'ประกันชีวิตออมทรัพย์' ต่างจากการออมเงินธรรมดาอย่างไร

'ประกันชีวิตออมทรัพย์' ต่างจากการออมเงินธรรมดาอย่างไร

ทำประกันเพื่อเก็บเงินหรือเลือกออมเงินด้วยตัวเองต่างกันอย่างไร

"ประกันชีวิต" ไม่ใช่มีความสำคัญแค่เรื่องการประกันความเสี่ยงหรือ "ลดหย่อนภาษี" เท่านั้น แต่ยังมีประโยชน์อีกหลายประการ ซึ่งหนึ่งในนั้นคือประโยชน์ด้านการออมเงิน แต่ถึงเช่นนั้นสำหรับผู้ที่ยังตัดสินใจก็ยังมีคำถามอยู่ดีว่าแล้วการซื้อประกันเพื่อการออมทรัพย์ ต่างจากการออมเงินธรรมดาๆ อย่างไร?

  • ออมเงินธรรมดา มั่นคง ไร้ความเสี่ยง

การออมเงินธรรมดาคือการนำเงินไปฝากไว้ในธนาคาร ซึ่งต้องอาศัยวินัยในการออมในทุกๆเดือน

แน่นอนว่า ยิ่งเวลาผ่านไปนานเท่าใด เงินสะสมก็จะมากขึ้นมาเรื่อยๆ ทั้งเงินที่คุณฝากนั้นยังจะเพิ่มมากขึ้นตามอัตราดอกเบี้ยของธนาคารที่คุณไปฝาก ซึ่งสำหรับค่าเฉลี่ยอัตราดอกเบี้ยสำหรับเงินฝากส่วนใหญ่อยู่ที่ 1.3% - 1.5% ต่อปี

ดังนั้นยกตัวอย่างได้ว่า หากคุณออมเงินโดยการฝากธนาคารเดือนละ 1,000 บาท เมื่อครบ 12 เดือน หรือ 1 ปี เงินฝากทั้งหมดของคุณคือ 1000*12= 12,000 บาท รวมกับกับดอกเบี้ย 1.5% ของเงินต้นต่อปี คือ 180 บาท (1.5%*12,000) เท่ากับว่าคุณมีเงินฝากทั้งสิ้น 12,180 บาท ซึ่งจะว่าไปถึงเเม้เงินที่เพิ่มขึ้นมาจะน้อยนิด เเต่เงินที่คุณไปฝากหรือเรียกว่าเงินต้นยังอยู่ครบ เนื่องจากความเสี่ยงน้อย ผลตอบเเทนที่ได้รับก็น้อยตามไปด้วย

  • ประกันสะสมทรัพย์ ได้ความคุ้มครอง+เงินออม

ส่วนประกันสะสมทรัพย์ หลักการคือการสะสมเงินในทุกๆปี เช่น ปีละ 20,000 บาท เป็นเวลา 5-15 ปี ซึ่งในช่วงเวลานี้คุณไม่สามารถถอนออกก่อนวาระที่คุณได้ทำสัญญาไว้ แต่หากมีความจำเป็นที่จะต้องใช้เงินก่อนครบกำหนดสัญญา คุณจะได้มูลค่าเวนคืนกรมธรรม์ซึ่งอาจจะไม่เท่ากับเงินค่าเบี้ยประกันชีวิตที่คุณเคยจ่ายมาทั้งหมด

ความแตกต่างของการออมประเภทนี้ จากการออมแบบแรกคือ การได้รับความคุ้มครองชีวิตเพิ่มขึ้นมา ซึ่งข้อดีคือจะได้เก็บออมจริงๆ และการคุ้มครองชีวิต แต่ข้อเสียคือเรื่องของสภาพคล่องซึ่งจะน้อยกว่าการออมแบบแรก (การออมเงินด้วยตัวเองสามารถถอนออกเวลาใดก็ได้)

160742166922

  • ออมเงินเหมือนกัน ประโยชน์ต่างกัน

ถึงตรงนี้ก็คงต้องบอกว่า แม้การออมเงินแบบทั้งสองจะมีความคล้ายคลึงกัน แต่การออมเงินผ่านการซื้อประกันยังมีข้อแตกต่างระหว่างการออมเงินแบบธรรมดา ได้แก่

ระยะเวลาฝากและสภาพคล่อง

ประกันชีวิตแบบเงินออมจะมีเป้าหมายชัดเจนว่าคุณต้องจ่ายเบี้ยประกันทุกเดือนหรือทุกปีขึ้นอยู่กับเงื่อนไขตามเวลาที่กำหนดไว้ ไม่สามารถถอนก่อนกำหนดได้ ดังนั้นหากคิดจะ "ซื้อประกัน"ก็ต้องวางแผนให้ดีว่ายังมีเงินสำรองสำหรับใช้จ่ายยามฉุกเฉินหรือไม่

ภาษี

เงินที่ซื้อประกันสามารถใช้ลดหย่อนภาษีได้  โดยประกันชีวิตแบบเงินออมที่มีอายุกรมธรรม์มากกว่า 10 ปีขึ้นไป สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้ (สูงสุดไม่เกิน 100,000 บาท) เเต่เงินออมฝากธนาคารปกติไม่สามารถลดหย่อนได้

กำหนดเป้าหมายชีวิต

การมีเงินออม เท่ากับการตั้งเป้าหมายทางการเงินไปในตัวซึ่งการออมทั้งสองแบบ มีเป้าหมายไม่ต่างกัน หากแต่การออมแบบซื้อประกัน จะได้รับความคุ้มครองชีวิตพร้อมการออมเงินไปในตัวเป็นการออมเงินในรูปแบบของความคุ้มครอง ช่วยให้คุณอุ่นใจในอนาคตว่ามีเงินเเละมีความคุ้มครองชีวิตคุณอยู่

ทั้งหมดนี้คือความแตกต่างระหว่างการออมเงินผ่านการซื้อประกันกับการออมเงินธรรมดา ซึ่งอยู่ที่ว่าใครจะสะดวกแบบไหน แต่ที่เหมือนกันคือการเก็บออม คือบันไดที่จะนำไปสู่ความมั่นคงในอนาคต

ศึกษาเพิ่มเติมการทำประกันแบบออมทรัพย์ คลิกที่นี่