ผ่อนคลาย Lockdown เฟส 3 วันแรก

ผ่อนคลาย Lockdown เฟส 3 วันแรก
1 มิถุนายน 2563 | โดย บล.โกลเบล็ก
791

สัปดาห์ที่ผ่านมาดัชนีปรับตัวขึ้นกว่า 38.88 จุด โดยมีปัจจัยบวกจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทั่วโลกที่มีแนวโน้มดีขึ้นต่อเนื่อง

โดยวันศุกร์ภายในประเทศมีปัจจัยบวกจากการเปิดเผยกิจการที่ได้รับการผ่อนปรนเฟส 3 อย่างไรก็ดี ดัชนีแกว่งผันผวนตามหุ้นถูกปรับน้ำหนักดัชนี MSCI ส่งผลให้วันศุกร์ดัชนี SET Index ปิดที่ 1,342.85 จุด (+5.34 จุด) Volume 9.6 หมื่นลบ. ต่างชาติ +5,504.30 ลบ. TFEX Net +10,165 สัญญา ตราสารหนี้ -4,992 ลบ.

ปัจจัยบวก / ปัจจัยลบ

+วันนี้ดีเดย์ประเทศไทยผ่อนคลาย lockdown เฟส 3

+สภาฯ ลงมติผ่านพ.ร.ก. กู้เงิน 3 ฉบับ วงเงิน 1.9 ล้านลบ.เพื่อแก้ไขปัญหา เยียวยา และฟื้นฟูเศรษฐกิจ

+สถานการณ์การแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 อยู่ในทิศทางที่ดีผู้ติดเชิ้อรายใหม่มาจากต่างประเทศ แม้ผู้ติดเชื้อทั่วโลกทะลุ 6 ล้านราย

-ดัชนีดาวโจนส์ปิดลดลง 17.53 จุด -0.07% โดยตลาดถูกกดดันหลังจากปธน.ทรัมป์ประกาศยกเลิกสถานะพิเศษของฮ่องกงตอบโต้ที่จีนบังคับใช้กม.ความมั่นคงแห่งชาติในฮ่องกง แต่ตลาดมองว่ามาตรการตอบโต้ดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจสหรัฐน้อยกว่าที่วิตก

+/-สนง.สถิติจีนเผย PMI ภาคบริการขยับขึ้นเล็กน้อยในเดือนพ.ค. ส่วนดัชนี PMI ภาคการผลิตขยับลงเล็กน้อยในเดือนพ.ค.

+ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตบวก 6.13 จุด +0.22%

-ดัชนีนิกเกอิปิดลบ 38.42 จุด -0.18%

-ทองคำปรับตัวขึ้นจากจลาจลในสหรัฐและสหรัฐยกเลิกสิทธิพิเศษฮ่องกง

-Fund Flow ต่างชาติมีสถานะขาย YTD 1.93 แสนลบ. ค่าเงินบาท 31.81 บาท/US

*จับตาจีน  เปิดเผยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตเดือนพ.ค. อียูเปิดเผยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตขั้นสุดท้ายเดือนพ.ค. สหรัฐเปิดเผยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตขั้นสุดท้ายเดือนพ.ค.จากมาร์กิต การใช้จ่ายด้านการก่อสร้างเดือนเม.ย.  และดัชนีภาคการผลิตเดือนพ.ค.

 

แนวโน้มตลาดหุ้นไทย

คาดดัชนีตลาดหุ้นไทยมีโอกาสปรับตัวขึ้น โดยมีแรงหนุนจากการผ่อนคลาย Lockdown เฟส 3 วันแรก ประกอบกับที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีมติเห็นชอบร่าง พ.ร.ก. กู้เงิน 3 ฉบับ วงเงิน 1.9 ล้านล้านบาท คาดดัชนีเคลื่อนไหวในกรอบ 1,335-1,358 จุด

หุ้นรายงานพิเศษ

TKN Conference Call : ควบคุมต้นทุนได้มีประสิทธิภาพ (“ซื้อราคาเหมาะสม IAA Consensus 9.80)

- ผลประกอบการ 1Q20 มีรายได้รวม 1,110 ล้านบาท ลดลง -13.3%YoY ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 โดยเฉพาะการขายผ่านผู้แทนจำหน่ายในประเทศจีนและตลาดนักท่องเที่ยว โดยมีกำไรสุทธิเท่ากับ 85.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.3%YoY เนื่องจากมีการควบคุมต้นทุนทั้งด้านการผลิตและการจัดจำหน่าย รวมถึงยอดขายของบริษัทในเครือที่ลดผลขาดทุนลง และการนำสาหร่ายที่มีต้นทุนต่ำมาใช้ในการผลิตบางส่วน

-  สำหรับทิศทางผลประกอบการใน 2Q20 คาดเติบโตต่อเนื่อง โดย ยอดคำสั่งซื้อจากประเทศจีนเริ่มปรับตัวเพิ่มขึ้น หลังสถานการณ์การแพร่ระบาดเริ่มคลี่คลาย ส่งผลให้การกระจายสินค้าเข้าสู่ช่องทางการจัดจำหน่ายในมณฑลต่างๆ ของจีนทำได้ดีขึ้น  ประกอบกับการปรับสายการผลิตใหม่โดยมุ่งเน้นการใช้กำลังการผลิตจากโรงงานโรจนะเพียงแห่งเดียว และหยุดสายการผลิตที่โรงงานนพวงศ์ ซึ่งจะช่วยให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้น

- ความเห็น เรามีมุมมองเชิงบวกหลังการประชุมนักวิเคราะห์ โดยการนำสาหร่ายที่มีต้นทุนต่ำมาใช้ในการผลิดคาดจะทำให้ตุ้นทุนเฉลี่ยทั้งปีปรับตัวดีขึ้นราว 8%  ประกอบกับบริษัทมีการปิดสาขาเถ้าแก่น้อยแลนด์ที่ไม่ทำกำไรลงเพื่อช่วยลดต้นทุนค่าใช้จ่าย และหันมาเน้นการขายผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้น คาดจะช่วยพยุงผลประกอบการได้ เราแนะนำ ซื้อ

กลยุทธ์การลงทุน

  • หุ้นที่มีแนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 2 ดี (WICE TASCO CPF)
  • หุ้นที่ได้ประโยชน์หากรัฐออกแพคเกจกระตุ้นเที่ยวในประเทศ (ERW CENTEL AOT AAV BA)
  • หุ้นที่ได้ประโยชน์จากมาตรการผ่อนคลาย Lockdown เฟส 3 (SPA MAJOR CRC CPN SF HMPRO)

ส่องหุ้น

        SPA        แนวรับ 7.60-7.40 บาท                        แนวต้าน 8.25 บาท

        MAJOR    แนวรับ 17.00-16.90 บาท                    แนวต้าน 18.30 บาท

        KIAT       แนวรับ 0.44 บาท                               แนวต้าน 0.46 , 0.49 บาท

หุ้นมีข่าว   

TCAP (แนะนำถือ ราคาเหมาะสม IAA Consensus 45 บาท)

1Q63 มีกำไรสุทธิ 4,316 ล้านบาท +114%yoy การเติบโตสูงเกือบเท่าตัวมาจากกำไรในการขายเงินลงทุนในบริษัทอายิโนะโมะโต๊ะ(ประเทศไทย) (AJT)  และการรับรู้กำไรของ TMB ตามสัดส่วนการถือหุ้น 20.12%

ยุทธศาสตร์การลงทุนในการปรับโครงสร้างในการขาย TBANK ให้ TMB และเข้าไปถือหุ้น TMB ซึ่งมีขนาดใหญ่กว่า และการขายเงินลงทุนที่ไม่ใช่ธุรกิจหลัก ส่งผลให้มีการกระจายรายได้ดีขึ้นจากเดิมพึ่งรายได้จากธุรกิจธนาคาร 80-90% เหลือ 50-60% และอีก 30% มาจากบริษัทลูกซึ่งประกอบธุรกิจประกันภัย ธุรกิจหลักทรัพย์ และธุรกิจอื่นๆ รวมทั้งการบริหาร NPL และ NPA ผู้บริหารชี้แจงถึงบริษัทยังเหลือเงินสดในมือราว 1 หมื่นล้านบาท บริษัทมีแผนลงทุนเพิ่มเติมในธุรกิจที่มีความเชี่ยวชาญทั้งธุรกิจการเงิน และธุรกิจบริหารสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ

ความเห็น จากที่บริษัทยังมีเงินสดเหลือกว่า 1 หมื่นล้านบาทประกอบกับ THANI ได้ประกาศเพิ่มทุนจัดสรรให้กับผู้ถือหุ้นเดิมจึงคาดว่าบริษัทมีความพร้อมเพิ่มทุนเกินสิทธิเพื่อใช้เป็นฐานการทำธุรกิจเช่าซื้อรถยนต์และสินเชื่อเช่าการเงินรวมทั้งธุรกิจประกันภัยรถยนต์ ฝ่ายวิจัยมีมุมมองบวกต่อปัจจัยพื้นฐานระยะยาวและการถือหุ้นเพื่อรับเงินปันผล yield เฉลี่ยราว 4-5% ราคาหุ้นล่าสุดลดลง 32%YTD ซื้อขายที่ PE 2.92 เท่าต่ำกว่ากลุ่มที่ระดับ 6.2 เท่า และ PBV ที่ระดับ 0.61 เท่าเทียบกับค่าเฉลี่ยของกลุ่มที่ระดับ 0.57 เท่า แนะนำ ถือ

(+) SUPER (Bloomberg Consensus - บาท)  เตรียม COD โซลาร์ฟาร์มในเวียดนาม 550 เมกะวัตต์ในเดือนธ.ค.นี้ พร้อมกางแผน COD โรงไฟฟ้าพลังงานลมในเวียดนาม 421 เมกะวัตต์ในเดือนต.ค. 64 คาดหนุนรายได้ปีหน้าพุ่ง 1 หมื่นล้านบาท จากปีนี้คาดโต 7 พันล้านบาท (ที่มา ข่าวหุ้น)

(+/-) BGRIM (Bloomberg Consensus 51.65 บาท)   ลั่นโรงไฟฟ้า SPP Replacement 5 แห่ง กำลังผลิตรวม 700 เมกะวัตต์ ไม่เข้าข่าย SPP ที่ภาครัฐเตรียมเจรจาขอเลื่อน COD ในปี 63-65 ออกไปก่อน พร้อมย้ำเดินหน้า COD ตามแผนปี 65 หวั่นกระทบสัญญาขายไฟฟ้าลูกค้าอุตสาหกรรม (ที่มา ข่าวหุ้น)

(+) BCH (Bloomberg Consensus 17.29 บาท)   ส่งซิกไตรมาส 2 เด้ง! รับอานิสงส์บุ๊กรายได้บริการเกี่ยวข้องกับไวรัสโควิด-19 เข้ามาเสริม! มั่นใจรายได้รวมโต 2 หลักจากรายได้รพ.ในเครือ ดันผู้ป่วยประกันสังคมปีนี้พุ่ง 5% แตะ 9 แสนราย ลุยก่อสร้างรพ.ใหม่ 3 แห่งตามแผน (ที่มา ข่าวหุ้น)

(+) EPG (Bloomberg Consensus 6.29 บาท) ควัก 336 ล้านบาท จ่ายปันผลเพิ่มอีก 0.12 บาท ต่อหุ้น หลังโชว์ผลงานปี 2562/2563 มีกำไร 999 ล้านบาท โต 11% มีรายได้จากการขายรวมกว่า 1 หมื่นล้านบาท ชูธุรกิจฉนวนกันความร้อน/เย็น โดดเด่น ยอดขายต่างประเทศโตดี (ที่มา ทันหุ้น)

(+) ACE (Bloomberg Consensus - บาท)   เดินหน้าเพิ่มกำลังการผลิตเต็มสูบ หลังเห็นสัญญาณภาครัฐส่งเสริมการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน และสนับสนุนเกษตรกรผ่านทางโครงการโรงไฟฟ้าชุมชน (ที่มา ทันหุ้น)

(+) STARK (Bloomberg Consensus 4.91 บาท) วางเป้าหมายจะนำหุ้นเข้า SET50-SET100 และ MSCI ผู้บริหาร "ชนินทร์ เย็นสุดใจ" เผยมีโบรกเกอร์ต่างชาติ 2-3 ราย สนใจลงทุนหุ้น STARK พร้อมมองหาโอกาสซื้อกิจการเพิ่ม โดยเฉพาะช่วงที่มีการระบาดของโควิด-19 เป็นจังหวะเหมาะเพราะมีคู่แข่งน้อย ขณะที่อัตราดอกเบี้ยลดทำให้ต้นทุนการซื้อต่ำ (ที่มา ข่าวหุ้น)

(+) TNP (ราคาเหมาะสม 2.84 บาทหวังพลิกวิกฤติเป็นโอกาส เล็งหาพื้นที่ใหม่เพื่อเปิดสาขาและขยายฐานในจังหวัดใกล้เคียง แย้มเตรียมขายสินค้ามาร์จิ้นสูงโกยเงิน คงเป้ายอดขายปีนี้โตตามแผน 10-15% ชี้กำลังซื้อเพียบ จับมือคู่ค้าลุยออนไลน์ ฟากโบรกปรับเพิ่มกำไร แนะนำ "ซื้อ" เคาะราคาเหมาะสมขึ้นสู่ 2.84 บาท จากเดิม 2.66 บาท (ที่มา ทันหุ้น)

 

 

 

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
เอกสารประกอบ:
Tags: