ก.พ.ร.เปิดแผนส่วนราชการรับมือ“โควิด” บริการประชาชนในภาวะวิกฤติ

ก.พ.ร.เปิดแผนส่วนราชการรับมือ“โควิด”  บริการประชาชนในภาวะวิกฤติ
5 เมษายน 2563
3,973

การระบาดของโรคโควิด-19 กระทบต่อทุกภาคส่วนทำให้ต้องปรับตัวรวมถึงภาครัฐที่ต้องปรับการบริหารราชการและการบริการประชาชนให้สอดคล้องกับสถานการณ์ และต้องมีแผนบริการประชาชนช่วงวิกฤติ

นางสาวอ้อนฟ้า เวชชาชีวะ เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) ได้หารือกับรัฐบาลเรื่องการกำหนดตัวชี้วัดการทำงานของหน่วยงานราชการปี 2563 ให้สอดคล้องกับสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 ซึ่งกระทบหลายด้านทั้งทางด้านเศรษฐกิจและสังคมในวงกว้าง

สถานการณ์ปัจจุบันทำให้การทำงานของหน่วยงานราชการบางหน่วยงานไม่บรรลุตัวชี้วัดเดิม ซึ่งกำหนดไว้ในช่วงต้นปีนี้ เช่น หน่วยงานทางเศรษฐกิจที่มีตัวชี้วัดส่วนหนึ่งขึ้นกับการประเมินสภาวะเศรษฐกิจประเทศ ซึ่งปีนี้สภาพเศรษฐกิจก็ไม่ดีเพราะมีปัจจัยลบ ขณะที่นักท่องเที่ยวที่หายมากทำให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จะถูกประเมินผลงานไม่ดีหากใช้ตัวชี้วัดเดิม

ส่วนกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ที่ปกติต้องจัดประชุมและสัมมนาให้ความรู้เรื่องการระบาดของโรคในปีนี้ก็อาจไม่สามารถจัดได้เลย

“ข้อจำกัดเหล่านี้ทำให้ ก.พ.ร.หารือกับหน่วยงานราชการแล้วว่า ปีนี้การทำงานขอให้เน้นผลสัมฤทธิ์ในการมีส่วนร่วมช่วยเหลือประเทศแก้ปัญหาโควิดเป็นหลัก"

รวมทั้งขอให้ทุกหน่วยงานทำงานในเรื่องนี้ได้เลยไม่ต้องมีความกังวลกับตัวชี้วัดเดิม โดย ก.พ.ร.จะนำเอาผลงานของแต่ละหน่วยงานภาครัฐที่มีส่วนช่วยในการแก้ปัญหาโควิด รวมถึงการให้ความช่วยเหลือประชาชน และอำนวยความสะดวกการให้บริการประชาชนผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ มาประเมินผลงานการทำงานของราชการในปีนี้” 

158591791154

นอกจากนี้ การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 31 มี.ค.ที่ผ่านมา ครม.เห็นชอบตามที่สำนักงาน ก.พ.ร.เสนอ มาตรการเตรียมความพร้อมของหน่วยงานภาครัฐในการบริหารราชการและให้บริการประชาชนในสภาวะวิกฤต เพื่อรองรับสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 โดยเน้นให้บริการประชาชนผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (อีเซอร์วิส) ให้สมบูรณ์มากที่สุดในช่วงการระบาด ซึ่งประชาชนไม่สะดวกเดินทางไปติดต่อราชการ

ทั้งนี้ จะมีทั้งระบบการยื่นแบบฟอร์มทางอิเล็กทรอนิกส์ การยืนยันตัวตน (ดิจิทัล ไอดี) และการชำระเงินค่าใบอนุญาต  การต่อใบอนุญาต ค่าปรับ หรือค่าธรรมเนียมอื่นๆ ผ่านระบบอีเพย์เมนท์ การกำหนดอีเมลกลางเพื่อรับเรื่องและติดต่อกับประชาชน

ก.พ.ร.หารือกับหน่วยงานราชการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริการและลดผลกระทบจากการระบาดของโรค ได้แก่ กระทรวงสาธารณสุข เพิ่มบริการทางเลือกการจัดส่งยาถึงบ้านผู้ป่วยต่อเนื่อง ซึ่งไม่จำเป็นต้องให้แพทย์ตรวจเพิ่มเติมก่อนรับยาโดยให้ใช้บริการส่งทางไปรษณีย์หรือผ่านทางบริษัทขนส่งสินค้าแทนการรับยาด้วยตนเอง และให้ผู้ป่วยที่เลือกใช้บริการเป็นผู้ออกค่าใช้จ่าย การนำเทคโนโลยีหุ่นยนต์ (Robotics) มาใช้ในการให้บริการทางการแพทย์เพื่อช่วยลดการสัมผัสระหว่างบุคลากรทางการแพทย์หรือควบคุมการติดเชื้อ

รวมทั้งเร่งรัดพัฒนาระบบการแพทย์ทางไกล (Telemedicine) โดยใช้เทคโนโลยีสนเทศและการสื่อสารหรืออุปกรณ์มัลติมีเดียมาใช้ควบคู่กับนวัตกรรมทางการแพทย์และระบบโทรคมนาคมเฉพาะทางรองรับระบบดูแลสุขภาพทางไกล เช่น การใช้ซอฟต์แวร์ที่มีเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาช่วยในการคัดกรองโรคระบบให้คำปรึกษาด้านสุขภาพทางไกล 

การเร่งรัดพัฒนาการจัดการเรียนการสอนผ่านช่องทางอื่นนอกเหนือจากการเรียนที่สถานศึกษา เช่น การเรียนการสอนผ่านทางโทรทัศน์ (Education Channel) การศึกษาผ่านทางออนไลน์ ควบคู่ไปกับการส่งเสริมให้บุคลากรทางการศึกษาใช้เทคโนโลยีในการสอนทางไกลเพื่อรองรับกรณีที่มีความจำเป็นต้องมีการปิดสถานศึกษาอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน

ทั้งนี้ ครม.ให้สำนักงาน ก.พ.ร. ประสานหน่วยงานรัฐทุกแห่ง ทบทวนและปรับปรุงแผนการบริหารความพร้อมต่อสภาวะวิกฤต (Business continuity plan) โดยถอดบทเรียนการทำงานของราชการในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของโรคให้รองรับกรณีเกิดโรคระบาดต่อเนื่องเป็นระยะเวลานานได้ในอนาคต โดยให้หน่วยงานของรัฐทุกแห่งส่งแผนบริหารความพร้อมต่อสภาวะวิกฤติที่ปรับปรุงแล้วเสร็จให้สำนักงาน ก.พ.ร. ภายในเดือน มิ.ย.นี้ เพื่อรวบรวมเป็นข้อมูลในการพัฒนาแนวทางการยกระดับประสิทธิภาพการบริการภาครัฐ

นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ รองอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กล่าวว่า อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ได้ลงนามในประกาศกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เรื่องการยื่นงบการเงินและสำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นทางอิเล็กทรอนิกส์ (DBD e-Filing) พ.ศ.2563 ซึ่งดำเนินการตามที่กระทรวงสาธารณสุขได้ประกาศให้โรคโควิด-19 เป็นโรคติดต่ออันตราย และนายกรัฐมนตรี โดยความเห็นชอบของ ครม.ได้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักร ตั้งแต่วันที่ 26 มี.ค.ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ กรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้ออกประกาศให้นิติบุคคลยื่นงบการเงินและสำเนารายชื่อผู้ถือหุ้นผ่านทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือ DBD e-Filing เพียงช่องทางเดียวเท่านั้น คือ 1.การยื่นงบการเงินของห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน บริษัทจำกัด และบริษัทมหาชนจำกัด นิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศที่ประกอบธุรกิจในประเทศไทย และกิจการร่วมค้าตามประมวลรัษฎากร

2.การยื่นสำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นของบริษัทจำกัด และบริษัทมหาชนจำกัด 3.การยืนสำเนารายงานประจำปี และสำเนารายงานการประชุมผู้ถือหุ้น ของบริษัทมหาชนจำกัด โดยประกาศฉบับนี้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.เป็นต้นไป

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง