เปิดวิสัยทัศน์...ผยง ศรีวณิช ปธ.สมาคมธนาคารไทย กับมุมมอง..วิกฤติการเงินโลก

เปิดวิสัยทัศน์...ผยง ศรีวณิช ปธ.สมาคมธนาคารไทย กับมุมมอง..วิกฤติการเงินโลก
28 กุมภาพันธ์ 2564
2,050

พระสยาม MAGAZINE เปิดสัมภาษณ์ พร้อมเปิดวิสัยทัศน์ ‘ผยง ศรีวณิช’ ปธ.สมาคมธนาคารไทย 
"วิกฤตการเงินโลก" ความท้าทายที่ต้องก้าวข้ามไปให้

       เปิดบทสัมภาษณ์ 'ผยง ศรีวณิช' กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย เข้ารับตำแหน่งประธานสมาคม ธนาคารไทยคนที่ 24 ผ่านพระสยาม MAGAZINE ของธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)

     ในห้วงเวลาที่ประเทศไทยและทั่วโลกเผชิญกับสถานการณ์การแพร่ระบาดครั้งใหญ่ของโควิด 19 การเปลี่ยนแปลงนี้จึงเป็นความท้าทายอย่างยิ่งในฐานะประธานสมาคมธนาคารไทย ในการวางยุทธศาสตร์ที่จะเป็นอนาคตของธุรกิจธนาคารหลังจากนี้

7 ยุทธศาสตร์ปฏิรูปธนาคารไทย

          การเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วของโลกทำให้ภูมิทัศน์ของภาคธนาคารเปลี่ยนไปตลอดกาล สมาคมธนาคารไทยมีทิศทางการบริหารภายใต้แผนยุทธศาสตร์ 7 ข้อ ที่มุ่งเน้นทั้งการพัฒนาเทคโนโลยีและการยกระดับศักยภาพบุคลากร เพื่อรองรับบริบทโลกใหม่

          "สมาคมธนาคารไทยยังคงดำเนินการตาม 7 แผนยุทธศาสตร์ แต่เราอยู่ระหว่างการทบทวนแผน 5 ปีอีกครั้ง เพื่อให้สอดรับกับสภาวการณ์และความท้าทายในปัจจุบันที่มีประเด็นใหม่ ๆ เช่น พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล รวมทั้งเรื่องการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลการเงินจากสถาบันการเงินต่าง ๆ (Cybersecurity Open Banking) แนวทางการทำธุรกิจอย่างยั่งยืน สกุลเงินดิจิทัล การยืนยันตัวตนดิจิทัล และเตรียมความพร้อมแรงงานในโลกอนาคต โดยคาดว่าจะเร่งดำเนินการให้เสร็จภายใน 3 - 4 เดือนข้างหน้า เพื่อให้มีความชัดเจนและสามารถร่วมมือกันพัฒนาและมีการดำเนินการได้อย่างเป็น รูปธรรม" คุณผยงกล่าว

ภารกิจเร่งด่วนแก้วิกฤตโควิด 19

          การเข้ารับตำแหน่งในสถานการณ์เช่นนี้ ภารกิจสำคัญเร่งด่วน คือ การช่วยเหลือลูกหนี้ธุรกิจและลูกหนี้รายย่อยที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด 19 ซึ่งภาคธนาคารพาณิชย์ตระหนักถึงความเดือดร้อนของลูกค้าทุกกลุ่ม จึงได้ร่วมมือกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ออกมาตรการช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด 19 อย่างเร่งด่วน และต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน

          "หลังจากการออกมาตรการช่วยเหลือเป็นการทั่วไปในระยะแรก ภาคธนาคารและ ธปท. ได้ประเมินสถานการณ์ลูกหนี้อย่างใกล้ชิด พบว่า สถานการณ์โควิด 19 มีความไม่แน่นอนสูง มาตรการที่มีอยู่จึงอาจช่วยเหลือได้ไม่ตรงจุด จึงได้มุ่งเน้นการออกมาตรการช่วยเหลือเชิงรุก เป็นมาตรการเฉพาะกลุ่มและเหมาะสมกับลูกหนี้แต่ละราย เพื่อลดภาระการผ่อนชำระและช่วยเหลือลูกหนี้ที่มีศักยภาพ ก่อนจะขยายไปยังกลุ่มอื่น ๆ ความช่วยเหลือที่ภาคธนาคารพาณิชย์ให้ มีทั้งขยายเวลาชำระหนี้ ลดค่างวด รวมทั้งให้สินเชื่อใหม่เพื่อให้ภาคธุรกิจไทยเดินต่อไปได้"

มุ่งผลักดันธนาคารเพื่อความยั่งยืน

          สำหรับคุณผยงแล้ว ธนาคารนอกจากจะเป็นผู้ให้บริการทางการเงินแล้ว ยังเป็นเสมือน ตัวกลางเชื่อมโยงและจัดสรรทรัพยากรเงินทุนในมิติต่าง ๆ การมีผลิตภัณฑ์และการให้บริการที่มีคุณภาพ ในราคาที่เหมาะสม ทุกภาคส่วนสามารถเข้าถึงได้ เพื่อให้ทรัพยากรถูกจัดสรรไปใช้และสร้างมูลค่าเพิ่มได้อย่างมีประสิทธิภาพ ภายใต้กรอบแนวคิดการดำเนินธุรกิจที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม สามารถทำให้ลูกค้า ชุมชน สังคม และระบบเศรษฐกิจแข็งแรงอย่างมั่นคงและยั่งยืน ซึ่งแผนยุทธศาสตร์ 5 ปีของสมาคมธนาคารไทยได้สะท้อนให้เห็นถึงความสำเร็จ ความร่วมมือ เพื่อให้เกิดความยั่งยืนของอุตสาหกรรมธนาคารไทยได้เป็นอย่างดี

          "ภาคธนาคารยังต้องปรับตัวอยู่เสมอ เพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา ซึ่งในภาคการเงินมี mega trend ที่ชัดเจนที่สุดและเร่งขึ้นอย่างมากจากวิกฤตโควิด 19 คือ digital disruption ซึ่งจะนำไปสู่ digital economy ในทุกมิติ ดังจะเห็นได้จากในปี 2563 ที่แม้เศรษฐกิจไทยจะหดตัวราว 6.5% แต่สมาคมผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ไทยคาดว่า ตัวเลขการใช้จ่าย e-commerce ของผู้บริโภคจะเติบโตมากถึง 35% จากปีก่อนหน้า หรือมีมูลค่าสูงถึง 2.2 แสนล้านบาท

          "ปัจจุบัน คนไทยกว่า 40 ล้านคนและร้านค้าอีกหลายแสนร้านค้าเข้ามาอยู่ใน ecosystem ของแอปพลิเคชัน 'เป๋าตัง' ภายในระยะเวลาอันสั้น เพื่อใช้ประโยชน์จากมาตรการเยียวยาและฟื้นฟูเศรษฐกิจของรัฐ ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่แสดงให้เห็นว่า ประเทศไทยมีความพร้อ ด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและผู้เล่นในตลาด โดยเฉพาะรายย่อยที่พร้อมปรับตัว และในปี 2564 จะมีการต่อยอดใช้ประโยชน์จากช่องทางดิจิทัลของไทยเพิ่มมากขึ้น" คุณผยงกล่าว

การปรับตัวของภาคสถาบันการเงิน

          การเข้าสู่โลกดิจิทัลอย่างรวดเร็ว ยิ่งทำให้ธุรกิจธนาคารต้องเร่งปรับโครงสร้างและรูปแบบการดำเนินธุรกิจใหม่เพื่อตอบสนองความต้องการผลิตภัณฑ์ และบริการที่เปลี่ยนแปลงไปสู่ช่องทางออนไลน์มากขึ้น พร้อมทั้งต้องตระหนักถึงการจัดสรรทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด เช่น ให้บริการที่ผสมผสานกันระหว่างไปสาขาธนาคารและบริการแบบดิจิทัล รวมทั้งการปรับทักษะพนักงานทั้ง reskill และ upskill ได้อย่างเหมาะสม 

          "ความท้าทายของอุตสาหกรรมธนาคารอยู่ที่การสร้างรายได้ใหม่ ๆ จาก digital ecosystem เพื่อทดแทนรายได้จากธุรกิจดั้งเดิมของธนาคาร นอกจากนี้ ธนาคารยังต้องพร้อมสำหรับการแข่งขันจากผู้เล่นใหม่ ๆ ซึ่งอาจจะเป็นธนาคารที่ให้บริการออนไลน์เท่านั้น ซึ่งมีต้นทุนต่ำกว่าธนาคารแบบเดิม หรือจากผู้เล่นที่เป็นเจ้าของ ecosystem เช่น แพลตฟอร์ม e-commerce แพลตฟอร์มดิลิเวอรี โดยใน งานวิจัยของ Morgan Stanley Research ในปี 2563 ที่สำรวจธนาคารในภูมิภาคเอเชีย รวมถึงประเทศไทย พบว่าธนาคารดั้งเดิมมองว่าผู้เล่นที่เป็นเจ้าของ ecosystem หรือ super app[1] เป็นคู่แข่งที่น่าจะมีความได้เปรียบมากที่สุดในด้านการเติบโตในช่วง 5 ปีข้างหน้า

          "อีกทั้งผู้ใช้บริการทางการเงินในโลกยุคดิจิทัลจะได้รับประสบการณ์ที่ดีขึ้น เนื่องจากผู้ให้บริการต่างเร่งนำ data analytics, AI, Cloud, open API[2] และเทคโนโลยีใหม่ ๆ มาช่วยพัฒนาบริการให้ตรงกับความต้องการของแต่ละบุคคลมากยิ่งขึ้น ในลักษณะ anywhere, anytime อย่างไรก็ตาม ก็มีความเสี่ยงจากภัยคุกคามด้านไซเบอร์ที่เพิ่มขึ้นตามไปด้วย ทั้งผู้ให้และผู้ใช้บริการจำเป็นต้องช่วยกันป้องกันความเสี่ยงเหล่านี้"

          นอกจากนี้ คุณผยงยังได้กล่าวด้วยว่า "หากถอยออกจากภาคการเงินมามองดูระบบเศรษฐกิจ จะเห็นว่าเราอยู่ท่ามกลาง mega trend ระดับโลก บริบทใหม่ในยุค new normal หลังโควิด 19 อย่างกระแส de-globalization หรือการที่โลกแบ่งเป็นขั้ว แทนที่จะเป็นการเชื่อมโยงเป็นเครือข่ายกระจายไปทั่วเหมือนก่อน ซึ่งเป็นสิ่งที่ประเทศไทยต้องจับตามอง เนื่องจากแต่ละขั้วต้องการพึ่งพา ตนเองให้ได้มากขึ้น เราจึงได้ยินว่าบางประเทศต้องการให้ supply chain กลับมาอยู่ใกล้บ้าน ขณะที่บางประเทศต้องการลดการพึ่งพาสินค้าเทคโนโลยีจากนอกขั้วของตน การเกิด supply chain disruption นี้ จะส่งผลให้ภาคการผลิตต้องหยุดชะงักไปทั่วโลก เทรนด์นี้จึงอาจเป็นจุดเริ่มต้นของการหวนกลับมาที่เศรษฐกิจภูมิภาคหรือท้องถิ่น (regionalization or localization) ที่จะมีบทบาทมากขึ้นกว่าเดิม และมีนัยต่อการกำหนดทิศทางการดำเนินนโยบายเศรษฐกิจของแต่ละประเทศ"

          อีกเทรนด์หนึ่งที่จะมีอิทธิพลต่อการดำเนินธุรกิจและแนวทางการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ คือ การให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนธุรกิจและเศรษฐกิจที่อยู่บนพื้นฐานของการคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (environment, social and governance: ESG) รวมถึงนำไปสู่การฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่มีความต้องการให้เป็น green recovery เพื่อจะช่วยลดปัญหาความยากจน พัฒนาเศรษฐกิจ คุณภาพชีวิต ทำให้ชุมชน สังคม มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

ยึดหลัก "เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา"

          เมื่อพูดถึงการทำงานที่คุณผยงสวมทั้งหมวกของนายธนาคารและประธานสมาคมธนาคารไทย ทำให้ต้องมีหลักในการทำงาน เพื่อให้งานสำเร็จลุล่วงได้ตามเป้าหมาย คุณผยงยกให้ในหลวงรัชกาลที่ 9 เป็นต้นแบบ ด้านการทำงาน พระองค์ทรงงานหนักและทรงงานเพื่อส่วนรวมมาโดยตลอด หลักการทรงงานตามแนวพระราชดำริ "เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา" ที่ยึดหลักผลประโยชน์ของปวงชน และการพัฒนาคน เป็นสิ่งที่ประธานสมาคมธนาคารไทยยึดเป็นแนวทางการทงาน

          "ก่อนจะทำอะไร ต้องมีความเข้าใจอย่างถ่องแท้ และระหว่างดำเนินการจะต้องทำให้ผู้ที่เราจะไปทำงานกับเขาหรือทำงานให้เขานั้น 'เข้าใจ' เราด้วย เพราะถ้าเราเข้าใจฝ่ายเดียว จะไม่เกิดประโยชน์ตามที่หวังไว้ 'เข้าถึง' ก็เช่นกัน เมื่อรู้ปัญหาแล้ว เข้าใจแล้ว จะต้องทำอย่างไรให้เขาอยากเข้าถึงเราด้วย แนวพระราชดำริดังกล่าวเป็นกระบวนการทำงานแบบบูรณาการในการสร้างสรรค์นวัตกรรมจากความเข้าใจ ศึกษาผู้คนด้วยการสังเกต การพัฒนาด้วยความรู้และภูมิปัญญาที่ไม่จำกัด อยู่แค่มิติใดมิติหนึ่ง ตลอดจนทดลองและปรับปรุงจนได้ผลลัพธ์และประยุกต์ใช้ในการแก้ไขปัญหา นับเป็นบทเรียนที่ดีที่สุดที่ผมนำมาใช้ในการทำงาน" คุณผยงกล่าวถึงการน้อมนำแนวพระราชดำริ ซึ่งยึดเป็นหลักการทำงานตลอดมา

          นอกจากนี้ คุณผยงยังมี "คุณพ่อ" เป็นต้นแบบในการทำงาน "คุณพ่อของผมเป็นคนที่ทำงานหนัก สร้างตัวเองขึ้นมา มีความพอเพียง ใฝ่หาความรู้ทั้งในภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ คิดถึงส่วนรวม ตอบแทนสังคม และคุณของแผ่นดินอยู่ตลอดเวลา ทำให้ลูก ๆ รวมถึงตัวผมได้ซึมซับกรอบความคิดและการปฏิบัติของท่านมาตลอดกว่า 40 ปี"

มองไปข้างหน้า และทำวันนี้ให้ดีที่สุด

          หลักปรัชญาในการทำงานของคุณผยง คือ "มองไปข้างหน้า และทำวันนี้ให้ดีที่สุด" เพราะวันนี้ ทุกอย่างรอบตัวล้วนเปลี่ยนแปลงไปรวดเร็วมาก ไม่ว่าจะเป็นเทรนด์ธุรกิจ กฎกติกาต่าง ๆ พฤติกรรมของลูกค้าและผู้เกี่ยวข้อง รวมทั้งความคาดหวังของสังคม เราจึงต้องมองไปข้างหน้าให้ไกลว่าอาจจะเกิดอะไรขึ้น และทำสิ่งที่สามารถทำได้ในวันนี้ให้ดีที่สุด

          "ในยุคโควิด 19 การเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ จะยิ่งเกิดขึ้นเร็ว การทำธุรกิจแบบเดิม ด้วย ความเร็วเท่าเดิม ไม่สามารถตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงที่แข่งขันกันด้วยเทคโนโลยีและความคาดหวังของลูกค้าที่เพิ่มสูงขึ้นได้ สิ่งสำคัญคือ ต้องมองไปข้างหน้า ต้องตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา และเตรียมพร้อมในวันนี้ให้ดีที่สุด ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ก็ต้องเชื่อมั่นว่าจะสามารถก้าวผ่านไปได้ หรือถ้าบาดเจ็บก็ยังเยียวยาได้" ประธานสมาคมธนาคารไทยกล่าวทิ้งท้าย

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง