‘มิตรภาพสมบูรณ์แบบ’ 66 ปี ‘ไทย-อิสราเอล’

‘มิตรภาพสมบูรณ์แบบ’ 66 ปี ‘ไทย-อิสราเอล’

เปิดเรื่องเล่าจาก "เมเอียร์ ชโลโม" เอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย ถึงความสัมพันธ์อันน่าประทับใจระหว่าง 2 ประเทศ "ไทย" และ "อิสราเอล" ตลอดระยะเวลา 66 ปีที่ผ่านมา

“อิสราเอล” ประเทศเล็กๆ ในตะวันออกกลาง ก่อตั้งประเทศเมื่อปี 2491 ถึงขณะนี้นับเป็นเวลา 72 ปี แต่อิสราเอลมีความสัมพันธ์ทางการทูตกับไทยครบรอบ 66 ปีในวันนี้ (23 มิ.ย.) “เมเอียร์ ชโลโม” เอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย ได้เล่าถึงความสัมพันธ์อันน่าประทับใจระหว่าง 2 ประเทศ 

159284295314

"ตลอดเวลาหลายปีที่ผ่านมา ความสัมพันธ์ทางการทูตอันแน่นแฟ้นของทั้งสองฝ่ายได้เจริญรุ่งเรืองมาอย่างต่อเนื่อง มิตรภาพของทั้ง 2 ประเทศแนบแน่นและลึกซึ้ง อันนำไปสู่การขยายผลประโยชน์ร่วมระหว่างไทยและอิสราเอลในหลากหลายสาขา จึงกล่าวได้ว่า ทั้ง 2 ประเทศเป็น ‘มิตรภาพสมบูรณ์แบบ’ อย่างแท้จริง เพราะต่างเกื้อกูลส่งเสริมซึ่งกันและกันในหลายๆ ด้าน"

ประเทศอิสราเอลมีชื่อเสียงในหมู่คนไทยมาช้านาน ในด้านการพัฒนามูลค่าเพิ่มจากการพัฒนาระบบน้ำและการเกษตร โดยเริ่มต้นจาก พ.ศ.2507 เมื่ออิสราเอลได้รับเชิญให้เข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาโครงการตามพระราชประสงค์ หุบกะพง จ.เพชรบุรี จากความสำเร็จของความร่วมมือด้านการเกษตรในครั้งนั้น ได้ขยายไปสู่ความร่วมมือที่ประสบสำเร็จ ในด้านอื่นๆ อีกด้วย 

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา มีเจ้าหน้าที่และผู้เชี่ยวชาญชาวไทยกว่าพันคน เข้าร่วมการฝึกอบรมกับศูนย์ความร่วมมือด้านการพัฒนาระหว่างประเทศของอิสราเอล หรือ “มาชาฟ” ในขณะเดียวกัน ผู้เชี่ยวชาญชาวอิสราเอลก็ได้แบ่งปันประสบการณ์และความเชี่ยวชาญ รวมถึงให้ความช่วยเหลือด้านการติดตั้งระบบชลประทาน และจัดตั้งแปลงทดลองการเกษตรด้วยวิทยาการของอิสราเอล ที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์และเกาะสมุย

นอกจากนี้ มิตรภาพในภาคประชาชนของทั้ง 2 ฝ่าย ก็เป็นแรงขับเคลื่อนที่สำคัญยิ่งของการพัฒนาความสัมพันธ์ในระดับทวิภาคี หนึ่งในสาขาความร่วมมืออันน่าประทับใจ ที่ทั้ง 2 ฝ่ายได้ร่วมใจกันพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง คือความร่วมมือด้านแรงงาน โดยมีแรงงานไทยหลายหมื่นคนทำงานในภาคการเกษตรของอิสราเอล

ถึงแม้ว่าในปัจจุบันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 (โควิด-19) จะเป็นอุปสรรคต่อความร่วมมือด้านแรงงาน แต่กระนั้นก็ยังมีแรงงานไทยเกือบ 25,000 คนอยู่ในอิสราเอล ความทุ่มเทในการทำงานของแรงงานไทยในอิสราเอล ไม่เพียงแต่ช่วยส่งเสริมความสำเร็จต่อภาคการเกษตรของอิสราเอลเท่านั้น แต่ยังช่วยถ่ายทอดความรู้อันมีค่าจากประเทศอิสราเอลมาสู่ประเทศไทยด้วย

นอกจากความร่วมมือด้านแรงงานแล้ว นักศึกษาอาชีวะไทยหลายร้อยคนยังได้มีโอกาสไปเรียนรู้เรื่องการเกษตรที่ประเทศอิสราเอล โครงการนี้เปิดโอกาสให้นักศึกษาสามารถปฏิบัติและทำงานจริงในแปลงเกษตรของอิสราเอล และเป็นเรื่องที่น่าชื่นชมว่า นักศึกษาไทยจำนวนมากสามารถนำองค์ความรู้ที่ได้สั่งสมเรียนรู้ในอิสราเอล มาประยุกต์และปรับใช้ในภาคการเกษตรในประเทศไทย

การท่องเที่ยวก็เป็นอีกสาขาหนึ่งที่มีความสำคัญยิ่งต่อความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนของทั้ง 2 ประเทศ ถึงแม้ว่าการเดินทางทั่วโลกจำต้องยุติลงชั่วคราวจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 แต่ทูตชโลโมเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่า เมื่อสถานการณ์ทั่วโลกดีขึ้น ชาวอิสราเอลหลายแสนคนจะเดินทางกลับมาท่องเที่ยวในประเทศไทยอีกครั้งหนึ่ง เพราะว่าประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับสองของชาวอิสราเอล 

อาจกล่าวได้ว่านักท่องเที่ยวชาวอิสราเอลเป็นส่วนหนึ่งของภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่ยั่งยืนของไทยอย่างแท้จริง กล่าวคือ 2% ของประชากรชาวอิสราเอลเดินทางมายังประเทศไทยทุกๆ ปี โดยมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ด้านความร่วมมือทางเศรษฐกิจนั้น ประเทศอิสราเอลเป็นที่รับรู้ในวงกว้างในฐานะ “ประเทศแห่งสตาร์ทอัพ” อันมีพื้นฐานที่เข้มแข็งจากวัฒนธรรมแห่งนวัตกรรมและระบบนิเวศของธุรกิจสตาร์ทอัพอิสราเอล ซึ่งได้รับความสนใจเป็นอย่างมากจากภาคธุรกิจไทยที่แสวงหาวิทยาการขั้นสูงและนวัตกรรม ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา สำนักงานนวัตกรรมอิสราเอลได้ลงนามบันทึกข้อตกลงร่วมกับสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติของไทย บันทึกข้อตกลงดังกล่าวมีบทบาทสำคัญยิ่งในการเพิ่มศักยภาพนวัตกรรมของทั้งไทยและอิสราเอล ทั้งยังช่วยเพิ่มโอกาสและสนับสนุนทางการเงินให้โครงการร่วมของทั้ง 2 ฝ่าย 

ยิ่งไปกว่านั้น ธุรกิจสตาร์ทอัพของอิสราเอลและภาคธุรกิจของไทยได้มีการพัฒนาร่วม เพื่อแสวงหาโอกาสทางธุรกิจในหลากหลายสาขา อาทิ ธุรกิจอีคอมเมิร์ซ การตลาดดิจิทัล บิ๊กดาต้าและอื่นๆ

ท่ามกลางการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทูตอิสราเอลแสดงความชื่มชมประเทศไทยที่สามารถควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา ได้อย่างมืออาชีพและน่าประทับใจ ในขณะที่ชุมชนหลายแห่งของไทยได้รับผลกระทบโดยตรงทางเศรษฐกิจ อิสราเอลยินดีให้การสนับสนุนผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือ

ในการนี้ สถานเอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทยได้นำเครื่องบริโภคและอุปโภคที่จำเป็นไปจัดใส่ในตู้ปันสุข ซึ่งตั้งอยู่ที่ชุมชนคลองเตย ในกรุงเทพมหานคร ขณะเดียวกันกลุ่มชาวอิสราเอลที่พำนักอยู่ในประเทศไทยได้ร่วมมือร่วมใจกับคนไทย แจกจ่ายอาหารให้ประชาชนในเมืองพัทยาและเกาะสมุย ทั้งยังให้ความสนับสนุนสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าในกรุงเทพฯ อีกด้วย เช่นเดียวกับบริษัททางการแพทย์ของอิสราเอลก็ได้ร่วมมือกับฝ่ายสาธารณสุขของไทย เพื่อต่อสู้กับการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสไปด้วยกัน

“ประเทศไทยและประเทศอิสราเอลประสบผลสำเร็จเป็นอย่างยิ่งในด้านความร่วมมือตลอด 66 ปีที่ผ่านมา อิสราเอลมุ่งมั่นที่จะส่งเสริมความร่วมมือที่มั่นคงยิ่งขึ้นกับประเทศไทยทั้งในรูปแบบและวิธีการอื่นๆ ผมมั่นใจว่าความสัมพันธ์ ระดับทวิภาคีของทั้ง 2 ประเทศจะแนบแน่นและพัฒนายิ่งขึ้น เพื่อผลประโยชน์ร่วมกันของไทยและอิสราเอล ตลอดจนประชาชนของทั้งสองฝ่าย สุขสันต์วันครบรอบ 66 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-อิสราเอลครับ” ท่านทูตกล่าวทิ้งท้าย