วันศุกร์ ที่ 3 เมษายน 2569

Login
Login

'ธนาคารกรุงไทย' พ้นสภาพ 'รัฐวิสาหกิจ' เช็คสถานะ ส่องประวัติ และผู้ถือหุ้นใหญ่

'ธนาคารกรุงไทย' พ้นสภาพ 'รัฐวิสาหกิจ' เช็คสถานะ ส่องประวัติ และผู้ถือหุ้นใหญ่

เปิดข้อมูลล่าสุด "ธนาคารกรุงไทย" พ้นสภาพ "รัฐวิสาหกิจ" เช็คสถานะ ส่องประวัติ และผู้ถือหุ้นใหญ่

กลายเป็นกระแสความสนใจของประชาชน กรณี ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ได้แจ้งผลจาก สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ว่า ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ไม่มีลักษณะเป็นบริษัทหรือบริษัทมหาชนจำกัดที่เป็นรัฐวิสาหกิจ 

ต่อมา ธนาคารกรุงไทย ยื่นหนังสือแจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ ว่า กำลังศึกษาผลความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกา ในประเด็นด้านคุณสมบัติของกรรมการและผู้บริหารสูงสุดของธนาคารจนได้ข้อยุติว่า โดยผลของความเห็นของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ประกอบกับการมีผลบังคับใช้ของพระราชบัญญัติการพัฒนาการกำกับดูแลและการบริหารรัฐวิสาหกิจ พ.ศ. 2562 

"ส่งผลทำให้กรรมการ ผู้บริหารสูงสุด ตลอดจนพนักงานของธนาคาร ไม่อยู่ภายใต้บังคับของพระราชบัญญัติคุณสมบัติมาตรฐานของกรรมการและพนักงานรัฐวิสาหกิจ พ.ศ. 2518" 

ขณะที่ นายประภาส คงเอียด ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) ได้รับคำตอบว่า สคร. ในฐานะที่กำกับดูแลรัฐวิสาหกิจ ซึ่งธนาคารกรุงไทย ก็เป็นหนึ่งในรัฐวิสาหกิจที่ สคร.ดูแล แต่ในขณะนี้เมื่อทางกฎหมาย กรุงไทยได้พ้นความเป็นรัฐวิสาหกิจ แล้ว ทราบว่าทางกรมบัญชีกลางจะออกระเบียบใหม่ เพื่อให้หน่วยงานราชการยังสามารถทำธุรกรรมการเงินกับธนาคารกรุงไทยได้ต่อไป โดยไม่ผิดระเบียบแต่อย่างใด

สถานะ ธนาคารกรุงไทย ยอดสินเชื่อ 2 ล้านล้านบ. - กำไร 9 เดือนปีนี้ 68,023 ล้านบ.


น่าสนใจว่า ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ธนาคารและบริษัทย่อยมีกำไรจากการดำเนินงานสำหรับไตรมาส 3/2563 เท่ากับ 16,572 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 16.0 จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน

ธนาคารกรุงไทย มีกำไรจากการดำเนินงาน 9 เดือนปี 2563 เพิ่มขึ้นร้อยละ 12.4 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากมีรายได้ดอกเบี้ยสุทธิเท่ากับ 68,023 ล้านบาท ขยายตัวขึ้นร้อยละ 0.6 ท่ามกลางสภาวะดอกเบี้ยนโยบายที่ถูกปรับลดจนต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ และข้อมูลล่าสุด ธนาคารกรุงไทย มียอดสินเชื่อและดอกเบี้ยค้างรับสุทธิ 2,149,620 ล้านบาท

11 ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ธนาคารกรุงไทย

ข้อมูลจาก set.or.th ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผย 11 ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ธนาคารกรุงไทย ดังนี้
1. กองทุน เพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน 55.07% 
2. บริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัด 5.97% 
3. STATE STREET EUROPE LIMITED 2.60%
4. สหกรณ์ออมทรัพย์ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย จำกัด 2.33%
5. กองทุนรวม วายุภักษ์หนึ่ง โดย บลจ.เอ็มเอฟซี จำกัด (มหาชน) 2.19%
6. กองทุนรวม วายุภักษ์หนึ่ง โดย บลจ.กรุงไทย จำกัด (มหาชน) 2.19%
7. SOUTH EAST ASIA UK (TYPE C) NOMINEES LIMITED 1.45%
8. ชุมนุมสหกรณ์ออมทรัพย์แห่งประเทศไทย จำกัด 1.42%
9. ธนาคารออมสิน 0.81.
10.THE BANK OF NEW YORK MELLON 0.71.
11. BNY MELLON NOMINEES LIMITED 0.70%

ประวัติ ธนาคารกรุงไทย อายุ 54 ปี

ปี 2509 “ธนาคารกรุงไทย” เริ่มเปิดดำเนินกิจการ ก่อตั้ง “ธนาคารกรุงไทย จำกัด” สาขาแรก โดยรวม 2 ธนาคาร ที่รัฐบาลเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ในขณะนั้น ได้แก่ ธนาคารเกษตร จำกัด และ ธนาคาร มณฑล จำกัด สำนักงานตั้งอยู่บนถนนเยาวราช ถนนสายเศรษฐกิจเส้นสำคัญในขณะนั้น ทั้งนี้เพื่อให้มีฐานะทางการเงินที่มั่นคงสามารถคุ้มครองผู้ฝากเงิน และบริการลูกค้าได้กว้างขวางและมีบทบาทช่วยพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศได้มากขึ้นด้วย

ปี 2525 ธนาคารกรุงไทยย้ายสำนักงานใหญ่มาอยู่ถนนสุขุมวิท ย้ายสำนักงานใหญ่มาอยู่ ณ อาคารเลขที่ 35 ถนนสุขุมวิท จนถึงปัจจุบัน

ปี 2530 ธนาคารกรุงไทยได้รับมอบหมาย ให้ช่วยบริหารงาน “โครงการ 4 เมษา” ต่อจากธนาคารแห่งประเทศไทย โดยเน้นในเชิงธุรกิจ ซึ่งเท่ากับว่าธนาคารกรุงไทยมีบทบาทสำคัญในการช่วยแก้ไขปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจครั้งสำคัญครั้งหนึ่งของไทย จากนั้นเดือนสิงหาคมในปีเดียวกัน ธนาคารกรุงไทยได้รับโอนทรัพย์สินและหนี้สินของธนาคารสยาม จำกัด ที่กำลังมีปัญหาจากการควบรวมครั้งนี้ ทำให้ธนาคารกรุงไทยเป็นธนาคารที่มีทรัพย์สินมากเป็นอันดับ 2 ของประเทศ และแสดงบทบาทความเป็น “ธนาคารนำ” (Lead Bank)

ปี 2532-2537 หุ้นของธนาคารกรุงไทยเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย อีกก้าวที่สำคัญเกิดขึ้นเมื่อได้นำหุ้นของธนาคารเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจแห่งแรก โดยเริ่มเปิดให้มีการซื้อ-ขายหุ้นของธนาคารในตลาดหลักทรัพย์ฯ ตั้งแต่วันที่ 2 สิงหาคม 2532 และในวันที่ 24 มีนาคม 2537 ธนาคารกรุงไทยเปลี่ยนเป็นบริษัทมหาชน ภายใต้ชื่อ “ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ใช้ชื่อภาษาอังกฤษว่า “Krung Thai Bank Public Company Limited”

ปี 2540-2547 ธนาคารกรุงไทยฝ่าฟันอุปสรรคด้วยความมุ่งมั่นในปี 2540 สถาบันการเงินส่วนใหญ่ประสบปัญหาการขาดความเชื่อมั่น ในสถาบันการเงิน แต่ธนาคารกรุงไทยก็ยังสามารถฟันฝ่าอุปสรรคในช่วง ที่มีสภาวะเศรษฐกิจ และการเงินของประเทศแทบจะล้มละลายมาได้

ปี พ.ศ. 2546 ธนาคารกรุงไทยเป็นธนาคารพาณิชย์แห่งแรก ที่สามารถจ่ายเงินปันผลให้กับผู้ถือหุ้นได้ และยังเป็นผู้นำในการรักษาระดับอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก เป็นธนาคารพาณิชย์แห่งสุดท้าย ที่ประกาศลดอัตราดอกเบี้ยเงินฝากลง และก็ยังเป็นผู้นำในการรณรงค์ให้ประชาชนหันมารักษาและเปิดเผยข้อมูลเครดิตของตนเองเพื่อประโยชน์ในการขอสินเชื่อ ปลายปี พ.ศ. 2547 บริจาคเงินเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยคลื่นยักษ์สึนามิใน 6 จังหวัดภาคใต้ เป็นจำนวนเงิน 100 ล้านบาท

ปัจจุบัน ธนาคารกรุงไทย เปลี่ยนจาก "ธนาคารแสนสะดวก" หรือ "The Convenience Bank" ที่ถือเป็นมาตรฐานบริการของธนาคารในปัจจุบัน สู่แนวคิด "Growing Together" หรือ "กรุงไทย เคียงข้างไทย เคียงข้างคุณ" 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ที่มาข้อมูลจาก https://krungthai.com/