ลงต่อ

ลงต่อ
16 ตุลาคม 2563 | โดย บล.กรุงไทย ซีมิโก้
34

Trading Buy (โดยมีจุดขายตัดขาดทุน 3%)

คาดการณ์ตลาดหุ้นไทยวันนี้

คาดดัชนีฯ ลงต่อ แนวต้าน 1255 / 1260 จุด แนวรับ 1230 / 1220 จุด หากดัชนีฯ ไม่สามารถกลับไปยืนเหนือ 1250 จุด ได้ในวันนี้ จะเป็นสัญญาณยืนยันลงต่อ (Sell Signal) ปัจจัยลบ คือ ความเสี่ยงของการชุมนุมทางการเมืองที่อาจเกิดเหตุรุนแรง การระบาดรอบใหม่ของ COVID-19 ความเสี่ยงของการเกิด Brexit แบบไม่มีดีล

ประเด็นที่มีผลต่อตลาดวันนี้

       1) ความเสี่ยงของการเกิดเหตุรุนแรงในการชุมนุม (-ตลาดหุ้นไทย)

       2) บจ. ไทย เตรียมทยอยประกาศงบ นำโดย TISCO DTAC (-หากออกมาแย่กว่าคาด)

       3) หลายประเทศสมาชิกอียูออกมาตรการล็อกดาวน์บางส่วน เพื่อควบคุมระบาดรอบสองของ COVID-19 (-กลุ่มอิงท่องเที่ยว)

       4) ผู้นำอียูประชุมต่อเป็นวันที่สอง หารือกรณี Brexit (-หากออกมาเป็นแบบ No Deal Brexit)

ตัวเลขเศรษฐกิจวันนี้

USA-ยอดค้าปลีกเดือน ก.ย. คาด +0.7% MoM (Vs คาด +0.6% MoM), Industrial Production เดือน ก.ย. คาด +0.5% MoM (Vs คาด +0.4% MoM), Michigan Consumer Sentiment เดือน ต.ค. คาด 80.5 (Vs เดือน ก.ย. 80.4) / EU-ดุลการค้า เดือน ส.ค. คาด +15.1 พันล้านยูโร (เดือน ก.ค. +27.9 พันล้านยูโร)

สรุปภาวะตลาดหุ้น ทองคำ น้ำมัน วันทำการที่ผ่านมา

- ตลาดหุ้นไทยปิดลบต่อเนื่อง: ดัชนีฯ ยืนในแดนลบตลอดการซื้อขาย ก่อนมาปิดตลาดที่ใกล้ระดับต่ำสุดของวันที่ 1242.96 จุด -21.03 จุด วอลุ่ม 5.42 หมื่นล้านบาท นำลงโดยกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ -6.34% อาหารและเครื่องดื่ม -2.77% พาณิชย์ -2.6% หุ้นบวก >4% MICRO MCS SAMART หุ้นลบ >4% HANA DELTA MINT OSP BAM RBF NRF SUPER KCE HMPRO CRC CPN JMT JMART BJC ASIAN SINGER TQM RS JKN CKP ERW

- ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ร่วง: ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ร่วง ทั้ง DJIA -0.07% S&P500 -0.15% และ Nasdaq -0.47% หลังจากสหรัฐฯ เผยตัวเลขคนว่างงานที่สูงกว่าคาด ทำให้นักลงทุนกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐฯ รวมถึงตลาดยังได้รับแรงกดดันจากความไม่แน่นอนในการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่ของสหรัฐฯ รวมทั้งหลายประเทศในยุโรปประกาศมาตรการล็อกดาวน์ครั้งใหม่ เพื่อควบคุมการระบาดของ COVID-19

-/+ น้ำมันดิบร่วง ทองคำพุ่ง: จากมาตรการล็อกดาวน์รอบใหม่ของหลายประเทศในยุโรป ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและความต้องการใช้น้ำมัน ทำให้ราคาน้ำมันลดลงทั้ง WTI -0.2% อยู่ที่ USD40.96/บาร์เรล และ Brent -0.4% อยู่ที่ USD43.16/บาร์เรล ขณะที่ทองคำเพิ่มขึ้น USD1.6 มาอยู่ที่ USD1,908.9/ออนซ์

ประเด็นสำคัญ

- COVID-19: ฝรั่งเศสประกาศเคอร์ฟิวส์เวลา 21:00-6:00 น. ในกรุงปารีส และ 8 เมืองใหญ่ มีผลตั้งแต่เที่ยงคืนวันศุกร์นี้ และต่อเนื่องไปอย่างน้อย 4 สัปดาห์ เพื่อสกัดการแพร่ระบาด COVID-19 หลังจากมีผู้ติดเชื้อรอบใหม่เฉลี่ย 2 หมื่นรายต่อวัน ส่วนเยอรมนีออกประกาศควบคุมการทำธุรกิจกลางคืนในหลายเมืองใหญ่ รวมถึงเบอร์ลิน แฟรงก์เฟิร์ต

- การเมือง: คณะก้าวหน้าออกแถลงการณ์เรียกร้องให้รัฐบาลปล่อยตัวแกนนำผู้ชุมนุม เนื่องจากเป็นการแสดงออก ซึ่งสิทธิเสรีภาพของประชาชนตามรัฐธรรมนูญ

- Brexit: จับตาการประชุม EU Summit วันที่ 15-16 ต.ค. เพื่อที่จะได้บทสรุปในการประชุมดังกล่าวเกี่ยวกับแนวทาง Brexit โดยหากไม่มีข้อตกลง อังกฤษจะต้องทำการค้ากับ EU ตามเงื่อนไขขององค์กรการค้าโลก (WTO) ตั้งแต่ปี 2021E เป็นต้นไป

+ China: ธนาคารกลางจีนอัดฉีดเงิน จำนวน 5 แสนล้านหยวน ผ่านโครงการปล่อยสินเชื่อระยะ 1 ปี (MLF) เข้าไปในระบบการเงินวันนี้ ส่วนหนึ่งเพื่อชดเชยสินเชื่อ 2 แสนล้านหยวน ที่ครบกำหนดในวันนี้ และคงอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่ 2.95% เป็นเดือนที่หก

+ China: เงินเฟ้อเดือน ก.ย. +1.7% YoY (Vs เดือน ส.ค. +2.4% YoY) เป็นการเพิ่มขึ้นในอัตราต่ำสุดรอบ 19 เดือน เพราะหมวดอาหารเติบโตน้อยสุดรอบ 16 เดือน +7.9% YoY (Vs เดือน ส.ค. +11.2% YoY) นำโดยราคาเนื้อหมู +25.5% YoY (Vs เดือน ก.ค. +52.6% YoY)

– ไทย: ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ (ไทย) คาดเศรษฐกิจไทยปีนี้เติบโต -8% และฟื้นตัวปีหน้าเพียง +2% จากปัจจัยลบในประเทศ และความไม่แน่นอนในต่างประเทศ

กลยุทธ์ลงทุน Trading Buy (โดยมีจุดขายตัดขาดทุน 3%)

หุ้นแนะนำรายสัปดาห์: TVO HANA CPW

หุ้นแนะนำเก็งกำไร: PSL WICE TVO

Derivatives: Wait&see หลังปิด Short S50Z20 ทำกำไรไปแล้ว (อ่านเพิ่มใน KTZ-D)

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
เอกสารประกอบ:
Tags: