คุก! 2 ปี อดีต ปธ.บอร์ดการบินไทย เลี่ยงค่าขนส่งสัมภาระ

คุก! 2 ปี อดีต ปธ.บอร์ดการบินไทย เลี่ยงค่าขนส่งสัมภาระ
25 พฤศจิกายน 2563
7,378

ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง สั่งจำคุก อดีตประธานบอร์ดการบินไทย ทุจริตขนสัมภาระเกินสิทธิ์ เลี่ยงค่าขนส่ง

วันที่ 25 พฤศจิกายน 63ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ซอยสีคาม ถนนนครไชยศรี ศาลนัดอ่านคำพิพากษาใน คดีหมายเลขดำที่ อท 187/2562 ที่๕ระกรรมการปราบปรามการทุจริตแห่งชาติเป็นโจทก์ ยื่นฟ้องนายวัลลภ พุกกะณะสุต อดีตกรรมการและประธานกรรมการบริหาร บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน)เป็นจำเลยในความผิด ตาม พรบ.ความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2502 มาตรา 11

โดยจำเลยเมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง กก.บริษัท การบินไทย จก. (มหาชน) และประธาน กก.บริหารฯ ใช้อำนาจโดยทุจริตสั่งการให้พนักงานบริษัทการบินไทยฯ แก้ไขน้ำหนัก เป็นการปกปิดน้ำหนักสัมภาระที่แท้จริง เพื่อหลีกเลี่ยงค่าระวางขนส่งที่เกินสิทธิ เป็นเหตุให้บริษัทการบินไทยเสียหาย

ทั้งนี้ กรณีดังกล่าวเกิดขึ้นช่วงปี 2552 อดีตประธานบอร์ดบริหารการบินไทยพร้อมภริยา เดินทางกลับจากประเทศญี่ปุ่น โดยถูกกล่าวหาว่า ขนสัมภาระน้ำหนักกว่า 300 กิโลกรัม กลับมายังสนามบินสุวรรณภูมิ โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายน้ำหนักที่เกิน ทำให้การบินไทยสูญเสียรายได้จำนวนมาก ต่อมาบอร์ดบริหารการบินไทยได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง โดยต้นปี 2553 มีมติสั่งปรับเงินอดีตผู้บริหารดังกล่าว

โดยในวันนี้จำเลยเดินทางมาศาล และศาลพิเคราะห์เเล้วเห็นว่าพยานหลักฐานจากทางไต่สวน ซึ่งจำเลยยกขึ้นอ้างว่าไม่เคยทราบจำนวนสัมภาระไม่ได้รับการแจ้งน้ำหนักสัมภาระว่าเกินสิทธิต้องเสียค่าระวางไม่ได้แจ้งสั่งให้รวมน้ำหนักสัมภาระและแก้ไขน้ำหนักในระบบเพื่อไม่ต้องชำระค่าระวางโดยปราศจากพยานหลักฐานอื่นสนับสนุนจึงมีน้ำหนักน้อย ไม่อาจฟังหักล้างข้อเท็จจริงที่ได้ความจาก นายกุศล ศรีตุลานุกต์ ผู้จัดการการบริการสนามบินโตเกียวในขณะนั้น ซึ่งถูกกันไว้เป็นพยานได้ ทั้งทำให้ข้อต่อสู้ของจำเลยที่ยกขึ้นอ้างว่าถูกบุคคลสร้างเรื่องใส่ร้ายไม่มีน้ำหนักให้ฟังข้อเท็จจริงได้เช่นนั้นแม้จากทางไต่สวนจะปรากฏข้อพิรุธซึ่งนายกุศลให้ถ้อยคำต่อคณะอนุกรรมการไต่สวนตามเอกสารว่า นายกุศลเคยบันทึกภาพเหตุการณ์ที่จำเลยขนสัมภาระโดยไม่ชำระค่าระวางหลายครั้ง

แต่กลับไม่ปรากฎพยานหลักฐานอื่นสนับสนุนรวมทั้งข้อพิรุธเกี่ยวกับภาพถ่ายกระเป๋าสัมภาระที่อ้างว่าเป็นของจำเลยตามที่ปรากฏในคำเบิกความของนายกุศลในคดีนี้ แต่ข้อพิรุธดังกล่าวก็ไม่ใช่ประเด็นโดยตรงเกี่ยวกับเหตุการณ์ระหว่างจำเลยกับนายกุศลที่สนามบินอันเป็นมูลเหตุคดีนี้ไม่มีผล ทำให้ข้อหักล้างของจำเลยกลับมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นประกอบกับข้อเท็จจริงในเหตุการณ์เป็นการสนทนากันระหว่างนายกุศลกับจำเลยเพียงชั่วขณะและโอกาสที่จะมีผู้รู้เห็นเหตุการณ์นอกจากบุคคลดังกล่าวเป็นไปได้ไม่มากจึงเป็นพฤติการณ์พิเศษแห่งคดีให้รับฟังถ้อยคำของนายกุศล ได้พยานหลักฐานจากการไต่สวนจึงฟังได้ว่าตามวันเวลาเกิดเหตุคดีนี้

จำเลยสั่งการให้นายกุศลซึ่งมีหน้าที่เรียกเก็บค่าระวางสัมภาระส่วนที่เกินสิทธิละเว้นไม่บังคับเรียกเก็บค่าระวางดังกล่าวจากจำเลยซึ่งมี 1 สัมภาระขนส่งเกินสิทธิที่ไม่ต้องชำระค่าระวางและให้นายกุศลแก้ไขน้ำหนักสัมภาระดังกล่าวเพื่อปกปิดน้ำหนักที่แท้จริงหลีกเลี่ยงการชำระค่าระวางดังกล่าวอันเป็นการก่อให้นายกุศลซึ่งเป็นพนักงานในองค์การของรัฐปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริตแม้จำเลยไม่มีหน้าที่ในการเรียกเก็บค่าระวางสัมภาระส่วนที่เกินสิทธิและแก้ไขบันทึกข้อมูลน้ำหนักสัมภาระไม่ใช่อำนาจหน้าที่ของจำเลยโดยตรงจึงขาดคุณสมบัติเฉพาะตัวตามที่กฎหมายกำหนดไว้

โดยเฉพาะอันทำให้จำเลยไม่อาจรับโทษเสมือนเป็นตัวการไม่อาจลงโทษจำเลยในฐานะเป็นตัวการเพราะใช้ให้กระทำความผิดได้ แต่การที่จำเลยก่อให้นายกุศลปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริตดังกล่าวแม้จำเลยมีฐานะเป็นกรรมการในคณะกรรมการซึ่งต้องดำเนินการตามกิจการในรูปแบบคณะกรรมการ

แต่เมื่อจำเลยต้องปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปตามกฎหมายวัตถุประสงค์และข้อบังคับ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) และมีอำนาจหน้าที่กำกับดูแลการปฏิบัติงานของฝ่ายบริหารให้เป็นไปตามกลยุทธ์นโยบายแผนวิสาหกิจแผนปฏิบัติการของ บริษัท และของคณะกรรมการ บริษัท ตามคำสั่ง บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ที่ 249/2552ตราบใดที่จำเลยยังคงดำรงตำแหน่งไม่พ้นจากตำแหน่งตามวาระหรือด้วยเหตุอื่นที่กำหนดไว้

การที่จำเลยเป็นผู้ก่อให้นายกุศลปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริตย่อมถือได้ว่าจำเลยปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อแสวงหาผลประโยชน์อันมิควรได้โดย ชอบด้วยกฎหมายสำหรับตนเองหรือผู้อื่น ทั้งไม่จำต้องพิจารณาว่าการเดินทางในเที่ยวบินดังกล่าวเป็นการเดินทางอันเนื่องจากการไปปฏิบัติหน้าที่ให้แก่ บริษัท หรือในฐานะส่วนตัวทั้งเมื่อการปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบของจำเลยเช่นว่านี้ มุ่งหมายเพื่อให้มีผลเกี่ยวเนื่องกับการขนส่งสัมภาระมาในอากาศยานโดยไม่ต้องเสียค่าระวางสัมภาระที่เกินสิทธิจนถึงปลายทางที่สนามบินสุวรรณภูมิ

การละเว้นปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบจึงยังคงมีอยู่ตลอดการขนส่งสัมภาระจนกระทั่งเครื่องบินถึงจุดหมายที่ประเทศไทยโดยมิพักต้องคำนึงว่าการเรียกเก็บค่าขนส่งสัมภาระดังกล่าวมีทางปฏิบัติว่าต้องเรียกเก็บตั้งแต่สถานีต้นทางหรือไม่ถือได้ว่าการกระทำของจำเลยเป็นการกระทำความผิดในราชอาณาจักรโจทก์จึงย่อมมีอำนาจไต่สวนดำเนินคดีฟ้องร้องให้จำเลยรับโทษตามกฎหมายพยานหลักฐานที่ได้จาก ทางไต่สวนจึงมีน้ำหนักให้รับฟังได้มั่นคงว่าจำเลยเป็นพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริตตามฟ้องพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2502มาตรา 11ลงโทษจำคุก 2 ปี 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับคดีนี้ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติชี้มูลความผิดนายวัลลภ พุกกะณะสุต เมื่อช่วงปี2561 กรณีถูกกล่าวหาว่า ทุจริตในการนำกระเป๋าสัมภาระที่มีน้ำหนักเกินกว่าสิทธิ์ขึ้นเครื่องบิน ณ สนามบินนาริตะ ประเทศญี่ปุ่น และกรณีถูกกล่าวหาว่า รับเนื้อโกเบ และผลไม้จากบริษัทเอกชนที่มีมูลค่าเกินกว่า 3,000 บาท

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags: