“วราวุธ” เตรียมชง ครม. ให้ที่สปก. ปลูกไม้มีค่าตัดขายได้

“วราวุธ” เตรียมชง ครม. ให้ที่สปก. ปลูกไม้มีค่าตัดขายได้
8 พฤษภาคม 2563
540

คาด เพิ่มพื้นที่ปลูกไม้มีค่ากว่า 10 ล้านไร่

นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมป่าไม้ เปิดเผยว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายวราวุธ ศิลปอาชา เตรียมเสนอคณะรัฐมนตรีขอความเห็นชอบในการออกประกาศกระทรวงฯ ปลดล็อก พื้นที่ สปก. ซึ่งเป็นประเภทที่ดินที่ได้รับอนุญาตให้ทำประโยชน์ เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนสามารถปลูกไม้มีค่าได้ ในที่ดิน สปก. เพื่อสร้างโอกาสในการประกอบอาชีพ และสร้างรายได้ให้ครัวเรือน

นอกจากนี้ ไม้ที่ปลูกสามารถใช้เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน เป็นการปลูกป่าสร้างรายได้และเป็นมรดกให้กับครอบครัวในอนาคตได้อีกด้วย ซึ่งจะทำให้ประชาชนมีรายได้ อีกทั้งยังช่วยแก้ปัญหาการบุกรุกและลักลอบตัดไม้ และเป็นการช่วยเพิ่มพื้นที่สีเขียวและสร้างความชุ่มชื้น ให้กับประเทศอีกทางหนึ่ง ซึ่งคาดว่าจะมีคนสนใจปลูกไม้มีค่าเพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า 10 ล้าน

หลังจากที่รัฐบาลปลดล็อกแก้ไขกฎหมาย จากไม้หวงห้ามเป็นไม้มีค่า ปัจจุบันประชาชนปลูกไม้มีค่าและลงทะเบียนกับกรมป่าไม้ไปแล้ว 70,874 ราย เนื้อที่รวม 1,116,200ไร่ คิดเป็นต้นไม้มีค่าประมาณ 223,240,000 ต้น นายอรรถพลกล่าว พร้อมคาดการณ์ว่า ในอนาคต ประเทศไทยจะมีเศรษฐกิจมูลค่ามหาศาลจากไม้มีค่า

ที่ผ่านมา รัฐบาลโดยพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้แก้ไข พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ. 2484 โดยการแก้ไขมาตรา 7 ที่กำหนดเกี่ยวกับไม้หวงห้ามที่ขึ้นในที่ดินที่มีกรรมสิทธ์หรือสิทธิครอบครองตามประมวล กฎหมายที่ดิน หรือไม้ที่ปลูกขึ้นในที่ดินที่ได้รับอนุญาตให้ทำประโยชน์ตามประเภทหนังสือแสดงสิทธิที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี ให้ถือว่า ไม่เป็นไม้หวงห้าม สามารถปลูกและตัดขายได้ในอนาคตอย่างถูกกฎหมาย โดยปลดล็อคไม้หวงห้ามจำนวน 158 ชนิด เช่น ไม้สัก ไม้ยาง ไม้พะยูง และไม้หายาก จานวน 13 ชนิด เช่น กระเบา มะแข่น จันทน์หอม ตีนเป็ดแดง เป็นต้น

นางนันทนา บุณยานันต์ โฆษกกรมป่าไม้ กล่าวว่า กรมป่าไม้พร้อมให้การสนับสนุนประชาชนที่ปลูกไม้มีค่าทางเศรษฐกิจ ร่วมลงทะเบียนไม้มีค่าในที่ดินกรรมสิทธิ์ (E-Tree) ผ่านเว็บไซต์ กรมป่าไม้ เพื่อเป็นการส่งเสริมการปลูกต้นไม้ และการค้าไม้เศรษฐกิจอย่างถูกต้องตามกฎหมาย โดยประชาชนจะได้รับประโยชน์ในด้านการอำนวยความสะดวกเรื่องการทำไม้และการเคลื่อนย้ายไม้ และในอนาคตไม่จำเป็นต้องทำเรื่องขออนุญาตจากเจ้าหน้าที่อีกต่อไป ซึงทางกรมฯ คาดว่าจะเป็นประโยชน์ต่อการส่งเสริมอุตสาหกรรมไม้และการบริหารจัดการด้านการป่าไม้ให้มีประสิทธิภาพ ส่งผลดีต่อเศรษฐกิจทางด้านป่าไม้ของประเทศต่อไป

ทั้งนี้ มีประเด็นข้อกังวลว่าไม้ที่มาจากพื้นที่สปก.ซึ่งโดยส่วนมากเป็นพื้นที่ป่าไม้เดิมจะไม่สามารถจำแนกออกจากไม้ปลูกได้ นายอรรถพลกล่าวว่า ทางกรมฯ จะใช้การขึ้นทะเบียนตามพระราชบัญญัติสวนป่าก่อนให้ตัด ซึ่งเป็นที่ยอมรับกันว่ามีระบบจัดการไม้เศรษฐกิจที่มีการรับรองตามกฎหมายอยู่

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง