แม้ล่าสุดจะมีการระบาดของโควิด-19 คลัสเตอร์ใหม่ในจีน แต่ไม่ใช่เวลาตื่นตระหนก โลกรู้จักโควิด-19 มาเกือบ 6 เดือนแล้ว รู้ว่าต้องปฏิบัติตัวอย่างไรให้ปลอดโรค ถ้าจะให้ดีถือโอกาสที่ไวรัสปะทุขึ้น เรียนรู้บทเรียนจากจีนว่าเขาทำอย่างไรเมื่อโรคร้ายกลับมาอีกครั้ง
ดีใจกันได้ไม่เท่าไหร่ว่าหลายประเทศเริ่มควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) ได้แล้ว และทยอยคลายล็อกดาวน์ แม้ในประเทศที่ยังมีผู้ติดเชื้อสูงก็ตระหนักว่า ตราบใดที่ยังไม่มีวัคซีนป้องกัน เราคงต้องอยู่กับไวรัสตัวนี้แบบดูแลเศรษฐกิจไปพร้อมๆ กับดูแลสุขภาพและปากท้องของคน ในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมาจึงมีข่าวว่าหลายๆ ประเทศ “รีโอเพ่น” ทำกิจกรรมทางเศรษฐกิจเหมือนเดิมเกือบ 100% สายการบินภายในประเทศเปิดให้บริการ สายการบินต่างประเทศเริ่มเตรียมความพร้อม
แต่ก็มีข่าวชวนช็อกกลางกรุงปักกิ่ง เมื่อพบโควิด-19 คลัสเตอร์ใหม่ ทั้งๆ ที่ปักกิ่งปลอดผู้ติดเชื้อมานานถึง 2 เดือน สิ่งที่เกิดขึ้นในจีนไม่ได้หมายถึงจีนประเทศเดียวอีกต่อไป เพราะจีนคือมหาอำนาจเศรษฐกิจและเป็นซัพพลายเชนของโลก ถ้าจีนเสียหาย โลกก็ต้องเสียหายไปตามๆ กัน ประเทศเล็กๆ อย่างไทยย่อมเสียหายตามไปด้วย
อย่างไรก็ตาม นี่ไม่ใช่เวลาตื่นตระหนก โลกรู้จักโควิด-19 มาเกือบ 6 เดือนแล้ว ต้องปฏิบัติตัวอย่างไรให้ปลอดโรค คนไทยก็รู้กันอยู่แล้ว ถ้าจะให้ดีถือโอกาสที่ไวรัสปะทุขึ้นมาอีกครั้งในกรุงปักกิ่ง เรียนรู้บทเรียนจากจีนจะดีกว่า ว่าเขาทำอย่างไรเมื่อโรคร้ายกลับมาอีก ทันทีที่ทางการจีนยืนยันเมื่อวันที่ 13 มิ.ย. ว่าโรคโควิด-19 มาจากตลาดค้าส่ง “ซินฟาตี้” ทางการปักกิ่ง สั่งปิดตลาดแห่งนี้ทันที สั่งล็อกดาวน์ 11 ชุมชนรอบตลาดที่ตั้งอยู่ในเขตเฟิงไถ่ (นับถึงวานนี้ปิดไปแล้ว 30 ชุมชน รวมถึงชุมชนรอบตลาดอีกแห่งหนึ่งด้วย)
ประกาศให้เขตเฟิงไถ่อยู่ภายใต้สถานการณ์ฉุกเฉินภาวะสงคราม ปิดโรงเรียนรอบตลาด เลื่อนการเปิดโรงเรียนประถม ระงับการแข่งขันกีฬาทุกชนิด ห้ามการรับประทานอาหารเป็นกลุ่ม ห้ามกรุ๊ปทัวร์ท่องเที่ยวข้ามมณฑล ขอให้คนที่เคยไปตลาดตั้งแต่วันที่ 3 พ.ค. มาตรวจหาเชื้อ ขยายวงไปถึงการตรวจเจ้าของและผู้จัดการแผงค้าในตลาดอาหาร ร้านอาหาร และโรงอาหารรัฐบาลทุกแห่งในเมืองหลวง ว่ากันว่าศักยภาพการตรวจของกรุงปักกิ่งสูงถึง 90,000 ตัวอย่างต่อวัน ห้ามแท็กซี่และบริการเรียกรถออกนอกกรุงปักกิ่ง
การเฝ้าระวังไม่ได้มีแค่ในเมืองหลวง ห่างออกไปทางตะวันตกเฉียงใต้ 145 กิโลเมตร ที่เมืองเป่าติ้ง มณฑลเหอเป่ย์ ประกาศกฎอัยการศึกรับมือโควิด-19 ที่นครเซี่ยงไฮ้ ศูนย์กลางการเงินจีน เริ่มกักตัวนักเดินทางจากพื้นที่เสี่ยงโควิด-19 ปานกลางถึงสูงทั่วประเทศ เป็นเวลา 14 วันมาตรการเหล่านี้จากทั้งในและนอกเมืองหลวงของจีน
คนไทยบางคนอาจจะอยากให้ทำตามอย่างเขาบ้าง เพราะเป็นมาตรการที่เข้มแข็ง เด็ดขาด แต่หากจะทำตามจีน ต้องมองด้วยว่าบ้านเมืองเขาปกครองโดยระบอบพรรคเดียวคือพรรคคอมมิวนิสต์ ทางการสั่งอะไรประชาชนต้องปฏิบัติตาม ฝ่าฝืนต้องโดนโทษหนัก บ้านเราปกครองในระบอบประชาธิปไตยจะทำอะไรต้องฟังเสียงประชาชน แม้นโยบายป้องกันโรคจะชอบธรรมในตัวเอง แต่จะ “ชอบใจ” มากขึ้นถ้าไม่ใช่การออกคำสั่งจากรัฐบาลเพียงฝ่ายเดียว แต่เป็นการดึงความร่วมมือจากประชาชนออกมาให้ได้ เราเชื่อว่า คนไทยรู้จักโควิด-19 แล้ว รู้ดีว่าจะรับมืออย่างไร ขอแค่รัฐบาลทำให้ประชาชน “ศรัทธา” ให้ได้เท่านั้นก็ไม่ต้องเสียแรงเล่นใหญ่เหมือนรัฐบาลปักกิ่ง เพราะคนไทยจะเล่นเอง









