ดูแล‘วาฬ’ทำ‘ขยะล่องหน’ ปีที่ 2

ดูแล‘วาฬ’ทำ‘ขยะล่องหน’ ปีที่ 2
22 กุมภาพันธ์ 2564 | โดย กนกพร โชคจรัสกุล
192

โครงการดีๆ ‘ขยะล่องหน’ สู้วิกฤติโลกร้อน ผ่านมาหนึ่งปี ปีนี้ขึ้นปีที่ 2 จึงต้องขยายพันธมิตร ร่วมมือร่วมใจกันจัดการขยะที่สร้างมลพิษให้โลก

"เราเหลือเวลาอีกเพียง 6 ปีกว่าตามเวลาของ Climate Clock นาฬิกาสภาพอากาศ ที่กล่าวถึงวันสิ้นโลก หากเราทำให้อุณหภูมิโลกสูงเกิน 1.5-2 องศาเซลเซียส ก็จะเกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศที่ส่งผลกระทบต่อโลกอย่างรุนแรง จนไม่มีวันเยียวยาให้เหมือนเดิมได้

เราจึงต้องลดก๊าซเรือนกระจก ลดปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ แล้วเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้โลกใบนี้ พื้นที่ป่าของประเทศไทยตอนนี้มี 31.2 เปอร์เซ็นต์ สามารถดูดซับคาร์บอนได้ 80 ล้านตันต่อปี แต่เราผลิตคาร์บอน 350 ล้านตันต่อปี ถ้าเราเพิ่มพื้นที่ป่าได้ 40 เปอร์เซ็นต์ ก็ยังดูดซับคาร์บอนได้ร้อยล้านตันเท่านั้น เราจึงต้องทำทั้งเพิ่มพื้นที่ป่า และลดคาร์บอน" วราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวปาฐกถาพิเศษหัวข้อ Survive Climate Tipping Point พร้อมกับเปิดงานโครงการ Care the Whale ‘ขยะล่องหน’ ปีที่ 2 ที่ตลาดหลักทรัพย์จัดขึ้น เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2564

161396247021

วราวุธ ศิลปอาชา

"เราได้เข้าร่วมสนธิสัญญา Paris Agreement เพื่อลดปริมาณก๊าซเรือนกระจก ในเฟสแรกเราทำได้แล้วลด 7-15 เปอร์เซ็นต์ กำลังจะเข้าสู่เฟสที่สอง ต้องลดให้ได้ 20-25 เปอร์เซ็นต์ ต่อไปการค้าการผลิตจะมีมาตรการทางสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ทุกภาคส่วนต้องให้ความร่วมมือจริงจัง  ต้องมีกฎหมาย มีภาคบังคับที่เข้มงวดมากขึ้น

161396282485

พันธมิตรที่เข้าร่วมโครงการ Care the Whale ‘ขยะล่องหน’ 

ขยะฟู้ดเวสท์ ก่อให้เกิดก๊าซมีเทน มีพิษทำลายล้างมากกว่าคาร์บอนฯ 20-30 เท่า กรดไนตริกแอซิดมีอันตรายมากกว่าคาร์บอนฯ 350 เท่า ตอนนี้กระทรวงพาณิชย์ได้ห้ามนำเข้าขยะอิเล็คทรอนิคส์แล้ว ขยะพลาสติกจะเป็นก้าวต่อไป ยุติการนำเข้าเศษพลาสติกจากต่างประเทศ

ปัญหาเรื่องสิ่งแวดล้อม ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศใกล้ตัวเราเข้ามาทุกที ภัยแล้ง ทำให้ปริมาณน้ำในเขื่อนมีเพียง 20 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ผมขอให้ทุกฝ่ายร่วมมือทำงานควบคู่ไปกับกระทรวงทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม แล้วส่งต่อโลกใบนี้ให้กับรุ่นต่อๆ ไปในสภาพที่สมบูรณ์ เหมือนที่เราได้รับมรดกตกทอดมาจากรุ่นก่อนๆ" วราวุธ ขอความร่วมมือ

 

  • จุดเริ่มต้นขยะล่องหน

โครงการ Care the Whale ‘ขยะล่องหน’ ริเริ่มโดยตลาดหลักทรัพย์ร่วมกับพันธมิตร เป็นโครงการที่มี ‘วาฬ’ เป็นสัญลักษณ์ให้มนุษย์หันมาสร้างสมดุลให้เกิดขึ้นกับโลกใบนี้ โดยมีแนวคิดว่า กำจัดขยะให้หายไป หรือนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ให้มากที่สุด

161396260899

วาฬ ที่หน้าตึก ตลาดหลักทรัพย์

ดร.ภากร ปีตธวัชชัย กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศ กล่าวถึงโครงการนี้ว่า การดำเนินงานโครงการ Care the Whale อยู่ในเป้าหมายของการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ (SDGs) ในข้อ ข้อ 12 Responsible Consumption and Production ,13 Climate Action และข้อ 17 Partnerships for the Goals โครงการนี้มีพันธมิตรและเครือข่ายกว่า 30 องค์กร ผู้ประกอบการบนถนนรัชดาภิเษก 14 แห่ง

"ตลอดระยะเวลา 1 ปีที่ผ่านมา เราสามารถลดปริมาณก๊าซเรือนกระจกได้ถึง 4,268,495.04กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์ (Kg.CO2e)  เทียบเท่าการปลูกต้นไม้ใหญ่อายุ 10 ปี จำนวน 474,277 ต้น สามารถแยกขยะจากต้นทางไปสู่ปลายทาง เพื่อเข้าสู่กระบวนการ Circular Economy ได้อย่างเป็นรูปธรรม

ในปี 2564 โครงการนี้จะขยายความร่วมมือไปยังพื้นที่นอกถนนรัชดาภิเษก ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด งานในวันนี้จะเป็นหนึ่งในการจุดประกายไปยังทุกภาคส่วนให้ร่วมกันหาทางออกในภาวะโลกร้อนและบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมได้อย่างยั่งยืนมากขึ้น”

 

  • ลงมือทำจริงจัง

พระมหาประนอม ธมฺมาลงฺกาโร เจ้าอาวาสวัดจากแดง จังหวัดสมุทรปราการ เล่าให้ฟังถึงการทำงานด้านสิ่งแวดล้อมในงานเสวนา‘ขยะล่องหน : ถอดบทเรียน สู้โลกร้อน’ ว่า

"วัดจากแดงเป็นวัดเก่าแก่สมัยอยุธยา เดิมเคยเป็นแหล่งศึกษาหาความรู้ แล้วหายไป พอจะมาเริ่มใหม่ วัดก็ไม่สามารถจ่ายค่าน้ำค่าไฟ คนทำงานอู่เรือข้างวัดช่วยจ่ายให้ ก็เลยติดโซลาร์เซลล์ กังหันลม พยายามหาพลังงานทดแทนมาใช้

ที่วัดเป็นแหล่งศึกษาพระไตรปิฎกของพระไทย พระพม่า พระลาว พระเขมร พระเวียดนาม มีเรียนกันทั้งวัน เช้า-บ่าย-ค่ำ ทั้งพระเณรทั้งญาติโยมก็มาเรียน แต่งบประมาณไม่ค่อยมี ก็เลยทำตามมีตามเกิด"

161396292199

การจัดการขยะ ที่ ตลาดหลักทรัพย์

นอกจากนี้ พระมหาประนอม บอกว่า บางวัดมีเศษอาหารล้นถังขยะ ก็คัดแยกขยะเศษอาหาร มาทำปุ๋ย เอางบกัณฑ์เทศน์จำนวน 7 หมื่นบาท มาทำเครื่องไฮโดรลิค ทำน้ำมันจากขยะถุงพลาสติก

"ทำเรื่องขยะตั้งแต่ปี 2548  ตอนนี้มีหน่วยงานต่างๆ ให้การสนับสนุน เพราะจัดการขยะอย่างเป็นระบบ  เวลาพระฉันอาหารจะตักใส่บาตร ฉันให้เพียงพอในบาตร ที่เหลือก็ให้ญาติโยม จัดแบบบุพเฟ่ต์ เศษอาหารที่เหลือก็น้อย กิ่งไม้ที่รกรุงรังก็ตัดแต่งกิ่ง ฝุ่นตลบก็หาอิฐตัวหนอนมาปูให้สะอาด ก็ทำทีละอย่างๆ

อาตมาหาความรู้ตลอดเวลา เคยไปไต้หวัน อินเดีย  พม่า ลังกา ดูงานด้านสิ่งแวดล้อม เรามีเป้าหมายสร้างศรัทธาทำเป็นต้นแบบ เข้าวัดแล้วร่มรื่น สะอาด สงบ ลดโลกร้อนภายนอก ลดโลกร้อนภายใน

161396303973

วาฬ กับ แผงโซลาเซล

ปลูกต้นไม้ 1 ต้นลดโลกร้อนได้ 4 องศา ในพระไตรปิฎกปลูกต้นไม้ 1 ต้น ถือว่าได้สร้างที่ประสูติตรัสรู้ปรินิพานถวายพระพุทธเจ้า บุญนี้จึงยิ่งใหญ่สุดๆ มีคนถามว่ามีบุญอะไรบ้างที่ทำครั้งเดียวแล้วได้ผลบุญทุกวัน พระพุทธเจ้าตอบว่า 1.ปลูกต้นไม้ 2.ทำสวนสาธารณะ 3.ขุดสระน้ำ 4.ทำถนนหนทาง 5.สร้างศาลาพักริมทางให้คนได้อาศัย

ตอนนี้โลกภายนอกร้อนขึ้น 2 องศา แต่โลกภายในร้อนแรงถึง 1500 องศา ก็คือกิเลส 1500 เพราะฉะนั้นต้องลดโลกร้อนภายใน ควบคู่ไปกับลดโลกร้อนภายนอก ทางวัดก็ทำลักษณะนี้" พระมหาประนอมเล่า

 

  • ก้าวต่อไปของโครงการ

นพเก้า สุจริตกุล ผู้ช่วยผู้จัดการ หัวหน้ากลุ่มงานสื่อสารองค์กรและพัฒนาเพื่อสังคม ตลาดหลักทรัพย์ กล่าวถึงก้าวต่อไปของโครงการนี้ว่า

"ถ้าเราไม่ทำอะไรเลย ไม่ช่วยกันลดโลกร้อน ก็ไม่มีวันกลับไปถึงจุดที่มีความสมดุลของสิ่งแวดล้อมได้อีก ปี 2564 เรายังทำโครงการอย่างต่อเนื่อง แม้จะมีปัญหาไวรัสโควิดระบาด แต่ขยะไม่ได้ลดลง ทุกคนยังผลิตขยะคนละ 1 กิโลกรัมเหมือนเดิม เพียงแต่ย้ายที่จากขยะนอกบ้านมาเป็นขยะในบ้าน เพราะ Work from Home  มีขยะจากอาหารเดลิเวอรี และขยะหน้ากากอนามัยเพิ่มมากขึ้น

161396315028

วาฬ ของสมาชิกที่เข้าร่วมโครงการนี้

ตลาดหลักทรัพย์ให้ความสำคัญกับปัญหาโลกร้อนอย่างจริงจัง เรากำลังหาพันธมิตรสนับสนุน นำขยะไปแลกสินค้าอุปโภคบริโภค เพื่อแก้ไขปัญหาเรื่องปากท้องด้วย

การลดโลกร้อนในปีที่ 2 เราขยายพื้นที่และพันธมิตรมากขึ้น รวมถึงลดปริมาณก๊าซเรือนกระจกจากปีแรกเพิ่มขึ้นเท่าตัว จาก 4 ล้าน Kg.CO2e เป็น 8 ล้าน Kg.CO2e โดยเน้นการลดขยะตั้งแต่ต้นทาง

161396321627

วาฬ สัญลักษณ์เตือนให้คนหันมาสนใจภาวะโลกร้อน 

และพัฒนา Climate Care Calculator Digital Platform เป็นเครื่องมือบริหารจัดการขยะตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง คำนวณผลเป็นค่าการลดปริมาณก๊าซเรือนกระจก ช่วยวิเคราะห์พัฒนาการบริหารจัดการขยะได้อย่างมีประสิทธิภาพ การแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม ไม่ใช่เรื่องของใครคนใดคนหนึ่ง ต้องเริ่มที่ตัวเราเอง" หัวหน้ากลุ่มงานสื่อสารฯ แสดงความคิดเห็น

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags: