเลือกตามความเสี่ยงที่ตัวเองสามารถรับได้
ซึ่งกองทุนแต่ละกองจะได้ผลตอบแทนแตกต่างกันไปตามความเสี่ยง ประเภทกองทุน และสภาวะตลาด โดยมีโอกาสได้รับผลตอบแทนตั้งแต่ 1-12% ต่อปีหรืออาจจะขาดทุน กองทุนรวม มีหลายประเภท หลายความเสี่ยง และเหมาะกับแต่ละคนแตกต่างกัน
"กองทุนรวม" มี 7 ประเภทหลัก ดังนี้
- "กองทุนรวม" แบบไหน เหมาะกับใครบ้าง
อย่างไรก็ตาม กองทุนรวม ก็ยังคงเป็นการลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลให้เข้าใจก่อนตัดสินใจลงทุน และวางแผนให้เหมาะสมกับตัวเอง เพื่อสร้างความมั่งคั่งได้ แบบไม่ต้องพึ่งดวงเพียงอย่างเดียว





