เศรษฐกิจ

“โควิด-19”ทำส่งออกข้าว ไตรมาสแรกต่ำเป้าหมาย

ส่งออกข้าวไตรมาส 1 หลุดเป้าหมาย เหตุโควิด-19 ทำราคาพุ่งหลังหลายประเทศแบนส่งออก ซ้ำต้นทุนโลจิสติกส์เพิ่มเหตุปิดเมืองหลายแห่ง คาด ไตรมาส2 สถานการณ์กระเตื้อง ทำทั้งปีได้ตามเป้าหมาย 7,5 ล้านตัน “จุรินทร์”ยันดูแลราคาข้าวเหมาะสมห่วงกระทบบริโภคภายใน

จากราคาที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และสูงมากกำลังบ่งบอกถึงสถานการณ์ไม่ปกติของสินค้าข้าวซึ่งไม่ใช่เพียงแต่จะเป็นสินค้าส่งออกสำคัญของไทย แต่ยังเป็นอาหารหลักของคนไทยและอาชีพของคนไทยอีกจำนวนมาก 

ร.ต.ท.เจริญ เหล่าธรรมทัศน์ นายกสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย เปิดเผยว่า สมาคมฯตั้งเป้าการส่งออกข้าวปี 2563 ที่ 7.5 ล้านตัน โดยในไตรมาสแเรกส่งออกข้าวได้ 1.5 ล้านตัน ซึ่งถือว่าต่ำกว่าเป้าที่ตั้งไว้ 1.8 ล้านตัน เป็นผลมาจากราคาข้าวไทยปรับตัวสูงขึ้นกว่า 200 ดอลลาร์ต่อตัน และผลจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ส่งผลให้ต้นทุนเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะด้านการขนส่ง การกระจายสินค้า 

นอกจากนี้้ ้ประเทศผู้ส่งออกข้าวอย่างเวียดนามมีการควบคุมการส่งออกในช่วงสถานการณ์ดังกล่าว ขณะที่อินเดียมีปัญหาด้านการขนส่งเพราะมีการล็อคดาวน์ประเทศ 30 วัน แต่เชื่อว่าในไตรมาส 2 คือเดือน เม.ย.-มิ.ย. ไทยจะสามารถส่งออกข้าวได้มากเพิ่มขึ้น เป็นผลจากประเทศคู่แข่งสำคัญของไทยยังติดปัญหาเรื่องการขนส่งสินค้าในระหว่างที่ใช้มาตราการล็อคดาว์ และการที่ประเทศผู้ส่งออกข้าวออกมาตรการควบคุมการส่งออกหรือชะลอการ

ส่งออกทั้งเวียดนาม กัมพูชา เมียนมาซึ่งจะทำให้ผู้นำเข้าข้าว เช่น อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ ฮ่องกง มีแนวโน้มหันมาซื้อข้าวไทยมากขึ้น จึงมั่นใจว่าในช่วงที่เหลือของปีนี้จะส่งออกตามเป้าหมายที่วางไว้ โดยคาดว่าจะส่งออกได้เฉลี่ยไตรมาสละ 2 ล้านตัน

ทั้งนี้ สถานการณ์โควิด-19 จะอยู่ได้นานแค่ไหนไม่มีใครประเมินได้ คงต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด แต่สถานการณ์นี้ก็สร้างโอกาสให้กับข้า 158720504864 ไทย ซึ่งสินค้าข้าวเป็นสินค้าที่คาดเดาได้ยาก เช่น กรณีมีข่าวบางอย่างขึ้นมากก็จะดันราคาข้าวขึ้น เช่น กรณีที่อินเดียมีมาตรการควบคุมการส่งออก ก็ดันให้ราคาข้าวขึ้นมาก

"ยืนยันว่าข้าวภายในประเทศจะไม่ขาดแคลน และผมเชื่อว่าปีนี้ราคาข้าวเปลือกชาวนาได้ประโยชน์เต็มๆ เพราะช่วงนี้เข้าเปลือกแบบข้าวเปลือกขายได้ในราคา 9,000 กว่าบาท เป็นราคาสูงสุดในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา เราจะบริหารจัดการให้การส่งออกของเราอยู่ในระดับที่ชาวนามีความพอใจ และไม่ขาดแคลนภายในประเทศ”

วางกลยุทธ์ตลาดข้าวระยะยาว

สำหรับการทำตลาดส่งออกข้าวในระยะยาว  ขณะนี้ มีแผนการพัฒนาพันธุ์ข้าวให้เป็นที่ต้องการของตลาดนั้น ขณะนี้ผู้ส่งออก กระทรวงพาณิชย์ กรมการข้าวได้มีการประชุมหารือกันมาโดยตลอด ซึ่งได้มีการแบ่งข้าวออกเป็น 5 กลุ่ม คือ 1. ข้าวหอมมะลิ 2.ข้าวขาวพื้นแข็ง 3.ข้าวขาวพื้นนุ่ม 4.ข้าวหอมไทย และ5.ข้าวเหนียว นอกจากนี้ยังมีกลุ่มข้าวสีซึ่งเป็นข้าวพรีเมี่ยม เช่น ข้าวไรเบอร์รี่ ข้าวแดง

 นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ พร้อมด้วยกรมการค้าต่างประเทศ กรมการค้าภายใน และกรมการข้าว กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เดินทางไปสำรวจท่าข้าวของบริษัท พงษ์ลาภ 158720505965 จำกัด อ.เมือง จังหวัดปทุมธานี ซึ่งเป็นหนึ่งบริษัทส่งออกข้าวรายใหญ่ของไทย จากนั้นได้ร่วมหารือกับตัวแทนจากภาคการผลิตและผู้ส่งออก ได้แก่สมาคมชาวนนาและเกษตรกรไทย สมาคมชาวนาข้าวไทย สมาคมโรงสีข้าวไทย สมาคมผู้ประกอบการข้าวถุงไทย สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย เพื่อประเมินสถานการณ์การผลิตและการส่งออกข้าวไทยในภาพรวม และกำหนดแนวทางการส่งออกข้าวให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน

ข้าวเปลือกราคาพุ่งรอบ10 ปี​

นายจุรินทร์ กล่าวว่า ปี 2562/2563 จะมีผลผลิตข้าวอยู่ทั้งหมดจำนวน 18.8 ล้านตัน แบ่งเป็นการส่งออกในปีนี้จำนวน 7.5 ล้านตัน ขณะที่ด้านการบริโภคและแปรรูปในประเทศจะอยู่ที่ 8 ล้านตัน สำหรับราคาข้าวเปลือกทั่วไปราคาปัจจุบันอยู่ที่ 9,500 บาทต่อตัน ส่วนข้าวเปลือกที่มีความชื้นไม่เกิน 15% ราคาอยู่ที่ 10,200-11,000 บาทต่อตัน ซึ่งถือว่า เป็นราคาสูงสุดในรอบ 10 ปี

สำหรับการส่งออกนั้้นได้สั่งการให้กรมการค้าต่างประเทศประสานงานกับผู้ส่งออกโดยใกล้ชิดให้มีการรายงานตัวเลขการส่งออกทุกวัน รวมทั้งให้มีการจัดทำแผนร่วมกันกับผู้ส่งออก เพื่อที่จะให้การส่งออกข้าวมีการกระจายตัวไปในแต่ละช่วงเวลา ไม่ให้ไปกระจุกตัวอยู่ในช่วงใดช่วงหนึ่ง เพราะหากเป็นเช่นนั้นจะส่งผลกระทบต่อราคาข้าวเปลือกในประเทศและกระทบต่อราคาข้าวสารสำหรับผู้บริโภคได้ ซึ่งผู้ส่งออกได้มีการจัดทำแผนร่วมกันในการที่จะให้การส่งออกข้าวแต่ละไตรมาสมีการกระจายตัว และกำหนดเป้าหมายไว้ชัดเจนว่าไตรมาสหนึ่งควรจะออกปริมาณเท่าใด

โดย กระทรวงพาณิชย์ก็จะร่วมกับสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทยในการที่จะเดินหน้าตลาดข้าวไทยในตลาดโลกต่อไปอย่างเป็นรูปธรรม รวมทั้งจะส่งเสริมการแปรรูปข้าวในการออกผลิตภัณฑ์ต่างๆ เพื่อเพิ่มมูลค่าข้าว

นายจุรินทร์ กล่าวว่า นอกจากนั้นได้มีการกำหนดแผนงานร่วมกันระหว่างกระทรวงเกษตรฯ กระทรวงพาณิชย์ เกษตรกรฯ โรงสี และผู้ส่งออกข้าวที่ต้องการที่จะให้ประเทศไทยได้ผลิตข้าวในพันธุ์ที่เป็นความต้องการของตลาดโลกเพื่อการส่งออกโดยเฉพาะโดยใช้หลักของการตลาดนำการผลิต ซึ่งได้มีการจัดทำแผนร่วมกันและเร็วๆนี้จะมีการสัมมนายุทธศาสตร์ข้าว 5 ปี เพื่อกำหนดแผนการพัฒนาข้าวไทย 

นอกจากนี้ตนได้สั่งการให้ทูตพาณิชย์ของไทยทั่วโลกได้ติดตามสถานการณ์ข้าวในโลกอย่างใกล้ชิดทั้งในประเทศผู้ผลิตและประเทศผู้ส่งออกข้าวที่เป็นคู่แข่งกับไทย และให้ประเมินสถานการณ์รายงานมายังกระทรวงพาณิชย์เพื่อติดตามสถานการณ์ตลาดข้าวโลกร่วมกับสมาคมส่งออกข้าวไทยโดยใกล้ชิดตลอดระยะเวลา

จัดโปรลดราคาข้าวถุง8-30.5%

นายปราโมทย์ เจริญศิลป์ นายกสมาคมชาวนาและเกษตรกรไทย กล่าวว่า ราคาข้าวขาวในปัจจุบันที่ระดับตันละ 9,000-9,500 บาทเป็นระดับที่น่าพอใจของเกษตรกร โดยอยากให้รัฐบาลดูแลราคาข้าวในปีนี้ไม่ให้ต่ำกว่าระดับตันละ 8,000 บาท ซึ่งทำให้เกษตรกรอยู่ได้กับระดับราคาดังกล่าว

นายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม รองอธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวว่า ในส่วนของราคาข้าวถุงนั้นกระทรวงพาณิชย์ จัดโครงการปรับลดราคาข้าวถุง ช่วงการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 เพื่อแบ่งเบาภาระประชาชน ล่าสุดมีผู้ประกอบการข้าวถุงที่ร่วมหลายราย โดยช่วยปรับลดราคาข้าวถุง 5 กิโลกรัม ลงมา 

8- 30.5% ซึ่งในระยะต่อไปจะมีผู้ประกอบการเข้ามาร่วมโครงการเพิ่มเติม

นายระพีพัชญ์ ธนถาวรกิตติ์นายกสมาคมผู้ประกอบการข้าวถุงไทย กล่าวว่า ราคข้าวได้มีการปรับขึ้นไม่ต่ำกว่า 30 % .ในช่วงต้นปี ส่งผลถึงต้นทุนข้าวสารที่ใช้ผลิตข้าวสารถุงปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งทำให้ผู้ประกอบการข้าวถุงได้มีการปรับราคาข้าวสารถุงประมาณ 1587205080100 20 % ตั้งแต่เดือน ก.พ.แต่ในช่วงนี้ยังไม่มีการปรับราคาขึ้นอีก ประกอบกับผู้ประกอบการข้าวถุงได้เข้าร่วมโครงการพาณิชย์ลดราคาช่วยประชาชนซึ่งได้มีการปรับลดราคาข้าวถุงลงมาในช่วงราคา ตั้งแต่ 8% - 30.5%