วันเสาร์ ที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569

Login
Login

'ช้อปดีมีคืน' ซื้อไม่ถึง 30,000 จะได้ภาษีคืนหรือไม่ ซื้อเท่าไรถึง 'ลดหย่อนภาษี' คุ้ม

'ช้อปดีมีคืน' ซื้อไม่ถึง 30,000 จะได้ภาษีคืนหรือไม่ ซื้อเท่าไรถึง 'ลดหย่อนภาษี' คุ้ม

ทำความเข้าใจกติกาการขอ "ลดหย่อนภาษี" จากโครงการ "ช้อปดีมีคืน" สำหรับบุคคลธรรมดา ที่ช่วยคำนวณให้เห็นชัดๆ ว่า การช้อปสูงสุด 30,000 คุ้มหรือไม่ แล้วเหมาะกับเราจริงหรือไม่

หลังรัฐเปิดให้ประชาชนใช้สิทธิ์ในโครงการ "ช้อปดีมีคืน" ได้ตั้งแต่ 23 ต.ค.-31 ธ.ค. 63 หลายคนเริ่มออมมาจับจ่ายใช้สอยตามเงื่อนไขของโครงการหวังได้ "ลดหย่อนภาษี" ในปี 2563 

ขณะที่หลายคนยังเกิดความสับสนในหลักเกณฑ์และสิทธิประโยชน์ที่ตัวเองจะได้รับจากการ "ช้อปดีมีคืน" ในครั้งนี้ หนึ่งในคำถามที่เกิดขึ้นคือ "หากช้อปไม่ครบ 30,000 บาท จะได้รับสิทธิ์ในการลดหย่อนภาษีเท่าไร"

"กรุงเทพธุรกิจออนไลน์" จึงพามาไขข้อสงสัยข้อนี้ ด้วยการชวนคำนวณสิทธิ์คืนภาษีตามเงื่อนไขของช้อปดีมีคืน ที่ช่วยให้เข้าใจและวางแผนภาษีได้ง่ายขึ้น 

กติกาของ "ช้อปดีมีคืน" ในครั้งนี้ ผู้เสียภาษีแต่ละคนจะได้รับสิทธิ์ ลดหย่อนภาษี มากหรือน้อยขึ้นอยู่กับจำนวนเงินที่ซื้อ และคิดอัตราภาษีคืนตามระดับ "เงินได้สุทธิ" ในแต่ละปี โดยมีโอกาสได้รับเงินคืนภาษีสูงสุดตามระดับ "เงินได้สุทธิต่อปี" ดังนี้

- 0-150,000 บาท : ได้รับการยกเว้นภาษี ไม่ได้สิทธิ์คืนภาษี จากโครงการช้อปดีมีคืน แม้จะช้อปเต็มจำนวน 30,000 บาท
150,001-300,000 บาท : อัตราภาษี 5% หากช้อปเต็มจำนวน 30,000 บาท มีสิทธิ์คืนภาษีสูงสุด 1,500 บาท 
- 300,001-500,000 บาท : อัตราภาษี 10% หากช้อปเต็มจำนวน 30,000 บาท มีสิทธิ์ได้คืนภาษีสูงสุด 3,000 บาท
- 500,001-750,000 บาท : อัตราภาษี 15% หากช้อปเต็มจำนวน 30,000 บาท มีสิทธิ์ได้คืนภาษีสูงสุด 4,500 บาท
- 750,001-1,000,000 บาท : อัตราภาษี 20% หากช้อปเต็มจำนวน 30,000 บาท มีสิทธิ์ได้คืนภาษีสูงสุด 6,000 บาท
- 1,000,001-2,000,000 บาท : อัตราภาษี 25% หากช้อปเต็มจำนวน 30,000 บาท มีสิทธิ์ได้คืนภาษีสูงสุด 7,500 บาท
- 2,000,001-5,000,000 บาท : อัตราภาษี 30% หากช้อปเต็มจำนวน 30,000 บาท มีสิทธิ์ได้คืนภาษีสูงสุด 9,000 บาท
- 5,000,001 บาทขึ้นไป : อัตราภาษี 35% หากช้อปเต็มจำนวน 30,000 บาท มีสิทธิ์ได้คืนภาษีสูงสุด 10,500 บาท

จากข้อมูลข้างต้น กล่าวโดยสรุปได้ว่า สำหรับกรณีที่ไม่ได้ซื้อสินค้าครบเต็มจำนวน 30,000 บาท ก็จะได้รับการลดหย่อนภาษีลดหลั่นลงไปตามยอดที่ซื้อจริงและอัตราภาษีที่แต่ละคนต้องจ่าย

เช่น นางสาว A มีรายได้สุทธิต่อปี 180,000 บาท อยู่ในเกณฑ์ที่จะต้องเสียภาษี 5% ช้อปดีมีคืนไป 8,000 บาท เท่ากับว่าจะมีสิทธิ์ได้ลดหย่อนภาษี 400 บาท

หมายความว่าในกรณีที่คำนวณรายได้สุทธิออกมาแล้วพบว่า ไม่ต้องเสียภาษีในอัตราที่สูง การซื้อสินค้าเพื่อให้ได้ลดหย่อนภาษีก็อาจไม่จำเป็นสำหรับเราในปีนี้ 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : 

ดังนั้น เรื่องแรกที่ต้องพิจารณา สำหรับคนที่อยากได้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีจาก "ช้อปดีมีคืน" จะต้องคำนวณก่อนกว่า ในปีภาษี 2563 เรามีเงินได้สุทธิอยู่ระดับใด ต้องเสียภาษีในอัตราเท่าไร แล้วลองคำนวณดูก่อนว่าเรามีตัวช่วยในการลดหย่อนภาษีจากส่วนอื่นๆ ครอบคลุมภาษีที่เราควรจะเสียในปีภาษีนี้แล้วหรือไม่ ถ้าครบแล้วก็อาจจะข้ามสิทธิ์ "ช้อปดีมีคืน" ไป เพื่อรักษาสภาพคล่องของตัวเองไว้ในช่วงวิกฤติแบบนี้ พูดง่ายๆ ก็คือการช้อปเพื่อลดหย่อนภาษีในโครงการนี้อาจไม่ได้เหมาะสำหรับทุกคน

  •  วิธีคำนวณรายได้สุทธิ สำหรับผู้มีเงินได้ประเภทบุคคลธรรมดา 


160546224369