"วิษณุ" บอกนายกฯสนใจหลายข้อเสนอ พร้อม ยุบสภา หากส.ส.แจ้งความต้องการ
เมื่อเวลา 15.51 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ชี้แจงต่อที่ประชุมร่วมรัฐสภา สมัยวิสามัญ เพื่ออภิปรายทั่วไป โดยไม่ลงมติ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 165 ว่า รัฐบาลพยายามแก้ปัญหาให้มากที่สุด ส่วนข้อเสนอให้ลาออกจากตำแหน่งนายกฯ นั้น มีขั้นตอนที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ คือ หากนายกฯลาออก คณะรัฐมนตรีต้องพ้นไปทั้งคณะ แต่ต้องอยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อจนกว่าจะได้คณะรัฐมนตรีที่ตั้งขึ้นใหม่เข้ารับหน้าที่ ส่วนการเลือกนายกฯต้องปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญคือใช้ที่ประชุมของรัฐสภา และใช้เสียงของส.ส. และส.ว. ลงมติเกินกึ่งหนึ่ง ส่วนกรณียุบสภา ทำให้สถานภาพของส.ส.สิ้นสุดลง ซึ่งตนไม่แน่ใจว่าพวกท่านต้องการหรือไม่ ส่วนแนวทางของการแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องเป็นไปตามขั้นตอน
จากนั้น นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ชี้แจงต่อการเสนอญัตติ ว่า เนื้อหาที่ขอรับฟังความเห็นนั้นไม่ใช่มี 3 ประเด็น แต่เป็นเนื้อหาที่ไล่เรียงสิ่งที่เกิดขึ้นเพื่อไม่ให้เกิดคำถามย้อนกลับต่อการเสนอให้ที่ประชุมรัฐสภาเสนอความเห็น ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 165 ส่วนข้อเรียกร้องของกลุ่มชุมนุมในระเด็นต่างๆ ที่รัฐบาลสามารถรับไปพิจารณาและดำเนินการได้ อาทิ เปิดประชุมรัฐสภา สมัยวิสามัญ, ยกเลิกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง รัฐบาลได้ดำเนินการแล้ว ส่วนการแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับที่ประชาชนเข้าชื่อเสนอ ผ่านไอลอว์ นั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการ ทั้งนี้จะนำบรรจุพร้อมกับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้ง 6 ญัตติที่ค้างหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของประธานรัฐสภา ทั้งนี้เหตุผลที่ในการประชุมรัฐสภา สมัยวิสามัญ ไม่บรรจุเรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะรอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนเสนอพิจารณาพร้อมกัน
นายวิษณุ ชี้แจงถึงขั้นตอนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ด้วยว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญจำเป็นต้องทำประชามติ โดยขณะนี้ต้องรอการตรากฎหมายดังกล่าว ทั้งนี้คาดว่าภายในเดือนธันวาคม 2563 หรือเดือนมกราคม 2564 จะแล้วเสร็จ จากนั้นต้องนำร่างกฎหมายขึ้นทูลเกล้าฯ โดยมีกำหนดเวลาภายใน 90 วัน จากนั้นนำร่างรัฐธรรมนูญ ไปออกเสียงประชามติภายในเวลาที่กำหนด ทั้งนี้ร่างกฎหมายประชามติที่รัฐบาลเสนอคือ ภายใน 90 วัน และหากดำเนินการส่วนของกฎหมายประชามติแล้วเสร็จ คือ ต้องมี ส.ส.ร. และเลือกส.ส.ร.ตามร่างรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขกำหนดอีกครั้ง
“ข้อเสนอ 3 ข้อที่ไม่ได้ทำ คือ นายกฯลาออก, ยุบสภา และปฏิรูปสถาบัน ซึ่งรัฐบาลไม่เข้าใจต่อการปฏิรูปสถาบัน จึงอยากฟังสมาชิกรัฐสภา ส่วนข้อเสนอให้ยุบสภา พิจารณาเนื้อหาแล้วตามหลักการการยุบสภา ต้องมีความขัดแย้ง แต่หากเป็นความประสงค์นายกฯ พร้อมจะรับการหารือ ส่วนการลาออกนั้น ต้องเป็นไปตามมาตรา 172 โดยมีเงื่อนไขสำคัญ คือ นายกฯ ต้องมาจากรายชื่อเสนอโดยพรรคการเมือง และขณะนี้มีผู้มีสิทธิ์ 5 คน และตามเงื่อนไขผู้ที่สนับสนุนต้องได้เสียงเกินกึ่งหนึ่งของสมาชิกรัฐสภา คือ 366 เสียงจากสมาชิกรัฐสภาที่มีทั้งหมด 732 เสียง และหากให้ ส.ว.งดออกเสียงทั้งหมดตามเรียกร้อง ต้องหาเสียงให้ได้ 366 เสียงหากไม่ได้ จะถึงทางตัน” นายวิษณุ กล่าว
นายวิษณุ กล่าวด้วยว่า มีผู้เสนอนายกฯ ให้บอกใช้เสียงของพรรคพลังประชารัฐรวมถึงพรรคฝ่ายค้าน เพื่อเลือกนายกฯ ถือเป็นความคิด แต่เมื่อพิจารณาอีกครั้ง พบว่ามีเสียงสนับสนุนนายกฯ ห้ามลาออก ทั้งนี้การลาออกหรือไม่เป็นดุลยพินิจของนายกฯ ส่วนข้อเสนอของพรรคฝ่ายค้าน, พรรคร่วมรัฐบาลและส.ว. ที่เสนอให้ถามประชาชน นายกฯ บอกว่าเป็นข้อเสนอที่ใคร่ครวญได้ แต่ มีข้อกำหนดห้ามถามตัวบุคคล ดังนั้นหากมีกระบวนการตั้งคำถามที่เหมาะสมเชื่อว่าอาจทำได้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าตอนหนึ่งของการชี้แจงของนายวิษณุ ซึ่งอธิบายความต่อข้อเรียกร้องของผู้ชุมนุม ได้ยกตัวอย่าง คือข้อเรียกร้องให้ฮ่องกงเป็นอิสรภาพ รัฐบาลไม่สามารถดำเนินการได้ พบการประท้วงของ นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ให้ถอนคำพูดประเด็นเรียกร้องอิสระภาพให้ฮ่องกง เนื่องจากไม่ใช่ข้อเรียกร้องหลักของกลุ่มคณะราษฎร ทั้งนี้ยอมรับว่าอาจเป็นความเห็นส่วนตัวของผู้ร่วมชุมนุมในจำนวนหลักแสนคนเท่านั้น
ทั้งนี้การประท้วงดังกล่าวถูกตอบโต้ โดยนายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ว่า การประท้วงของนางอมรัตน์ มีลักษณะเหมือนแกนนำม็อบ ต่อมาได้แก้ไขว่าเป็นผู้ควบคุมม็อบ เพราะมีคลิปวีดีโอที่พบการขึ้นปราศรัยบนรถเครื่องเสียง.





