"ตรวจหวย" ไม่ถูกมารวมกันตรงนี้ ลองทำความรู้จัก "สลากออมทรัพย์" ทางเลือกลุ้นเป็นเศรษฐี แต่ถึงดวงไม่ดี ก็ไม่ขาดทุน
"หวยออก" ทีไร "ตรวจผลสลากกินแบ่งรัฐบาล" แต่ละทีก็ต้องเศร้า เพราะ "ซื้อหวย" ครั้งแล้วครั้งเล่าก็ไม่เคย "ถูกหวย" บางครั้งก็เฉียดจนเจ็บใจ บางครั้งก็ไกลจนหมดหวัง แถมตังค์ยังร่อยหรอไปกับการเสี่ยงดวง
ใครที่กำลังเป็นแบบนี้ "กรุงเทพธุรกิจออนไลน์" ชวนไปทำความรู้จักกับ "สลากออมทรัพย์" ทางเลือก "ลุ้นหวย" ของคนชอบ "หวย" ที่เงินที่ซื้อไม่เคยหายแม้ไม่เคย "ถูกรางวัล" เลยสักครั้ง
- "หวย" กับ "สลากออมทรัพย์" ต่างกันตรงไหน?
หวย
1. ลุ้นได้ครั้งเดียว
2. ถ้าไม่ถูก = 0
3. เลือกตัวเลขเองได้
สลากออมทรัพย์
1. ลุ้นได้อย่างน้อย 12 ครั้ง ต่อการซื้อ 1 ครั้ง (แตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับประเภทสลาก และผู้ให้บริการ)
2. ถ้าไม่ถูกรางวัล เงินที่ซื้อยังเหลือ และหากถือครบอายุสลากจะได้ดอกเบี้ยตามที่ธนาคารกำหนดเพิ่มด้วย (ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของสลากออมทรัพย์แต่ละประเภท)
3. เลือกตัวเลขเองไม่ได้
4. ช่วยฝึกวินัยทางการเงิน
นี่เป็นสาเหตุที่ทำให้หยิบเอา "หวย" มาเทียบกับ "สลากออมทรัพย์" เพื่อให้เห็นภาพที่ชัดเจนว่า ตราบใดที่เรายังหยุดลุ้นไม่ได้ ก็ลองเปลี่ยนช่องทางการลุ้นให้ถูกที่ถูกทางเพื่อสร้างความมั่นคงทางการเงินให้กับตัวเองแทน
ข่าวที่น่าสนใจ:
- สลากออมทรัพย์ ซื้อที่ไหนได้บ้าง?
ปัจจุบันสถาบันการเงินที่เปิดขาย "สลากออมทรัพย์" มีทั้งหมด 3 ธนาคาร ได้แก่
1. "สลากออมสิน" ของ "ธนาคารออมสิน"
2. "สลาก ธ.ก.ส." ของ "ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร" หรือ ธ.ก.ส.
3. "สลาก ธอส." ของ "ธนาคารอาคารสงเคราะห์" หรือ ธอส.
ซึ่งสลากออมทรัพย์ของแต่ละธนาคาร จะมีหลายรุ่น แต่ละรุ่นจะมีรางวัล สิทธิประโยชน์และเงื่อนไขต่างกันออกไป โดยเริ่มต้นซื้อได้ด้วยเงิน 20-5,000 บาท
เพื่อให้มองเห็นภาพที่ชัดขึ้น กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ รวบรวมข้อมูลของสลากออมทรัพย์ของทั้ง 3 ธนาคาร โดยหยิบยกผลิตภัณฑ์ที่มีราคาซื้อเริ่มต้นต่ำสุดของแต่ละธนาคารมาเปรียบเทียบกันให้เห็นแบบหมัดต่อหมัด ดังตารางต่อไปนี้





