ลงทุนในไวน์... แพสชั่น อินเวสต์เมนท์ อันน่าหลงใหล

ลงทุนในไวน์... แพสชั่น อินเวสต์เมนท์ อันน่าหลงใหล
12 พฤศจิกายน 2563 | โดย เอื้อพันธุ์
971

ซื้อหุ้น ซื้อทอง สินค้าแบรนด์เนม ลงทุนกับสตาร์ท-อัพ เพื่อกะเกณฑ์เป็นผลกำไร ล้วนเป็นเรื่องสามัญของวิธีผันเงินให้งอกเงย ทว่าการ ‘ลงทุนในไวน์’ ก็เปลี่ยนเงินให้ออกดอกผลราวกับพวงองุ่นสุกใสได้ และเป็นการลงทุนที่แสนรื่นรมย์ น่าหลงใหล...

ชวนท รัตตกุล ร่วมกับหนังสือพิมพ์ กรุงเทพธุรกิจ เปิดคลาสพิเศษ หัวข้อ...Alternative  Investment ทางรอดฝ่าวิกฤติกับสินทรัพย์ทางเลือก ต่อด้วย สริยา กัมปนาทแสนยากร ชวนให้รู้จักไวน์ใน The Journey of Wine เมื่อกลางเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ที่โรงแรมสยามเคมปินสกี้

160511218774

  Alternative Investment โดย สริยา กัมปนาทแสนยากร และ ชวนท รัตตกุล

ฟู้ดดี้หนุ่มตัวจริงผู้หลงใหลในไวน์ บอกว่า การ ลงทุนในไวน์ ถือเป็น Passion Investment เพราะไวน์เป็น Passion Assets ที่สร้างความรู้สึกดีหรือ Enjoyment ให้กับผู้ลงทุน ไม่เหมือนลงทุนในสินทรัพย์อื่น เจ้าน้ำสีสวยในขวดแก้วสามารถผันเงินให้งอกเงยอย่างงดงาม ไม่ใช่เรื่องแปลกแต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย

ลงทุนกับไวน์ยากตรงไหน เขายกตัวอย่าง 'ไวน์ทำเงิน' ที่ให้ผลตอบแทนอย่างน่าทึ่ง

“เทรนด์ไวน์ตอนนี้ อันดับหนึ่งคือ เบอร์กันดี จากฝรั่งเศส ไวน์จากอิตาลี อเมริกา แชมเปญ หลัก ๆ ถ้ารวมไวน์จากฝรั่งเศสกับอิตาลี ราว 85% ในตลาดไวน์เหล่านี้เหมือนหุ้นบลูชิพ ผมอยากให้จินตนาการย้อนกลับไปสัก 20-30 ปีที่แล้ว ราวปี 1984 ถ้าลงทุนในอินเด็กซ์ในลอนดอน มีเงินอยู่ 5,000 ปอนด์ หรือซื้อหุ้นไป 5,000 ยูโร ถ้าเทียบกับซื้อไวน์ไป 5,000 ยูโร ถ้ามาขายในปี 2017 หุ้นอาจกลายมาเป็น 30,000 ยูโร ผลตอบแทนได้ราว 650% แต่ถ้าเป็นไวน์จะได้ประมาณ 15,000% เงินของคุณจาก 5,000 จะกลายเป็น 770,000 นี่แค่ปี 2017 ซึ่งไวน์ตัวนี้ราคาปัจจุบันขึ้นอีกแล้ว

นี่แค่เคสเดียวนะ ให้จินตนาการต่อว่า เงินที่ได้ 227 ยูโร ภายในปี 2017 ก็จะได้มา 42,000 ยูโร มากกว่าลงทุนในหุ้นเสียอีก ซึ่งอาจได้แค่ 29,000 ปกติผมจะบอกเพื่อนว่า ถ้าคุณเลือกลงทุนกับไวน์คุณต้องฮาร์ดคอร์นะ โฟกัสกับไวน์ให้ได้ เช่น ซื้อไวน์มาโหลหนึ่ง ดื่มเอง 6 ขวด ขาย 6 ขวด คุณก็ได้ดื่มไวน์ไปแล้ว ข้อมูลเรื่องราคาไวน์ ตลาดไวน์ การซื้อขาย ดูได้ที่ www.liv-ex.com สิ่งสำคัญคือ คุณต้องซื้อเป็น ต้องรู้ว่าซื้ออะไร และอีกอย่างคือ ไม่ดื่มมันนะ ไม่งั้นจะสูญทันที” 

แต่ก่อนจะลงทุนในไวน์จริง ๆ ก็ต้องสร้าง แรงปรารถนา หรือ Passion ให้ได้ก่อน ผู้รู้เรื่องไวน์บอกว่า

“แนะนำเลยว่าซื้อไวน์ที่คุณชอบก่อน สร้าง Passion ให้กับตัวเอง พอคุณเริ่มมี Passion แล้วก็ไปศึกษาต่อ

ไวน์แพงได้ขนาดไหน มีสถิติว่า Cheval Blanc 1947 เคยถูกประมูลโดยสถาบันคริสตี้ ประมาณเกือบ 200,000 ปอนด์ ถ้าปอนด์ละ 40 บาท ก็ตก 8 ล้านบาท

160511231030

 ชวนท รัตตกุล

แล้วเทรนด์ตอนนี้เป็นอย่างไร ตั้งแต่ปี 2015 มากระแสขึ้น ยิ่งโควิดมาเชื่อหรือไม่ว่าไวน์ราคาขึ้น เพราะคนมาดื่มไวน์ที่บ้าน แล้วเขาดื่มไวน์อะไร เขาดื่มกับเพื่อน และดื่มไวน์ที่มีคุณภาพมากขึ้น จึงทำให้ไวน์อินเวสต์เมนท์ราคาสูงไปด้วย เป็นเทรนด์โดยคร่าว ๆ นะครับ ผมมีซีนนาริโอให้ดูว่าช่วงเศรษฐกิจไม่ดีไวน์ก็ยังขึ้นอยู่ ขึ้นมากกว่าเอสแอนด์พี ทองคำ หรือสินทรัพย์อื่น ๆ ประมาณเกือบเท่าตัว ที่สำคัญที่ติดอันดับคือ ไวน์เบอร์กันดี ขึ้น 150 เหมือนเซตฟิฟตี้ ขึ้นประมาณ 16-20% มีข้อมูลจากปี 2014-2017 ซึ่งกราฟขึ้นตลอด ตั้งแต่ผมลงทุนในไวน์โดยเฉพาะไวน์เบอร์กันดี ที่มีการจอง ส่วนใหญ่เศรษฐกิจไม่ดีมันจะนิ่ง แต่ไวน์เบอร์กันดีขึ้นแบบกระโดด จากปี 2017 ตอนนี้ขึ้นสูงมาก ส่วนบอร์กโดซ์ไม่ขึ้นแบบก้าวกระโดด อีกตัวที่มาแรงคือไวน์อิตาลี จากปี 2017 ขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในแอเรีย เช่น เพียดมอนต์ (Piedmont) , บาโรโร (Barolo), บาร์บาเรสโก (Barbaresco) ซึ่งคนไปลงทุนกันเยอะ เพราะเบอร์กันดีราคาสูงเกินไป คนเลยเริ่มเปลี่ยนจากเบอร์กันดีมาแอเรียอื่น โดยเฉพาะที่อิตาลี

แชมเปญ ก็น่าสนใจ ตอนนี้มีความต้องการสูง แต่คนไทยไม่ค่อยดื่มแชมเปญและไวน์ขาว แต่คนยุโรปดื่มกันเยอะ แชมเปญก็น่าสนใจในการลงทุน

มีตัวอย่างอีกเช่น ถ้าลงทุนในบอร์กโดซ์ มูตอง รอธส์ชิลด์ ปี 2000 ถ้าลงทุนประมาณปี 2013 ลงทุนไป 10 ปี จะได้รีเทิร์นราว 386% ประมาณปีละเฉลี่ย 38% แต่ถ้าลงทุนในเบอร์กันดี เช่น อามารูซโซ่ 1999, 2014 อย่างหลังจะรีเทิร์นราว 700% ซึ่งเฉลี่ยปีละ 70%

ที่สำคัญคือ ต้องรู้ว่าซื้อตัวไหน ข้อเสียคือ ไวน์แบบนี้จะซื้อได้ไม่เยอะ ไม่เหมือนหุ้นคุณลงทุนได้สิบล้าน ร้อยล้าน แต่ไวน์พวกนี้ผลิตน้อยมาก รีเทิร์นสูงก็จริงแต่อาจไม่ได้วอลุ่ม คุณอาจได้มา 1, 2, 3 ลังก็ถือว่าโชคดีแล้ว จะเดินไปซื้อไวน์แบบผู้หญิงซื้อเบอร์กิ้น (กระเป๋าแอร์เมส) หรือหิมาลายา อยากได้สามโหลเขาก็ไม่มีขายให้ เพราะเขาผลิตแบบลิมิต แต่ถ้าคุณได้มาเอาไปขายต่อจะได้กำไรทันที”

160511235851

  การบรรยายเรื่อง "ลงทุนในไวน์"

นักลงทุนในไวน์เล่าเรื่อง “ราคา” จนทำให้เริ่มเกิด “แรงปรารถนา” ขึ้นมาจริง ๆ แล้ว...

“แล้วจะทำอย่างไร การลงทุนในไวน์มีหลายช่องทาง ง่ายที่สุดเลยคือจ้างกองทุน เหมือนกองทุนหุ้น มีหลายแห่ง เช่น อินเวสต์เมนท์ ไวน์เซลลาร์, ไวน์ซอร์สฟันด์ คุณไม่ต้องทำอะไรเลย มีเงินอยู่ก้อนหนึ่งเดินไปคุยกับเขา อยากลงทุนแบบนี้กับไวน์ ต้องการรีเทิร์นประมาณนี้ มีเวลาสองปีสามปี เขาจะจัดการให้คุณหมดเลย ทำให้ทุกอย่าง

ข้อดีคือ ไม่ต้องคิดเองหรือคิดเองน้อยมาก อีกอย่างมีผู้เชี่ยวชาญที่คอยช่วยเหลือ ส่วนข้อเสียคือ คุณอาจลงทุนหมื่นเหรียญ หรือห้าหมื่นเหรียญ และอาจต้องรอ 6 เดือน หรือ 2 ปี กว่าจะเอาออกมาได้ มันช้า และคุณไม่สามารถควบคุมเงินลงทุนของคุณเอง เช่น มีเงินหมื่นหรือแสน อยากลงทุนไวน์ แบบซื้อขายง่าย ๆ เร็ว ๆ ก็มีอีกหนึ่งช่องทางคือ ซื้อหุ้นไวน์ หุ้นบริษัทไวน์มีหลายตัว เช่น Treasury Wine ในออสเตรเลีย, LVMH ของฝรั่งเศส สามารถเข้าไปลงทุนได้เลยไม่ต่างอะไรกับการซื้อหุ้น แล้วบริษัทเหล่านี้จะไปลงทุนในไร่ไวน์ต่าง ๆ

มีอีกอย่างคือลงทุนในไร่ไวน์เลย ซื้อไร่ไวน์ลงทุนทำไวน์เอง เมืองไทยมีที่เขาใหญ่ หัวหิน หรือไปซื้อไร่ไวน์ในฝรั่งเศส คือ 100% คอนโทรลเอง แต่ข้อเสียคือไร่ไวน์ไม่ถูก และต้องใช้เวลานานกว่าจะเบรก อีเวนต์ พอยท์ ต้องมีผู้เชี่ยวชาญ ใช้เวลา เพราะองุ่นไม่ได้โตเหมือนผลไม้อย่างอื่น กว่าจะปลูก ต้องลอง 5-7 ปี ที่ฝรั่งเศสเขาต้องรอ 20 ปี กว่าจะเอามาทำไวน์ได้ ให้รากขององุ่นลงลึกเพื่อรับสารอาหารจากดิน ทำให้ไวน์มีคอมเพล็กซิตี้ การทำไร่ไวน์คล้ายการทำคาเวียร์ กว่าปลาสเตอร์เจี้ยนจะออกไข่ต้องรอ 9-10 ปี กว่าจะขายได้ เป็น Long Term Investment มาก ๆ”

160511295547 

เมื่อมี Passion แล้วลงทุนอย่างไร คุณชวนท บอกว่า

“ซื้อไวน์มาเป็นขวดเก็บไว้ที่บ้านแล้วขาย ผมจะเน้นตรงนี้กับ Passion ที่เกิดขึ้น เพราะบางทีการซื้อหุ้นเราไม่ได้เข้าไปมีส่วนร่วม แต่เนื่องจากไวน์มีคอนเนคชั่น ถ้าเกิดคุณมีเซลลาร์อยู่ที่บ้าน เริ่มซื้อไวน์สะสมได้ครับ แต่ถ้าคุณเป็นนักลงทุนแบบ Serious Investor อย่าเก็บไวน์ไว้ที่บ้าน เพราะหนึ่ง.ภาษี สอง.อากาศบ้านเรา ไม่เหมาะสมกับการเก็บไวน์ และปกติเมื่อไวน์เข้ามาเมืองไทยแล้ว บริษัทประมูลเช่น คริสตี้, โซเธอบีส์ จะไม่รับไวน์คุณเพราะคิดว่าไวน์ผ่านประเทศที่ไม่เหมาะสม (ต่อการเก็บ) ทำให้มาตรฐานดรอปลง อย่างง่ายที่สุดใกล้บ้านเราคือ ฮ่องกง แท็กซ์ฟรี คนจะไปเก็บไวน์ที่นั่นเยอะ เมื่อเวลาขาย บริษัทประมูลก็จะจัดการทุกอย่างเลย เขามีสิ่งอำนวยความสะดวกในการเก็บไวน์ที่ดีมาก แต่ไม่เป็นไร ถ้าเราไม่มีเซลลาร์ที่ฮ่องกงอยู่เมืองไทยก็ขายได้”

ตอนนี้นักลงทุนที่เข้าฟังเริ่มขยับตัว รู้สึกว่า Passsion ก็มีแล้ว และจะไปต่อยังไง...

“เริ่มจากไวน์ที่เราชอบ และงบประมาณ และไทม์ไลน์ที่จะเก็บ เช่น เก็บ 5-6 เดือน หรือ 2 ปี และควรซื้ออย่างน้อย 6 ขวด แล้วลองดูว่าแต่ละปีรสชาติเปลี่ยนไปมั้ย มันมีโปรเกรสชั่นยังไง เชื่อมั้ยว่าผมขายไวน์ง่ายที่สุดคือขายให้กับเพื่อน เวลาคุณมีไวน์คุณเชิญเพื่อนมาดินเนอร์ บอกเพื่อนว่าขวดนี้มาจากอิตาลี คุยกับผู้ผลิตแล้วชอบมาก ได้มา 6 ขวด ตอนนี้เหลือ 4-5 ขวด เอามั้ย...เชื่อมั้ยว่าเพื่อนราว 99% เอาหมด ขายให้กับวงเพื่อน แล้วถ้ามีไวน์มากขึ้นก็ค่อยขายผ่านการประมูล บริษัทประมูลจะรับไวน์ไปจัดประมูลให้

ส่วนเรื่องหุ้นบริษัทไวน์ ถ้าลงทุนแล้วอยากขายก็ขายได้เลย จะสามเดือนหรือสองปี เขาจะจัดการให้

 

ลงทุนกับไวน์จะได้เพื่อนด้วย นักลงทุนไวน์เผยว่า

“ปัจจุบันผมทำไวน์ดินเนอร์ และคนที่ขายไวน์เป็นเพื่อน ๆ ที่รู้จักกัน คุณไม่ได้ขอบคุณเขานะเขาจะขอบคุณคุณ ได้เงินด้วยและเหมือนติดสินน้ำใจกับเราด้วยว่า อุตส่าห์ไปหาไวน์ให้เขา ผมว่าเป็นสังคมที่ดีและได้กลุ่มเพื่อนที่ดี

ผมได้เพื่อนดี ๆ ระหว่างการดื่มไวน์เยอะมาก ใครไม่ตีกอล์ฟแนะนำให้ดื่มไวน์ครับ ไวน์ทำให้ผมได้เจอผู้ใหญ่ เจอเพื่อน เจอรุ่นน้องดี ๆ และคอนเนคชั่นที่จากวงไวน์กลายเป็นเนตเวิร์คกิ้งอีกหลาย ๆ อย่าง อยากบอกว่าคุณซื้อนาฬิกาแพง ๆ ให้เพื่อนดู เพื่อนก็ไม่สุขกับคุณหรอก แต่การที่คุณเอาไวน์ดี ๆ ให้เพื่อนดื่มด้วย ทุกคนสุขเท่ากัน เขาอาจจะสุขมากกว่าด้วยเพราะไม่ต้องจ่ายตังค์ ทุกคนเอ็นจอยโมเมนต์นั้นด้วยกัน สำคัญมาก และเวลาที่ได้เอ็นจอยอะไรร่วมกันก็ทำให้สตรองขึ้น

ไวน์ดูคล้ายแฟชั่นเพราะมี “เทรนด์ไวน์” เหมือนกัน

“เทรนด์ตอนนี้ เบอร์กันดี 82% มีบันทึกสถิติเป็น New World Record คือ 780 ล็อต ในนี้ 142 ล็อต เป็น New Record ว่าราคาขึ้น 82% เป็นเบอร์กันดี แวลูแต่ละล็อตเกิน 20,000 เหรียญ คือไวน์ล็อตหนึ่งอาจมี 6 หรือ 12 ขวด ดังนั้นราคาเกิน 6 แสนบาท ไวน์อีกตัวที่เป็นสถิติใหม่คือไวน์ขาว โดเมน

10 ไวน์ท็อปเทน เขาขายอะไรกันบ้าง ในล็อตนี้มีบอร์กโดซ์ด้วย 61 ชาโต สังเกตว่าบอร์กโดซ์ถ้าจะขายต้องเป็นปีที่มีอายุหน่อย แต่ต้องเป็น Legendary Vintage

อีกอัน โดเมน เลอฮรัว (Domaine Leroy) ล็อตหนึ่ง 2 ขวด ราคาห้าแสนฮ่องกง หรือสองล้านบาท, โรมานี คอนติ (Romanee-Conti)  ขาย 3 ขวด สองล้านกว่าบาท ปีใหม่ ๆ เช่น 2015, 2006, 2004 แพงหมดเลย ทั้งหมดมีบอร์กโดซ์ 3 ตัว ที่เหลือเป็นเบอร์กันดีหมดเลย เป็นเทรนด์ที่เข้าไปดูได้”

160511257524 

เทรนด์ใหม่อีกอย่างที่มาแรงคือ ตอนนี้ “คนจีนซื้อไวน์มากที่สุด”

“คนจีนวันหนึ่งใช้เงินกับไวน์มาก ผมเคยดื่มไวน์กับคนจีน สมัยก่อนในยุโรปคนที่ซื้อไวน์เยอะคืออเมริกา อังกฤษ ยุโรป แต่คนพวกนี้ซื้อมาเก็บหรืออินเวสต์ คนอังกฤษเวลาซื้อไวน์มาเยอะ ๆ เขาจะเก็บไว้ห้าปีสิบปี แล้วขาย แต่คนจีนซื้อมาเขาดื่มด้วย เมื่อเขาดื่มอะไรเกิดขึ้น ดีมานด์ครับ การที่คนจีนซื้อไวน์แพง ๆ แล้วมาดื่ม ทำให้ราคากระโดด ซื้อมาเก็บก็อย่างหนึ่ง แต่ถ้าซื้อมาดื่มราคาจะก้าวกระโดดมาก

ปัจจุบันคนจีนมีความรู้เรื่องไวน์มากกว่าคนไทย 5 เท่า ผมเคยจัดเสวนาที่จีน เจอรุ่นน้องอายุ 26 ปี เก่งมาก อายุแค่นี้ทำไมเขารู้เรื่องไวน์มากขนาดนี้ ผมกินไวน์มาตั้งสิบปียังรู้ไม่เท่าเขาเลย แล้วเขาได้สิทธิในการซื้อไวน์เบอร์กันดี ซื้อทีสามสี่โหล ต้องมีคอนเนคชั่นนะ คนก็ซื้อไวน์เบอร์กันดีเหมือนกัน แต่ต้องมีสิทธิพิเศษที่จะซื้อไวน์กับมาดาม Leroy (Lalou Bize-Leroy ผู้หญิงที่ทรงอิทธิพลมากที่สุดในวงการไวน์) ที่เลี้ยงหมาสองตัว คุณต้องเป็นระดับซูเปอร์วีไอพี เพราะคุณซื้อไวน์ตรงกับเขาแล้วเอาไปขายต่อ ราคามันกระโดด

พอถามไปถามมา เด็กคนนี้ได้สิทธิพิเศษขนาดนั้นได้ยังไง...เพราะที่บ้านส่งไปเรียนสวิสตั้งแต่อายุ 18 อยู่สวิส 3 ปี จนพูดฝรั่งเศสคล่องแล้วมาอยู่เบอร์กันดี 5 ปี ซื้อบ้านที่เบอร์กันดี กินข้าวร้านเดียวกับมาดามทุกวัน ทำอยู่ 3 ปี จนตีสนิทกับเจ้าของ สุดยอด... ไปเรียนก่อนแล้วพยายามคุยกับมาดาม ผมชอบไวน์คุณ จีบอย่างนี้อยู่สามสี่ปี พอปีที่ห้าได้ ใช้เวลาประมาณ 7 ปี บอกเลยว่าความตั้งใจของเราสู้เขาไม่ได้”

 160511298482

สรุปหลักเกณฑ์สำคัญในการลงทุนกับไวน์ กูรูด้านไวน์บอกว่า

“อะไรที่บ่งบอกราคาของไวน์ มีไม่กี่อย่าง ได้แก่ วินเทจ แอเรีย และ โปรดิวเซอร์ หรือผู้ผลิต ถ้าลงทุนในไวน์ต้องดูปีที่เก็บได้นาน ถ้าซื้อไวน์มาแล้วจะเสียภายในสองปี หรือไวเนอรี่ที่จะหมดอายุในห้าปีก็ไม่ควรซื้อ ต้องซื้อไวน์ที่มีอายุในการเก็บ เหมือนซื้อคอนโดก็ต้องดูทำเล สำหรับโปรดิวเซอร์เปรียบเหมือนเดเวลอปเปอร์ มีชื่อเสียงดีหรือเปล่า ไม่ต่างกับไวน์เมกเกอร์ ที่มีส่วนสำคัญมาก ๆ ถ้าจะซื้อไวน์แต่ไม่รู้คนทำไวน์หน้าตาแบบไหนก็ไม่ควรซื้อ

หรือบางทีคอนดิชันต่าง ๆ ของไวน์ เช่น ความหายาก ถ้าซื้อไวน์ที่ผลิตคราวละห้าล้านขวด มันเยอะเกินไป มันไม่มีความหายาก ราคาก็จะไม่ขึ้น แล้วทำไมเบอร์กันดีราคาถึงขึ้นมากกว่าบอร์กโดซ์ เพราะผลิตไม่เยอะ เป็นหลักพัน สองพัน ห้าพัน แปดร้อยขวดก็มี ในขณะที่บอร์กโดซ์ผลิตประมาณสองแสนขวดต่อชาโต

หรือชิลี ผลิต 5 ล้านขวด เป็นแมสมาก ราคาจะไม่ค่อยขึ้น เหมือนเวลาคนสะสมวิสกี้ก็ต้องดูที่เป็นวินเทจ อย่างพวกที่เลิกผลิตแล้ว หาไม่ได้แล้ว ราคาจะขึ้นเยอะมาก แต่เรื่องนี้ก็มีความเสี่ยงด้วย เรื่อง ไวน์เสีย ศูนย์เลยนะ ถ้าเราซื้อรถเสีย นาฬิกาเสีย ซ่อมได้ แต่ถ้าไวน์เสียซ่อมไม่ได้ โดยเฉพาะไวน์เก่า ต้องดูน้ำ ดูฉลาก คอร์กหลุดมั้ย สียังใสมั้ย ดูทุกอย่าง ต้องศึกษาและเข้าใจในไวน์

ซื้อไวน์แล้วเก็บยังไง สำคัญมาก ไวน์เหมือนคนที่ไม่ชอบเดินทาง ไวน์ยิ่งเดินทางเท่าไหร่จะทำให้คุณภาพดรอปลง เช่น ไวน์บนเรือครูซ เดินทางบ่อย ๆ ทำให้คอนดิชั่นของไวน์ดรอปลง ทำให้ไวน์แก่เร็วกว่าปกติ ดังนั้นแหล่งผลิตไวน์สำคัญมาก ขวดที่ขายได้ 8 ล้าน เป็นเอ็กซ์ชาโต (Ex-chateau) แปลว่าไวน์ไม่ได้เคลื่อนย้ายไปไหนเลยทั้งชีวิต ทำอย่างเดียวคือออกจากชาโตแล้วมาถึงบ้านคุณเลย คือเดอะ เบสต์ คนที่เป็นนักสะสม โจเซฟ เลา (Joseph Lau) เป็นไทคูนฮ่องกง เขาสะสมภาพเขียนด้วย ส่วนใหญ่จะสะสมไวน์ด้วย เขามีเซลลาร์เยอะมาก ขวดที่ประมูลไป 8 ล้าน หลายขวดเป็นเอ็กซ์เซลลาร์ด้วย ทำให้ราคาขึ้นสูงมาก”

160511313283

  (ภาพ Wallpaper Flare)

สำหรับมือใหม่นักลงทุนในไวน์ การศึกษาจาก “มาร์เก็ตเทรนด์” ก็สำคัญ

“ถ้าคนจีนทั้งประเทศกำลังดื่มไวน์ตัวไหนอยู่ จะสำคัญมาก ตอนนี้คนจีนเปลี่ยนจากไวน์บอร์กโดซ์มาดื่มเบอร์กันดีเยอะมาก และการผลิตของเบอร์กันดีน้อยมาก ผมบอกได้เลยว่าถ้าคุณมีเงินสัก 200 ล้านบาท สามารถปั่นราคาไวน์เบอร์กันดีได้เลย ถ้าเทียบว่าจะไปปั่นราคาหุ้นไม่หมูนะ ต้องมีเงินเป็นพันล้าน แต่ไวน์ง่ายกว่า ผมมีเพื่อนที่ฮ่องกงเขากวาดไวน์ไป ที่บอกว่าขายขวดละ 8 ล้าน เมคเซนส์มั้ย ไวน์มีอะไรอร่อยขวดตั้ง 8 ล้าน มันไม่มีการจัสติฟายด์หรือตัดสินได้หรอก ถ้าขายได้ขวดละ 8 ล้าน แล้วเขามีแบบนี้อยู่ที่บ้านอีกร้อยขวด มันก็เซตนิวเรคคอร์ดได้ ปั่นราคาตลาดได้ง่ายกับไวน์ขวดเดียว คุ้มมั้ย..เสีย 8 ล้าน แต่อีกร้อยขวดขายได้เป็นร้อยล้าน ก็คุ้ม”

160511322773

ไวน์โลกใหม่ ออสเตรเลีย ชิลี อเมริกา ล้วนน่าสนใจไม่แพ้ไวน์โลกเก่า คุณชวนทแนะนำว่า

“ปัจจุบันมีไวน์เมกเกอร์จากโลกเก่าไปออสเตรเลีย เพราะมีเทคโนโลยีใหม่ ๆ เกิดขึ้นมาก ไวน์เมกเกอร์ชื่อดังซาโตะ ก็ไปทำไวน์ที่นิวซีแลนด์ และพวกยังก์เจนไวน์เมกเกอร์ที่เกิดใหม่อีกมาก ผมว่าในอีก 5 ปี หรือ 10 ปี ทุกคนจะได้กินไวน์จีน เนื่องจากประเทศจีนมีละติจูดที่เหมาะในการปลูกองุ่น ดินก็ดี มีแอเรีย มีแรงงาน และมีเงินจ้างไวน์เมกเกอร์เก่ง ๆ จีนเริ่มทำโปรเจคเมื่อสิบปีที่แล้ว ไวน์จีนสู้ไวน์บอกร์โดซ์ได้เลย ตอนนี้มีหลายไวเนอรีแล้ว

อีกเรื่องที่สำคัญคือ การขนส่งไวน์ อย่างที่เรารู้ว่าไวน์ไม่ต้องการการเดินทาง การขนส่งไวน์ถ้าไม่เข้ามาในแอร์คอนเทนเนอร์ ไวน์จะเสีย หรือบางทีช่วงที่สรรพากรติดแสตมป์ ในห้องไม่มีแอร์ไวน์ก็เสีย ต้องระมัดระวังมาก ถ้าดื่มเองไม่เป็นไร แต่ซื้อมาลงทุนมีความเสี่ยง

การเก็บไวน์ไม่ให้เสีย สำคัญสุดคือ หนึ่ง.ไวน์ไม่ชอบแสงแดด อุณหภูมิ 12-15 องศา อย่าเกิน 18 เด็ดขาด เพราะถ้าร้อนไปไวน์จะขยายตัว เกิดออกซิเดชั่น เย็นเกินไปจะฟรีซไม่มีการพัฒนา อีกอันคือความชื้น หลายคนเอาไวน์ใส่ตู้เย็น ถ้าใส่แค่ห้าวันสิบวันไม่เป็นไร เพราะในตู้เย็นมันแห้งมาก คอร์กจะหดตัว พอหดตัวออกซิเจนจะเข้าไปในขวดได้ทำให้ไวน์ออกซิดาย ถ้าไวน์เป็นคอร์กให้นอน อย่าตั้ง จะทำให้คอร์กแห้ง เราต้องให้คอร์กชุ่มชื้นตลอดเวลา และไม่ต้องการสั่น ไม่ต้องการการเดินทาง เพราะจะทำให้ไวน์เอจหรือแก่เร็ว คุณภาพจะไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์ ไวน์ชอบนิ่ง ไม่มีแดด เย็นและมีความชุ่มชื้น

ความเสี่ยงอีกอย่างคือพวกไวน์ราคาสูงมักจะทำปลอม แล้วจะรู้ได้ไงว่าเปน “เฟคไวน์” จับยากมั้ย บางทีถ้าไม่เปิดกินก็จะไม่รู้ ปกติเวลาเขาซื้อไวน์แพง ๆ ไม่ได้เอากินวันนี้พรุ่งนี้ ต้องเก็บสามปีห้าปี  ถ้าคนขายไปอยู่มัลดีฟส์ซื้อมาแล้วปลอมจะไปเคลมที่ไหน ไม่เหมือนซื้อนาฬิกาเก๊ แต่ไวน์กินเสร็จบอกไม่ใช่ของจริงจะเอาไปเปลี่ยน รสชาติก็เปลี่ยนไปแล้ว ต้องระวัง ดังนั้นต้องซื้อจากแหล่งที่เชื่อถือได้”

160511309371

แต่ความเสี่ยงที่สูงที่สุดในการลงทุนในไวน์ เหมือนเป็นเรื่องที่รู้ ๆ กันอยู่...

“คือ การดื่ม เมื่อเรามีไวน์ที่เราชอบมากตั้งอยู่ที่บ้านทุกวัน มองผ่านไปผ่านมาจะปฏิเสธตัวเองไม่ให้กินยากที่สุด เพราะวันใดที่คุณดื่มไวน์มันจะสูญทันที ต้องหักห้ามใจตัวเองให้ได้

อยากลงทุนในไวน์ อยากให้คิดว่า start small enjoy the learning process เริ่มจากเล็ก ๆ การลงทุนไวน์ไม่จำเป็นต้องใหญ่โตมโหฬาร ไม่จำเป็นต้องซื้อไวเนอรี่ เริ่มจากไวน์แค่ห้าขวดสิบขวดก็ได้ ทำในสิ่งที่เราชอบ และดื่มกับเพื่อนที่รู้สึกว่าถูกคอกัน  มีแพสชั่นเหมือน ๆ กัน แล้วทุกอย่างจะค่อย ๆ มาของมันเอง”

 

 

ดื่มไวน์วันไหน...อร่อยที่สุด

ชวนท รัตตกุล แนะนำว่า ทฤษฎีการดูดาวและดวงจันทร์ หรือ Biodynamic Calendar for Wine Drinkers ที่ทำให้การดื่มไวน์ในแต่ละวันอร่อยไม่เท่ากัน แบ่งเป็น 4 วัน มี Root Days, Flower Days, Leaf Days, Fruit Days วันที่เป็น Flower กับ Fruit ไวน์จะอร่อยกว่าปกติ (มีหนังสือแนะนำวันที่ดื่มไวน์อร่อยในแต่ละปี)

160511270574

 Flower Day และ Fruit Day วันที่ดื่มไวน์อร่อยที่สุด (ภาพ folly.com)

ไบโอไดนามิคไวน์ คือการปลูกองุ่นแบบดูดวงจันทร์ เพราะเชื่อว่ามีผลกระทบต่อองุ่น ในองุ่นมีน้ำมาก น้ำขึ้นน้ำลงมาจากดวงจันทร์ น้ำองุ่นก็มาจากอิทธิพลของดวงจันทร์ ทฤษฎีนี้เขียนมาตั้งแต่ปี 1924 คนปลูกองุ่นเขาก็เชื่อเรื่องนี้เหมือนกัน สมัยก่อนเวลาไวน์จะถ่ายถังไวน์ออกเพื่อไม่ให้มีตะกอน เขาจะทำไวน์ในช่วงที่พระจันทร์อยู่ห่างโลกที่สุด เพราะเวลาพระจันทร์อยู่ใกล้โลก พวกตะกอนจะขึ้นมา เขาใช้วิธีนี้มาเป็นพัน ๆ ปีแล้ว แต่เริ่มมีทฤษฎีนี้ประมาณร้อยปีที่แล้ว คือการดูฤกษ์ ดูองศาการโคจรต่าง ๆ ของดวงดาวในการปลูกไวน์แบบไบโอไดนามิค ปัจจุบันออร์แกนิคไวน์ล้าสมัยไปแล้ว

แนะนำเว็บไซต์ให้ความรู้เกี่ยวกับไวน์ : wine-searcher.com, naturalmerchants.com, terriorwines.co.th

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags: